วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เขาศูนย์ ...ที่ต้องคำสาป


เขาศูนย์ ...ที่ต้องคำสาป

            ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ฉันเดินทางสู่ปักษ์ใต้อีกครั้งหนึ่งโดยรถไฟขบวนรถเร็วที่ 167 กรุงเทพฯ – กันตัง แม้จุดหมายปลายทางครั้งนี้ คือ อ. ฉวาง จ. นครศรีธรรมราช แต่ฉันเลือกที่จะลงที่ ...สถานีรถไฟ...ทานพอ

             

 สะพานข้ามแม่น้ำตาปี....ก่อนถึงสถานีพุนพิน สุราษฏร์ธานี

ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ลงที่สถานีนี้...สุราษฏร์ธานี

ข้าวราดแกงเผ็ดหมูมะเขือพวง...ที่ฉันต้องซื้อกินทุกครั้งที่จอดสถานีสุราษฏร์

กาแฟกับปาท่องโก๋ (ช่าโขย) ..ชุดละ 20 บาท

             

          “ที่นี่ สถานีสุราษฏร์ธานี…ผู้โดยสารที่ประสงค์จะลงสถานีสุราษฏร์ธานี...โปรดสำรวจสิ่งของสัมภาระของท่านให้ครบถ้วนก่อนลงจากรถ....” เสียงประกาศของทางสถานีรถไฟปลุกให้ฉันตื่น พร้อมแหวกม่านจากเตียงนอนชั้นบนของตู้รถไฟชั้นสอง ชะโงกหน้ามองออกไปที่หน้าต่าง ....หกโมงเช้า... ฟ้าสางแล้ว...ชาวต่างชาติหลายคนพากันขนสัมภาระลงที่สถานีนี้จนหมดทั้งโบกี้    ฉันค่อยๆ ไต่บันไดลงมาเลือกที่นั่งตามใจชอบ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ...

           แสงอาทิตย์เริ่มส่องฟ้า... มองเห็นแม่ยางพาราผู้หลั่งโลหิตสีน้ำนมให้ลูกชาวสวนยางปักษ์ใต้ได้ดื่มกินมาเป็นเวลาเกือบตลอดทั้งปียืนสลัดใบสีแดงเข้มจนเหลือแต่ต้นขาวโพลน ...ยางผลัดใบแล้ว ...หน้าแล้งกำลังจะมาถึง ชาวสวนยางต้องหยุดกรีดยางเพื่อให้แม่ยางพาราได้พักต้น 

          

         ดูโน่น...ในทุ่งนา..แม่โพสพ...รวงสีเหลืองทองรอการเก็บเกี่ยว

                    

ภูเขาไหนสีแดง แสดงว่าป่าธรรมชาติถูกโค่น ปลูกยางแทนทั้งเขา

ทุ่งนา..ค่อยๆ กลายเป็นที่ปลูกยางพารา...อนาคตอาจไม่มีข้าวกิน

อีกภูเขา...ที่ไม้ป่าตามธรรมชาติถูกโค่น... กลายเป็นสวนยางพาราแทน

 

เรือนไม้สวยๆ...สำหรับเป็นที่พักของพนักงานรถไฟ...ยังคงมีเสน่ห์เสมอ

สถานี...นาสาร...หน้าเงาะ...มีเงาะโรงเรียนขายข้างๆ รถไฟ

บ้านส้อง...เคยมีชื่อว่า มีข้าวยำอร่อยๆ ขายหลายเจ้า มาวันนี้ มีเจ้าเดียวขึ้นมาขายบนรถไฟ...อุดหนุน 2 กล่อง

ความน่ารัก...ของสถานีเรือนไม้...มีชีวิต ชีวา

จ๊ะเอ๋...มองไป มองมา แล้วเราก็เจอกัน...แบบนี้

สร้างด้วยไม้ทาสีสวย... อีกสถานี ...ที่ ห้วยปริก... บ้านใครบ้าง

กระเบียด... นั่นเอง ...ใครลงที่นี่บ้างไหมคะ

สถานีรถไฟเล็กๆ สร้างด้วยไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเสมอ รวมถึงพนักงานรถไฟที่คุ้นเคยอัธยาศัยเป็นกันเอง

