วันที่ จันทร์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สูงเสียดฟ้าที่แชงการีล่า


ภาคต่อจากลี่เจียงค่ะ

การเดินทางแสนง่ายเดินทางโดยรถบัสจากลี่เจียงไปแชงการีล่า ระหว่างทางเป็นหุบเขาน้ำแข็งสลับกับท้องทุ่ง มองลงไปเบื้องล่างเป็นเหวทุกที่มีแม่น้ำไหลผ่านตลอดทาง อุณภูมิเริ่มเย็นมากขึ้นเนื่องจากพื้นที่อยู่กลางหุบเขา แม้ระยะทางจะไม่ไกลแต่เพราะเป็นหุบเขาและถนนเป็นแบบเลนเดียว จึงใช้เวลาพอประมาณ คิดแล้วก็ 5 ชั่วโมง

ธรรมชาติของแชงการีล่าคงความสงบและกลิ่นไอของวัฒนธรรม เมื่อรถถึงสถานีขนส่งเราจึงต่อเท็กซี่ไปยังกู่เฉิงเพื่อหาที่พัก กู่เฉิงของที่นี่เล็กกว่าลี่เจียง สงบไม่วุ่นวายนัก ที่พักคืนเเรกเป็นสไตล์ทิเบตห้องพักสะอาดตา ห้องน้ำก็ดี อากาศคืนนี้หนาวเหน็บอุณหภูมิ -7 องศา ทำเอาเท้าชาเดินแทบไม่ออก การหาอาหารรับประทานสะดวกและประหยัด ผักกรอบๆ และอาหารอร่อยๆ ถูกปากยิ่งนัก

วันถัดมาตื่นแต่เช้าเพื่อเอาสัมภาระไปเก็บยังที่พักอีกที่ซึ่งมีฮีทเตอร์ในห้อง ราคาที่ 600 บาทเท่ากับคืนแรก ห้องเป็นแบบฝรั่งมีเตาผิงตรงกลางบ้าน สายๆจึงออกเดินทางไปยังวัดโปตาลาน้อยที่มีสถาปัตยกรรมแบบทิเบต เราใช้วิธีการนั่งรถเมล์สาย 3 บนรถได้พบกับคนที่แต่งกายแบบทิเบตซึ่งมีอัฒยาศัยดี ยิ้มแย้มตลอด

จนสุดสายจึงเสียค่าบัตรผ่านเป็นเงินประมาณ 800 Bth แพงจนตกใจ รู้สึกไม่สมกับการรอเพราะสถานที่จริงไม่สวยงามเหมือนที่คาดหวังนักแต่ก็ประทับใจองค์ลามะ เดินชมทั่วบริเวณรู้สึกชอบมากที่สุดก็ตรงด้านล่างที่ทะเลสาบน้ำแข็ง มองเห็นทิวทัศน์แบบทุ่งหญ้าสลับกับภูเขาน้ำเเข็ง สวยมาก จนบ่ายจึงนั่งรถเมล์ไปยังตลาด เห็นวิถีชีวิตแบบคนทิเบตแท้ๆ  เพลินตาดี ผู้คนดูเป็นมิตร เมืองไม่พลุกพล่านจนเกินไป แวะซื้อหมูกรอบที่โรยพริกเกลือ อร่อยมาก

พลบค่ำจึงแวะเที่ยววัดใกล้ๆกู่เฉิง วัดอยู่สูงมองเห็นวิวรอบๆสวยงามมาก หลังจากนั้นจึงเดินไปยังไปลานที่เป็นศูนย์รวมของหนุ่มสาว วันนี้โชคดีมีชาวพื้นเมืองเต้นรำ มองซักพักจึงเริ่มเต้นด้วย จนกลุ่มเริ่มใหญ่เพราะมีผู้คนมาร่วมวงมากขึ้น สนุกมากค่ะซัก 3 ทุ่มจึงกลับเข้าที่พัก

วันรุ่งขึ้นตื่นแต่เช้าเพื่อไปตลาดซื้อหินทิเบตเป็นของฝาก ช๊อบกันเพลินเพราะเข้าใจว่าจะหาที่แลกเงินหยวนได้ แต่ผิดคาดไม่มีธนาคารใดให้แลกเงิน ไม่ว่าสกุลใดก็ไม่มี จาก Bank of China ที่เคยแลกที่ลี่เจียง มาที่แชงการีล่ากลับไม่ได้ บัตรวีซ่าที่มีใช้ไม่ได้เพราะเค้าจำกัดว่าต้องเป็นบัตรจีนเท่านั้น เงินที่ติดตัวก็ช๊อบเกือบหมดตัว เพราะความประมาทแท้ๆทำให้ต้องปวดหัว หนทางสุดท้ายตัดสินใจแลกกับพนักงานโรงแรมด้วยค่าเงินที่แสนแพง ทำไงได้ไม่มีทางเลือกนี่นา ก็ต้องกลับไปให้ทันเครื่องบินที่ลี่เจียงนี่

การเดินทางจากแชงการีล่าไปลี่เจียงค่อนข้างฉุกละหุกเพราะมัวแต่หาที่แลกเงิน ถึงลี่เจียงก็ฉิวเฉียด ซ้ำโดนเท็กซี่ที่ลี่เจียงโก่งค่าโดยสารเพราะสนามบินอยู่ไกลตัวเมืองมาก แต่การเดินทางแบบแบ็คแพ็คเสน่ห์ก็อยู่ตรงนี้แหละ ไม่มีความราบรื่นตลอดการเดินทาง 

สนามบินลี่เจียงยามพลบค่ำที่ตั้งกลางหุบเขา สวยงามมาก เราเดินทางจากลี่เจียงหกโมงถึงสิบสองปันนาตอน 19.30 น. เพื่อพักก่อนเดินทางกลับไทย ค่ำคืนที่สิบสองปันนารู้สึกปลอดภัยเพราะมีผู้คนพูดไทยได้เยอะ นั่นคือคนไทลื้อ ออกตระเวณราตรีก่อนเดินทางกลับไทยในวันรุ่งขึ้นโดยรถบัสระหว่างประเทศตอน 7 โมงเช้า

ขากลับการเดินทางเร็วกว่าขามาเพราะรถดีกว่ามาก ค่ารถประมาณ 600 บาท ถึงบ่อแก้ว 5 โมงเย็น ได้ข้ามเเดนไทยเพื่อต่อรถมาอำเภอเมืองเชียงรายก่อนนั่งเครื่องกลับกรุงเทพในวันถัดมา

การเดินทางแบ็คเเพ็คในประเทศจีนสิ่งที่ประทับใจไม่มีลืมเห็นจะเป็นห้องส้วม ต่อให้มีชักโครกก็ยังบ่ยั่น บางที่ไม่มีประตูปิดขนาดสนามบินก็ยังไม่มีประตู้ส้วม และอีกอย่างเห็นจะเป็นการถ่มน้ำลาย คนจีนถือเป็นเรื่องปกติแต่คนไทยแบบเราแทบอาเจียนเลยล่ะ การเดินทางอาจไม่สะดวกสะบายแต่ก็ประทับใจที่ได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวเมืองต่างๆ ได้ความรู้สึกต่างจากไปกับกลุ่มทัวร์ค่ะ

โดย Nutcha

 

กลับไปที่ www.oknation.net