วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

~ ..มรกตน้ำงาม ณ ด้ามขวาน.. ~



๏ ผืนป่าปิดท้ายคั่น.........เขตสยาม
เขียวชะอุ่มบ่งบอกความ............ดิบชื้น
ดังมรกตงดงาม............สูงถงาด
ดาษเด่นครอบคลุมพื้น-.............ที่เพี้ยงด้ามขวาน๚ะ




ป่าเหนือ ป่าอิสาน
ป่าไหนๆ ก็มีโอกาสไปเยือนมาแล้ว
ยังมีก็แต่ป่าใต้นี่แหละที่ยังไม่เคยเห็น


ฮาลา-บาลา
เพียงฟังชื่อก็มีเสน่ห์เย้ายวนใจเหลือหลาย
ยิ่งรู้ว่าเป็นแหล่งนกเงือก ยิ่งบอกกับตัวเองว่า.. ไม่ไปไม่ได้แล้ว!

แต่ทว่าทริปนี้ เป็นยิ่งกว่าทริปดูนกเงือก...

**
*

วันศุกร์ที่ ๒๖ กุมภา -- วันสำคัญวันหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองไทย
เป็นวันที่ข้าพเจ้า บก. ชาลี และ ปธ. เต็งพ้ง ออกเดินทางด้วยรถไฟขบวนด่วนพิเศษ



เดิมเราซื้อตั๋วกรุงเทพ-หาดใหญ่เอาไว้ แต่เราเปลี่ยนแผนลงที่พัทลุงก่อน
เพื่อแวะเยี่ยม BG หนุมาณชาญสมรซึ่งขาหักจากอุบัติเหตุรถยนต์

น่าเสียดายที่ข้าพเจ้าไม่ทันคิดว่าควรจะเก็บภาพของการพบกันเอาไว้บ้าง
(อาจเป็นเพราะพึ่งงัวเงียจากอาการหลับๆ ตื่นๆ แถมโดนผีอำ ลงจากรถไฟมาตอนตีห้า)
เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้รับการต้อนรับอบอุ่นด้วยน้ำใจไมตรีจนอิ่มหมีพีมันขนาดไหน

 * 

เราออกจากพัทลุงมาเจอกับ BG ภูพานลานดาว และ BG Turtlerun ที่หาดใหญ่
แต่เชื่อหรือไม่ว่า เรายังสามารถกินบะกุดเต๋กันกับน้อง ๒​ คนได้อีก ...โอยย!


จากนั้นเราก็เดินทางมาสมทบกับ BG ปราณชลี และ BG กู่ที่ปัตตานี

เสี้ยวเมืองปัตตานีที่ได้เห็น

และก็มิอาจผ่านด่านการต้อนรับขับสู้ของเจ้าถิ่น BG น้ำทะเล และ BG ราศีกุมภ์ไปได้
อาหารรสจัดจ้านอันโอชะวางเรียงรายเต็มโต๊ะ แต่ข้าพเจ้าติดใจจานนี้เป็นพิเศษ

..ส้มตำยอดมะพร้าว! 

หลังจากอิ่มจนเกินจะอิ่มนั่นแหละเราจึงลาจากมา ออกเดินทางต่ออีกครั้ง 
มุ่งหน้านราธิวาสแวะรับ BG plains-wanderer และบังปลิวขึ้นรถ



..ไปสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฮาลา-บาลา


ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอแว้ง จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ป้ายถนนในอำเภอ
จะเป็นรูปนกเงือกน่ารักอย่างนี้

**
*

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา ..ถึงเสียที!

นับจากเวลานั้น.. เป็นเวลา ๒​ วัน ๒ คืน ที่ข้าพเจ้าได้ชื่นชมแมกไม้ สายน้ำ
ความอุดมสมบูรณ์ ความหลากหลายทางชีวภาพที่แม้จะมีโอกาสสัมผัสเพียงผิวเผิน
แต่ก็ทำให้รู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ ทรงคุณค่าแห่งทรัพยากรของประเทศ


ป่าฮาลา-บาลา อันเขียวขจีเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์สารพัดชนิด
รวมทั้งนกน้อยใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนกเงือกอันเป็นเป้าหมายหลักของคนดูนก

แต่ทว่าทริปนี้ เป็นยิ่งกว่าทริปดูนกเงือก...

**
*


ทั้งอรชุนและข้าวตู(กล้องตัวน้อย)ของข้าพเจ้าทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์
เก็บทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวมากมายกลับมา  


แต่.. ดูแล้วภาพนกมีอยู่เพียงเพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับภาพของมวลมิตร 
ภาพของป่าใหญ่และดอกไม้ใบหญ้าอันเตะตาตรึงใจในทุกทางผ่านที่พานพบ

 
บ้านพักของพวกเรา ที่มีป้ายตรงถนนบอกชื่อไว้เก๋ไก๋ว่า.. ชาเลท์!

ธงชาติที่ชักไว้กับต้นไม้สูงลิบแทนเสาธง


รอบอาคารและบ้านพักจะมีต้นดาหลาแตกกออยู่หนาแน่น

มีทั้งดอกสีขาว

และสีชมพูหวานแฉล้ม

ลำธารเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านพัก ไหลคดเคี้ยวผ่านด้านหลังของโรงอาหาร
(BG กู่เล่าว่า หน้าฝนน้ำป่าจะหลากมาเต็มลำธารน่ากลัวไม่น้อย)



หมากแดง หนึ่งในไม้ต้นโปรดของข้าพเจ้า

ใกล้ๆ บ้านพักจะมีนกกินปลี ๒-๓ ชนิดแวะเวียนมาไซ้ซอนดอกดาหลา 

บก ชาลีลงทุนไปนั่งเฝ้า แต่โชคไม่ยอมเข้าข้างซักกะที ..นกรู้!