ขอให้อนุรักษ์ไว้นะ...ไม้หายากแล้ว

"สถานีต่อไป เป็นสถานี ....ทานพอ" ...เสียงดังมาจากลำโพงของสถานีกระเบียด

แม้จะห้อยต่องแต่ง...ก็ยังทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์

กระเบียด...สถานีเรือนไม้สีแดง...เหมือนศาลาหย่อนใจ...น่าพักผ่อน อบอุ่นใจ

บ้านพักสร้างด้วยไม้ ยังคงความสวยงามเสมอ แม้จะดูไม่ทันสมัย

พี่ๆ...จะนอนกันไปถึงไหนเนี่ย  ตื่นได้แล้ว ซื้อไก่ทอดไหมคะ

หากเห็นภูเขาใหญ่ ก่อนถึงสถานี ..ถึงแล้ว...สถานีทานพอ

                   

                    ผู้ที่เคยโดยสารรถไฟย่อมรู้ดีว่า...การนั่งรถไฟข้ามคืนจนถึงรุ่งเช้าด้วยใจจดจ่อเพื่อไปให้ถึงจุดหมายเร็วๆ คือ บ้าน แต่ยังไม่ถึง... คงไม่มีอะไรดีไปกว่า...การนั่งมองวิวข้างทางและนับสถานีรถไฟเป็นการฆ่าเวลา ...จากสถานีสุราษฏร์ยังมีอีก 10 สถานีย่อยๆ กว่าจะถึงสถานีทานพอ ได้แก่ เขาหัวควาย เขาพลู บ้านนา ห้วยมุด นาสาร (หน้าเงาะมีเงาะขาย) พรุพี บ้านส้อง (มีข้าวยำขาย) พรุกระแชง ห้วยปริก กระเบียด...และทานพอ

        

             “ทานพอ...สถานีหน้า” เสียงสามีเตือน เพราะเห็นฉันมัวเพลินกับการถ่ายรูปต้นยางใบสีเหลืองสีแดงที่เหมือนฤดูใบไม้ร่วงของเมืองนอก

ขอยืมภาพใบยาง หน่อยนะ มะจีกู้

          

นี่ก็อีกภาพนะคะ

จองตั๋วล่วงหน้า ได้ฟังเสียงนกร้องด้วย

นกกรงหัวจุก

ไม้เคาะระฆังบ่งบอกว่า...ผ่านการใช้งานมานาน...ยังสวยงาม

เขาศูนย์ ...สูงตระหง่าน

เขาศูนย์อยู่คู่สถานีทานพอ  อย่างเงียบสงบ

ภาพเขาศูนย์ มองจากสะพานข้ามแม่น้ำ ตาปี ในตลาดทานพอ ต. ไม้เรียง

เขาศูนย์ยามหน้าฝน เขียวขจี

          

                   ฉัน รีบหยิบกระเป๋าเดินทางเตรียมตัวลง เมื่อเห็นภูเขาสูงตะหง่านลูกหนึ่งอยู่ทางขวามือ อันเป็นภูมิทัศน์ที่จำได้ง่ายว่า ถึงแล้ว...สถานีทานพอ ขณะที่รถไฟเคลื่อนขบวนเข้าจอดที่สถานี

        “นั่นคือ เขาศูนย์” สามีบอก เมื่อเห็นฉันยืนมองภูเขาลูกนั้น ระหว่างรอรถมารับ

           ฉันมองภูเขาลูกนี้ทุกครั้งที่นั่งรถไฟผ่านสถานีทานพอ ...แต่มาวันนี้ ไม่คิดเหมือนกันว่า...  ผู้ที่จะเล่าเรื่องเขาศูนย์นี้ เป็นสามีของฉันเอง

           “บนภูเขาลูกนั้น เมื่อก่อนเขาทำแร่” สามีเริ่มเรื่อง

           “แร่อะไรหรือ” ฉันถาม

            สามีเล่าให้ฟังว่า “ที่บนเขาศูนย์มีการทำแร่วุลแฟรม เป็นแร่สีขาวเทา สำหรับเอาไปทำไส้หลอดไฟฟ้า พ่อเคยพามาขุดแร่เมื่อตอนเด็กๆ ช่วงปิดเทอม มาพักอยู่บนเขากันเป็นเดือน ตอนนั้นประมาณปี 2517 มีผู้คนจากทุกภาคหลั่งไหลกันมาขุดแร่บนเขาศูนย์”

