วันที่ จันทร์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทักษิณบัญชาการ... “สู้ในเกมที่แพ้” โดย ณยา ใจกาวัง และ ศึกเนรคุณแผ่นดิน โดย โสภณ องค์การณ์


ทักษิณบัญชาการ... “สู้ในเกมที่แพ้” โดย ณยา ใจกาวัง

และ ศึกเนรคุณแผ่นดิน โดย โสภณ องค์การณ์

--------------------------

ก่อนจะถึงวันเผด็จศึก ของกลุ่มเสื้อแดง ในวันที่ 12-14 มีนาคม 2553 นี้ มีบทความที่น่าสนใจจาก นสพ.คม ชัด ลึก ฉบับวันจันทร์ที่  8 มีนาคม 2553 อยู่อย่างน้อยก็ 2 เรื่อง จึงขอคัดลอกมาให้อ่านกันในที่นี้บ้าง...เมื่อวันเวลาผ่านไป จะได้รู้ว่า เรื่องราวที่กล่าวถึงนี้ เป็นจริงหรือไม่...?

..........................................................

          จากคอลัมน์ "เล่นนอกสภา" โดย โสภณ องค์การณ์

          ศึกเนรคุณแผ่นดิน

          การรบทัพจับศึกเพื่อชิงเมืองยุคปัจจุบันในการเมืองไทย ไม่มีครั้งใดน่าบันทึกไว้เท่ากับเหตุที่จะเกิดขึ้นสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดเกมสุดท้ายของอภิมหาเศรษฐีนักการเมือง คนหนีคุก นาม “ทักษิณ ชินวัตร”

          เป็นแม่ทัพซึ่งยกย่องตัวเองว่าฉลาดที่สุด เหลี่ยมจัดที่สุด แต่ถูกสังคมมองว่าเป็นเหยื่อของการโดนต้มตุ๋นมากที่สุด โดยคนที่ด้อยสติปัญญากว่า มีเล่ห์ตื้นกว่า ด้วยการขอซึ่งหน้าแบบหักดิบ ทำให้ตัวเองปฏิเสธไม่ได้ เป็นแม่ทัพสู้ศึกข้ามทวีป ตัวเองอยู่ดูไบ ในทะเลทรายตะวันออกกลาง และบัญชาการผ่านวิดีโอลิงก์ สั่งงานให้แกนนำ 3 เกลอหัวกลม

          พวก 3 เกลอและเครือข่ายนักรีดไถไม่ได้โง่กว่า “ทักษิณ” แน่นอน ไม่อย่างนั้นจะใช้ยุทธศาสตร์เล่นเกมยาว ยื้อไปเรื่อยๆ จนถึงวันทักษิณแพ้คดีในศาลฎีกา แล้วหาโครงการไถรอบใหญ่

          “ทักษิณ” อยู่ในสภาพเหมือนคนบ้าคลั่ง ทางหนึ่งต้องยอม 3 เกลอ ถ้ายึดอำนาจการเมืองคืนได้ แต่สภาพปัจจุบัน ความหวังมีความกระจ่างน้อยกว่าแสงหิ่งห้อยด้วยซ้ำ

          ทหารอาชีพที่ปกป้องแผ่นดิน จะพิสูจน์ให้เห็นในศึกครั้งนี้ว่านักรบนอกแบบซังกะบ๊วย รบเพื่อเศษเงินทักษิณ เนรคุณแผ่นดินนั้น มันต่างชั้นกว่ากันมาก ถ้าแพ้ “ทักษิณ” คงต้องยอมอดสู ถอดป้าย “จปร.” ออกจากบ่า

          แล้วเอา “ทช” หรือ “ทักษิณ ชินวัตร” มาใส่แทนมั้ง!

