วันที่ พุธ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สิ่งที่น่ากลัวกว่าเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวหรือไม่


เมื่อเช้านี้อ่านข่าวหนึ่งในหนังสือพิมพ์ กรณีที่ฆาตกรต่อเนื่อง ฆ่าชิงทรัพย์ ๕ คดีฟังคำพิพากษาที่ศาลตัดสินประหารชีวิต แล้วไม่พอใจ

ตามข่าวเล่าว่า "ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำพิพากษา นายxxxxxxx ได้ตะโกนตำหนิคำพิพากษา ศาลจึงชี้แจงว่า ให้จำเลยไปใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ ขณะที่นายxxxxxxx ทำตาเหลือก หายใจแรงและหันไปมองค้อนทนายความพร้อมต่อว่าที่ทำงานไม่ดี ขณะเดียวกันอัยการที่มานั่งฟังการพิจารณาคดีได้บอกให้นายxxxxxxx เบาเสียลงหน่อย ก็กลับถูกนายxxxxxxx ตะคอกกลับด่าว่าอย่ามายุ่ง ถึงขั้นใช้สรรพนาม “มึง- กู” จนเจ้าที่ตำรวจประจำศาลต้องเข้าหิ้วปีกนายสมคิดออกไปในสภาพทุลักทุเล"

กระบวนการสอบสวนสืบสวน และ กระบวนพิจารณาที่มีทั้ง หลักฐานพยาน ได้ดำเนินมาอย่างปราศจากข้อสงสัยทุกประการแล้วจนศาลพิพากษา ซึ่งคนที่กระทำความผิดควรจะสลดหัวหดเสียมากกว่าการแสดงความกร่าง เสียด้วยซ้ำไป

กรณีนี้บางคนอาจจะมองว่า เป็นแค่ข่าวอาชญากรรมธรรมดาข่าวหนึ่ง และ พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของคนเลวๆหรือคนกร่างๆ แค่คนหนึ่ง ซึ่งไม่ต่างอะไรจากโทรภาพโฟนอินจากดูไบเมื่อวันที่ ๒๖ ประกอบกับภาพมิตรรักแฟนเพลง แม่ยก น้ำตานอง มันดูทู่เรศมากกว่าที่จะน่าสงสาร

แต่ถ้ามองไปลึกๆ มันสะท้อนให้เห็นว่าบางทีพฤติการณ์ของการไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมและการเลียนแบบพฤติกรรมเลวๆ เริ่มทำงานแล้ว และ อาจนำไปสู่สภาวะยุ่งเหยิงต่อไปในระยะยาว และ น่ากลัวมากกว่าว่าใครจะเคลื่อนไหวอย่างไรในช่วงนี้ เสียอีก

สังคมไทยมีความเป็นอัตลักษณ์ในการอยู่กันง่ายๆ สบายๆ ไม่ชอบคิด ไม่ชอบอ่าน ดำเนินชีวิตด้วยความพึ่งพาอาศัย มีความยืดหยุ่นสูง อัตลักษณ์เหล่านี้ ทำให้คนชั่วร้ายที่เข้ามาเล่นการเมือง ใช้การตลาดเรียกคะแนนนิยม และ อาจถึงขั้นล้างสมอง ซึ่งในปัจจุบัน ปัญหาการเมืองที่ยังไม่ลงตัวสักที ผมเองเห็นว่ามันหนักหนากว่าทุกยุคที่โตมา เพราะว่า มลพิษที่นักการเมืองเลวๆ ทิ้งไว้ให้กับสังคมนั่นเอง

การทำความเข้าใจกับเรื่องราวคดียึดทรัพย์ ก็มีความซับซ้อนและยากอยู่แล้ว, การที่ชาวบ้านทั่วไปจะเข้าใจยิ่งยาก และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เชื่อโดยอคติที่ถือความเป็นแฟนทางการเมืองของระบอบทักษิณ ยิ่งปิดหูปิดตา ปิดปัญญาชาวบ้าน ทำให้ยากในการเข้าใจเข้าไปใหญ่

รายการทีวีดีๆ ที่ให้ความรู้กับประชาชน มี คนที่พร้อมจะให้ข้อมูล ทำความเข้าใจ มีเยอะ แต่ถ้าคนฟัง ไม่พร้อมรับ ไม่พร้อมฟัง ก็เปล่าประโยชน์อีกนั่นแหละ เพราะคนที่ควรจะฟังสิ่งที่เป็นประเทืองปัญญา เลือกที่จะฟังสิ่งที่มอมเมายั่วยุ อยู่อย่างเดิม

ส่วนตัวแล้วยิ่งเห็นอะไรขัดหูขัดตาอย่างนี้ยิ่งคิดมากไปใหญ่ ก็หวังใจแค่ว่า ศีลธรรมที่มีอยู่ในธรรมชาติจะปรับสมดุลย์ให้กับสังคมได้เองสักวันหนึ่งว่าจะเลือกเชื่อ เลือกประติบัติตัวกันอย่างไร

ขออนุญาตบ่นไปเรื่อยสักวันแล้วกันนะครับ วันนี้

 

โดย Groovy_Sannie

 

กลับไปที่ www.oknation.net