           “ขุดด้วยอะไร” ฉันถาม

           “ขุดด้วยจอบ เสียม สิ่ว ฆ้อน ไม่มีเครื่องมือที่ทันสมัย ไม่มีใครรู้ว่าแร่อยู่ช่วงไหนบ้าง เพียงแต่ว่าขุดไปเรื่อยๆ เจอบ้างไม่เจอบ้าง ขุดลึกลงไปเป็นวงกว้าง” สามีเล่าต่อ

           “หากเจอสายแร่ก็จะขุดลึกเป็นอุโมงค์เข้าไป ไม่มีวิชาความรู้ใดๆ ในการขุด คนแย่งหลุมกันขุด เกิดทะเลาะแล้วยิงฆ่ากันตายทุกวัน มีพวกอิทธิพลเป็นกลุ่มๆ แต่ละกลุ่มมีมือปืนคุม ชาวบ้านก็มาขุดด้วย ขุดได้แล้วเอาไปขาย ได้ราคาดี คนหลายคนร่ำรวยจากการขุดแร่ บางคนมีลูกน้องหลายคนมาขุด ทุกหลุมมีเจ้าของที่มีอิทธิพลคุม” ฉันพยายามนึกภาพตาม

            “ยังมีอีกกลุ่ม คือ โจรคอมมิวนิสต์มาปล้นแร่ที่หลุมด้วย  ในปี 2517 –  2518 ยังมีคอมมิวนิสต์ในชายแดนใต้บนภูเขาตามป่าเป็นที่เลื่องลือในสมัยนั้น ดังนั้น ใครจะขุดแร่ต้องมีอาวุธไว้ป้องกันตัว” ฉันลืมถามไปว่า แล้วพ่อของสามีมีปืนไหม

            “เกิดการฆ่ากันตายมากมาย จากการแย่งชิงหลุมแร่ และบางแห่งดินถล่มพังทลายลงมากลบร่างผู้ขุดฝังทั้งเป็น” สามีบอก

            “ข้างบนเขามีข้าวแกงถุงขาย แม่ค้าเดินมาขายถึงหลุมก็มี บางคนก็เอาปลากระป๋องขึ้นไปด้วย” สามีบอกเมื่อฉันถามถึงการอยู่กินบนเขานั้น

             “เมื่อขุดได้ก้อนแร่มาแล้วทำอย่างไร” ฉันถามต่อ

             “เมื่อขุดได้ก้อนหินที่มีแร่ เอามาทุบให้ละเอียดแล้วร่อนเอาแต่แร่ ตากแดด นำไปขายในตลาดทานพอ บางคนก็ขึ้นไปรับซื้อถึงบนภูเขาศูนย์” สามีตอบ

             “แม้ว่าทุกวันนี้ เขาศูนย์ได้ถูกปิดไปแล้ว แต่หลุมลึกยังคงหลงเหลืออยู่ด้านหลังภูเขานั่น ทั้งๆ ที่ด้านหน้าเราจะมองเห็นว่ามีต้นยางปลูกเต็มไปหมด” สามีเล่าต่อ

             น้องชายสามีมารับจึงเล่าเสริมอีกคน“มีคนเล่าว่า หากเกิดกรีดยางแล้วตะเกียงดับบนเขาศูนย์ ต้องนั่งรอจนรุ่งเช้า จึงออกเดินเพราะกลัวว่า หากเดินมืดๆ อาจพลัดตกหลุมลงไปตายได้” 

               “สมัยก่อนมีพระมาธุดงค์แล้วพบว่าที่เขาศูนย์นี้มีแร่ และท่านยังทำนายไว้ว่า ในวันข้างหน้า เขาศูนย์จะไม่เหลืออะไรเลย จะศูนย์เหมือนชื่อ” น้องชายสามีเล่าบ้าง

             “ผู้มีอิทธิพลที่เคยรวยมากล้นฟ้า จากการค้าขายแร่วุลแฟรมในสมัยนั้น ต่อมาภายหลังมีอันต้องยากจนลงทุกคน และไม่เหลืออะไรในที่สุด” 

ฉันแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...แปลกมาก

                   ฉันถ่ายรูปสถานีรถไฟทานพอแล้วพูดกับผู้ช่วยสถานีรถไฟว่า “ สถานีนี้..สร้างไม่สวยเลยนะคะ ปกติสถานีรถไฟสายใต้จะสร้างเป็นเรือนไม้ หลังเล็กๆ น่ารัก รูปแบบสวยงาม  ฉันชอบถ่ายรูปสถานีเก็บไว้เกือบทุกสถานี มันสวยดี แต่พอถูกสร้างใหม่ ด้วยปูนไม่สวยเลย”

