วันที่ จันทร์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นักบุญแห่งเทือกเขาพนมดองเร็ก


นักบุญแห่งเทือกเขาพนมดองเร็ก

นักบุญแห่งเทือกเขาพนมดองเร็กหรือที่รู้จักในคนแถบชายแดนไทย-กัมพูชาด้านอำเภอภูสิงห์และขุขันธ์  จังหวัดศรีสะเกษตลอดจน จังหวัด ใกล้เคียง เช่นสุรินทร์  อุบล  บุรีรัม  นักแสวงบุญ

เคารพนับถือพระนักปฎิบัติแถบอีสานใต้รู้จักกันดี  เรียกขานสมยานามพระรูปนี้ว่า  “ เทวดาเดิรเด็ย(เทวดาเดินดิน)”

          

                หลวงปู่สรวง หรือ หลวงพ่อ สรวง  เป็นที่รู้จักของชาวจังหวัดศรีสะเกษ โดยเฉพาะคนในชายแดน ทั้งในฝั่งไทยและกัมพูชา 

                   

                มีเรื่องเล่าของพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย  ในท้องถิ่น อำเภอขุขันธ์  จังหวัดศรีสะเกษ  ถึงกิตติศัพท์ท่านต่างๆนานา  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไม่เปลี่ยนแปลงของรูปร่างสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่   ตลอดจนมีกิจวัตรที่แปลกกว่าพระนักบวชอื่น คือ  ทั้งนุ่งขาวห่มขาวเหมือนนักบวช  และห่มเหลืองเหมือนพระ  

  

                เวลานุ่งห่มขาวจะปรากฏเฉพาะเวลาการใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาเช่นลงดำนา

                เมื่อยามนุ่งเหลืองห่มเหลืองจะปฏิบัติอย่างพระทุกประการ

                                 

               ท่านจะจาริกไปมาสองฝากฝั่งเทือกเขาพนมดองเร็ก ไทย-เขมร เป็นประจำ จะไม่ค่อยประจำอยู่กับที่  ในโอกาสอยู่จำพรรษาเท่านั้นที่จะอยู่จำวัดตามข้อปฏิบัติ  โดยการอยู่จำวัด ณ  ที่นี้บางครั้งท่านก็อยู่ในที่ๆลักษณะที่เรี่ยกว่า “อาศรม” เล็ก ๆ อย่าง สมถะตามท้องทุ่งไร่นา   ที่ห่างไกลผู้คน  

                วัดที่ท่าน มาพำนักถือว่าบ่อยครั้ง คือวัด ไพรพัฒนา ที่มีพื้นที่ติดชายแดนไทยกัมพูชาด้านช่องสงำ ในเขตอำเภอภูสิงห์  จังหวัดศรีสะเกษ    อันเป็นเส้นทางสัญจรจาริกได้โอกาสพบปะผู้คนสองฝากฝั่ง ไทย-กัมพูชา  ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่ผู้คนจะได้พบเจอท่าน หรือแม้แต่การได้พบท่าน  โอกาสได้สนทนาระว่างท่านนั้นยากมาก   เนื่องจาก  การสนาทนาและให้ข้อคิดต่างๆของท่านไม่ได้ออกมาจากคำพูดแต่เป็นปริศนาให้ผู้คนที่เข้าไปพบได้ตีความไขปริศนาที่ท่านสั่งสอนเอาเอง

            

                ลักษณะปริศนาการสั่งสอนจะแสดงออกมาด้วยการทำสัญลักษณ์ ทุกครั้ง เมื่อท่านไปพักใกล้แหล่งชุมชน  โดยจะไม่เข้าไปพักในวัด  สัญลักษณ์ที่ท่านมักแสดงให้เห็นอยู่เป็นประจำนั้นคือ

                การนำว่าวที่ชาวเขมรเรี่ยกว่า “แคลงเมโกน” แนบระหว่างลำต้นไม้ไผ่สองลำ วางผาดระหว่าง กระท่อม(อารศม)ที่พักของท่าน ไปยังต้นไม้ ที่อยู่ใกล้   โดยท่านไม่ได้บอกเหตุผลว่ามันคืออะไรแต่เป็นการแสดงปริศนาธรรมเชิงสัญลักษณ์ 

                และประการที่สองท่านมักจะก่อกองไฟตลอดแม้ว่าจะเป็นฤดูไหนก็แล้วแต่   เวลาใครนำของมาถวายจะนำของบางส่วนโยนเข้ากองไฟ  

                ครั้งหนึ่งภาวะสงครามการรู้รบในตะเข็บชายแดนเขมรสมัยที่เขมรแดงในกัมพูชาสู้รบท่านก็จาริกข้ามไปมาสองฝั่งและติดอยู่ฝั่งเขมรนานนับเดือนทั้งๆที่พื้นที่แถบนั้นยังเป็นสมรภูมิรบ แย่ท่านก็ยังปลอดภัย และพบปะผู้คน  ทหาร  ทั้งสองฝั่ง

                และมีเหตุการณ์เมื่อครั้งหนึ่งที่ท่านเดินทางมายังโคราช ไม่ทราบเหตุประการใดมีรถโดยสารอยู่คันหนึ่งไปเห็นท่านเดินเท้าจากโคราชแต่รถคันดังกล่าวไม่ได้แอะใจให้ท่านติดรถมาด้วย ซึ่งรถคันดังกล่าวมาที่ศรีสะเกษเช่นกัน แต่ปรากฏว่าในวัน ไล่เลี่ยนกัน ท่านก็กลับมาถึง ศรีสะเกษก่อนรถคันดังกล่าว ทั้งๆที่ท่านไม่รู้จักมักคุ้นกับใครเลย 

                          

                หลวงพ่อสรวง  เป็นที่เคารพนับถือและรู้จักของผู้คนโดยเฉพาะแถบชายแดนไทย-กัมพูชา  ทุกคนรู้จักกิตติศัพท์ท่านต่างๆนาน  ไม่ว่าจะเป็น  “นักบุญแห่งเทือกเขาพนมดองแร็ก”  “เทวดาเดิรเด็ย”  และที่รู้จักในคำสั่งสอนท่านที่รู้จักกันทั่วไปคือ  “เทอบอนออยเตียน(ทำบุญให้ทาน)” “บายตึ๊กเจีย(ข้าวน้ำดี)”

                ปัจจุบันท่านละสังขาร ณ วัด ไพรพัฒนา  ตำบลไพรพัฒนา  อำเภอภูสิงห์   จังหวัดศรีสะเกษ   เส้นทางที่จะผ่านไปยังชายแดนไทย –กัมพูชา  ทางด่านช่องสงำ

               

โดย บรรณาลัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net