วันที่ พุธ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เสียงเรียกจากหมู่บ้าน


เสียงจากหมู่บ้าน

 

นานเพียงใดกลิ่นควันไฟไม้ฟืนไม่ได้ปลุกเราตื่นในยามสาย

หอมกลิ่นผักป่าหรือใบแมงลักหนอ

โชยมาจากหม้อแกงเขม่าคร่ำ

เสียงกระดึงผูกคอควายที่จัดแถวสวนสนามผ่านถนนฉ่ำฝน

กลิ่นยามเช้าดูหอมกว่าที่เคยสูดดอม

ฉุดข้าพเจ้าหวนคิดถึงคืนวันล่วงเลย.................

 

ครานั้นข้าพเจ้าในหมู่บ้านโอบลำน้ำ

สวมหมวกใบมะพร้าวและห่มผ้ายางวิ่งไล่ตีปลาหน้าฝาย

ตาหัวเราะหึหึ

พี่สาวน้าสาวหัวเราะฮ่าฮ่า

แม่ยกยอหลังโก่ง   ส่วนพ่อหว่านแหเสียกลมดิก 

แว่วเสียงตะโกนฝ่าสายฝน

ฟังว่า”อย่าซนจนเจ็บ

น้ำขึ้น ปลากำลังคะนอง”

 

หรือครานั้นข้าพเจ้าในท้องทุ่งแห่งฤดูปักดำ

ล้มคลานคะมำคลุกโคลนตามรอยไถ

ใส่เพียงผ้าขาวม้าเหน็บเตี่ยว

ไล่จับลูกกบลูกเขียดตระหนกตื่นยามคมไถของพ่อกรีดผืนดินเป็นริ้วคลื่น

น้าสาวถอนกล้า หลังโก่งดังจะจุมพิตผืนทุ่ง

แม่นั่งปรุงส้มตำอยู่บนเถียง

แว่วเสียงฟังว่า”อย่าเพลินเกินจะเจ็บตัว”

..........................

 

นานเพียงใดแล้วเพื่อน

นานเพียงใดแล้วที่กลิ่นควันไฟไม้ฟืนไม่ได้ปลุกเราตื่นในยามสาย

หอมกลิ่นผักป่าหรือใบแมงลักหนอ

โชยมาจากหม้อแกงเขม่าคร่ำ

เสียงกระดึงผูกคอควายที่จัดแถวสวนสนามผ่านถนนฉ่ำฝน

กลิ่นยามเช้าดูช่างหอมกว่าที่เคยสูดดอม

 

วันนี้ข้าพเจ้ากับภาระชีวิต

หอบพะรุงพะรังอยู่นั้นคือภารกิจเพื่อความอยู่รอด

กระนั้นยังพร่ำอยู่ตลอดว่าคือพันธกิจของความฝัน

นุ่งห่มอาภรณ์ของนักเดินทาง

ไล่จับถ้อยคำอยู่กลางมรสุมพายุแห่งชะตากรรม

เสียงแม่ดูแก่กว่าปีก่อนๆ

กระนั้นยังแว่วว่า

“เถิดลูกรีบตื่นนอน เดี๋ยวข้าวปลาร้อนๆจะชืดเย็น”.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย หทัยสินธุ

 

กลับไปที่ www.oknation.net