                 ผู้ช่วยนายสถานีกล่าวว่า “เมื่อก่อนก็สร้างด้วยไม้ แต่ถูกเผาหมด ในสมัยที่มีการขุดแร่บนเขาศูนย์ ในปี 2517 ตลาดทานพอซึ่งมีผู้คนอาศัยค้าขายในช่วงทำแร่ถูกไฟไหม้หมด รวมทั้งสถานีรถไฟ หัวรถจักรก็ถูกเผา พวกคอมมิวนิสต์จับคนขับไปด้วย”

                                           

                   “น้าไข่” ในวัย 60 ปีซึ่งฉันนับถือเสมือนญาติผู้ใหญ่ เป็นอีกคนหนึ่งที่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์เคยมีอาชีพขับรถแม็คโครไถดินอยู่บริเวณเชิงเขาศูนย์... เล่าให้ฟังว่า

                  “พ่อท่านคล้าย บอกว่า ไปเอาตะ...เบี้ยบนเขาศูนย์ มีกะลุย” นั่นคือ แร่วุลแฟรมนั่นเอง มีชาวบ้านจากทุกภาคมาขุดแร่ประมาณ 5 พันคนที่บนเขาศูนย์ ในแต่ละวันจะมีการค้าขายรับซื้อแร่เป็นเงินสะพัดถึง 4-5 แสนบาท ซื้อขายกันที่ปากหลุม หรือนำไปขายที่ตลาดทานพอก็มีคนรับซื้อ บนเขาศูนย์ไม่ต่างอะไรกับเท็กซัส มีมือปืน มีปืนทุกชนิดทั้ง อาก้า ยูเอส 357 ผู้คนถูกคอมมิวนิสต์ยิงตายก็มีมาก

                “แต่เหร่า...ไม่กล้าขึ้นไปบนเขาศูนย์  ได้แต่ขับแทร็กเตอร์อยู่ด้านล่าง” น้าไข่บอก เมื่อฉันถามว่าเคยขึ้นไปบนเขาหรือเปล่า

               “คนที่ได้มาก ก็ถูกยิงตาย ฆ่ากันวันละ 5-10 ศพ ขุดลึกลงไป 30 – 40 เมตร ขุดเจาะแล้วใช้ระเบิด คนที่ขุดสูดละอองฝุ่นที่มีผงแร่สารเคมีเข้าไปในปอด อยู่ได้ไม่นานก็ตาย” น้าไข่บอก   

              “บางครั้งมีพวกวัยรุ่นหรือตำรวจมาขอแร่ เจ้าของหลุมก็ใช้ให้ลงไปเอาในหลุม พอลงไปก็โยนระเบิดตามลงไปในหลุมตายหมด บางทีขุดๆ ไป ทะลุเจอกันเกิดทะเลาะฆ่ากันตาย คนที่ขึ้นไปขุดแร่จะไปนอนกางเต็นท์ กางผ้ายาง นอนทีละครึ่งเดือน พี่น้องของแฟนน้าไข่มาขุดแร่ด้วย ตายไปหลายคน ได้เงินมาเยอะแต่อยู่ได้ไม่นานก็ตาย เพราะขี้ฝุ่นเข้าปอด เอาไม่ออก” น้าไข่เล่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง

             “เขาศูนย์” ถูกทางการสั่งปิดตายห้ามมิให้ผู้ใดขึ้นไปอีกตั้งแต่ปี 2525  มาวันนี้...แม้จะมีการปลูกยางพาราปกคลุมด้านหน้าเขา แต่...เบื้องหลังเขานั่น...คือ สุสานที่ฝังร่างของคนขุดแร่ผู้โชคร้ายให้นอนเป็นผีเฝ้าหลุมไปชั่วกาล...การขุดแร่บนเขาศูนย์ได้สูญไปแล้ว เหมือนต้องคำสาป  คงเหลือไว้เป็นตำนานให้นึกถึงทุกครั้งที่นั่งรถไฟผ่านสถานี...ทานพอ

ร่างถมทับใต้ภิภพจบอนาถ        เพราะเป็นทาสความละโมบโลภตัณหา

สูญชีวิต..สินทรัพย์ศูนย์อาดูรลา   สูญสาปว่า...เขาศูนย์...สาปศูนย์เอย

 

 

 

โดย Chaoying

 

กลับไปที่ www.oknation.net