ดินเนอร์มื้อแรกสุดหรูด้วยบาร์บีคิวซีฟู้ด
จากการเตรียมการของ 'ทีมหัวใจเดียวกัน'

เวลามองดูเสื้อตัวนี้ของคุณย่อง - ปราณชลี 
ข้าพเจ้าอดตอบอยู่ในใจไม่ได้ว่า ไม่บอกก็ไม่รู้นะเนี่ย.. ฮิฮิ

 * 

วันแรก เรามาถึงเย็นแล้วจึงได้แต่เดินดูรอบๆ บ้านพัก
วันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่จึงเอารถมารับเราเข้าป่าไปดูนกเงือกกันแต่เช้าตรู่


แสงแรกของรุ่งอรุณ


Recorder!

Reporter!

Receiver!

Researcher!




จุดที่เจ้าหน้าที่พาไปดูนกเงือก เป็นเนินเขาที่ต้องขึ้นไปจึงจะเห็นชัด
ข้าพเจ้าได้แรงยุจาก จนท และ บก. ชาลีก็ใจดีช่วยแบกกล้องให้
จึงยอมกระเสือกกระสนขึ้นไปกับเขาด้วย

ต้องไต่ขึ้นไปบนนู้นนน

ขึ้นมาแล้วมองลงไปเห็นถนนอยู่ลิบๆ โน้นนนน 

รู้สึกไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ตะเกียกตะกายไถลตกเขาทั้งขึ้นทั้งลง

แม้ว่าจะไม่ได้เห็นนกเงือกชัดเจนนัก แต่ก็คุ้มตรงที่ได้มองเห็นทิวป่าเขียวขจีชื่นใจ



ดวลกล้องกันโดยบังเอิญ เหอๆ

ลงจากเขาเราก็ยังลงเดินไปเรื่อยๆ สลับกับการนั่งรถ


สีสันอันสวยงามของป่า

ดอกโคลงเคลงที่ยังไม่ยอมบานอ้า 



ใบไม้ปริศนา ที่เผอิญหน้าตาเหมือนใบกระท่อม



มื้อเที่ยงของคนกินง่าย (ไม่อยากรอ)
มีเพียงไข่เจียวกับปลากระป๋องก็อร่อยจนพุงตึงแล้ว

จาบดินอกลาย ขนคอพองด้วยความหวงที่
(เมื่อโดนน้องป่านแกล้งเปิดให้ฟังเสียงตัวเองที่ถูกอัดเอาไว้)

ช่วงบ่าย คุณศิริพร หัวหน้าหน่วยวิจัยสัตว์ป่าฯ
พาเราออกไปเข้าเทรล

เห็น ปธ เต็งพ้งจิกทากออกจากแขนโดยไม่คาดคิด
ทำเอาข้าพเจ้าเดินอย่างหวาดผวาไปตลอดทาง ฮึยยยย



ใบเฟิร์นสีฟ้า งามแปลกตา

นกอีเสือลายเสือ

นกกาฝากท้องสีส้ม






ดอกไม้ทริปนี้ เป็นสีโทนม่วงเกือบทั้งหมด

ยกเว้นศรียะลาต้นนี้ เป็นสีเหลืองอมส้ม ดกเป็นพวงงามจริงๆ 

สองคนนี้ถ่ายอะไรกันก็ไม่รู้

รอ

แวะดูนกเงือก (ซึ่งข้าพเจ้าไม่เห็น!)

ยังโชคดีที่น้องป่านชี้ให้ดูเงือกปากดำตัวนี้ตอนเช้าวันจะกลับ

ส่วนนกเงือกหัวแรดตัวนี้บินผ่านเหนือหัว เห็นเหน่งๆ  
แต่ข้าพเจ้ามัวตกตะลึงมอง กว่าจะยกกล้องขึ้นถ่ายก็เสียจังหวะไปแล้ววววว

ไม่ยักกะอยู่นิ่งๆ ให้ถ่ายเหมือนเจ้าเหมียวตัวนี้ หุ หุ

**
*


คืนวันมาฆะบูชา พระจันทร์เต็มดวงสุกสกาวอยู่เหนือทิวไม้
คืนสุดท้ายที่ฮาลา-บาลา

 * 


คุณศิริพร ทองอารีย์ หัวหน้าหน่วยวิจัยสัตว์ป่าฯ
เคยเขียนถึงป่าฮาลา-บาลา ไว้ว่าเป็น 'ป่าผืนสุดท้ายปลายด้ามขวาน'


แต่ข้าพเจ้านึกถึงเพลงมาร์ชของกรมป่าไม้ที่จำได้ติดหูมาตั้งแต่เยาว์วัย
'ป่านั้นคือมณีมีค่าอนันต์..' 
ขณะเงยหน้าชอนสายตามองดูหมู่ไม้เขียวชะอุ่ม ซึ่งหยัดเหยียดเสียดยอดทาบผืนฟ้า 
ก่อนบอกกับตัวเองว่า.. สำหรับข้าพเจ้าแล้ว 
ฮาลา-บาลาเป็นประหนึ่งมรกตน้ำงามที่ประดับด้ามขวานอยู่อย่างทรงคุณค่า




..ขอขอบคุณ..

เจ้าหน้าที่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุกท่าน
BG ภาคใต้หัวใจเดียวกันทุกท่าน
รวมตลอดถึงผู้ที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสรู้จักพบเจอในทริปนี้ทุกท่าน

ขอขอบคุณในไมตรีจิตมิตรภาพอันอบอุ่นอิ่มใจ

*

ฮาลา-บาลา.. ถ้ามีโอกาส เราจะได้พบกันอีกแน่นอน!






โดย อังศนา

 

กลับไปที่ www.oknation.net