          การที่แกนนำพามวลชนเสื้อแดงมาชุมนุม ภายใต้ข้ออ้างว่าเรียกร้องประชาธิปไตย ขับไล่อำมาตย์นั้น ต้องพิจารณาตัวเองว่าถ้าแพ้ศึกครั้งนี้จะมีแผ่นดินอยู่หรือเปล่า หรือแม้กระทั่งลมหายใจก็อาจรักษาไว้ไม่ได้

          ความฮึกเหิมในการดึงมวลชนซึ่งหวังเงินไม่กี่พันบาท จากการเช่ารถกระบะและเบี้ยเลี้ยงรายวันเพื่อ “ทักษิณ” นั้น มันเป็นการเนรคุณแผ่นดินและชาวบ้านก็รู้แล้วไม่ใช่หรือว่า ขบวนการทักษิณนั้น มุ่งเน้นการ “ล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า” การป่าวร้องทุกค่ำคืนผ่านวิดีโอลิงก์นั้น “ทักษิณ” ไม่ปิดบังเจตนาร้ายอีกแล้ว ต้องการปั่นมวลชนให้ล้มเมือง สร้างความวิบัติให้แผ่นดิน

          ทรัพย์สินโดนยึดไป 4.6 หมื่นล้านบาท สร้างความอาฆาตให้ “ทักษิณ” พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คนไทยทั้ง 65 ล้านคนต้องทนทุกข์ทั้งแผ่นดินก็หวังว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐคงหูตาสว่าง เลิกหวังได้แล้วว่าทักษิณจะได้มีโอกาสได้กลับมาเป็นใหญ่ กระดูกจะหาที่กลบฝังได้หรือไม่ยังเป็นปัญหา

          ศึกครั้งนี้จะ “ตัดเป็น ตัดตาย” กับทักษิณและเครือข่าย บ้านเมืองจะจมปลักอยู่กับคนไม่กี่ตระกูล ซึ่งรวมตัวกันเนรคุณแผ่นดิน สังคมอยากรู้ตระกูล “ชินวัตร ดามาพงษ์ วงศ์สวัสดิ์” นั้น มีคนดี ไม่เนรคุณแผ่นดินเหลืออยู่หรือไม่

          ถ้ายังมี ก็ไม่สายเกินไป ในการออกมาให้บ้านเมืองรู้นิ! อิอิอิ!!!

 

***************************************

 (ภาพจาก-ศูนย์ภาพเนชั่น)

-------------------------------

รายงานพิเศษ หน้า 1 โดย...ณยา ใจกาวัง

ทักษิณบัญชาการ... “สู้ในเกมที่แพ้”  

          นับถอยหลัง “วันแดงเดือด” ภายใต้การนำของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดงทั้งแผ่นดิน บนเดิมพันสุดท้าย

          ถูกมองว่าจะกลายเป็น "สึนามิสีแดง" ที่ "ทักษิณ ชินวัตร"  จะอาศัยแรงก่อตัวจากอารมณ์เคียดแค้นจากผลพวงคดียึดทรัพย์ทักษิณ 4.6 หมื่นล้านบาท รวมทั้งมีผลพวงที่รัฐบาลเร่งเครื่องเดินหน้าเอาผิดทักษิณเพิ่มเติมอีก 10 กว่าคดี เข้าทำนอง "คดีจบ อารมณ์ไม่จบ"

          โดยเมื่อสำรวจสรรพกำลังความพร้อมของกองทัพแดง โดยเฉพาะหลังปรากฏความชัดเจนในรูปแบบและกระบวนทัพอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนจากการซักซ้อมระดมพลตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว

          ต้องบอกว่าน่าเป็นห่วงเหลือเกินสำหรับการต่อสู้ม้วนนี้ของ “ทักษิณ” !!!

          เพราะเห็นได้ชัดว่าผู้สนับสนุน “ทักษิณ” นั้น ลดน้อยถอยลงเป็นลำดับ ไม่เว้นแม้กระทั่งพื้นที่บ้านเกิดของตัวเอง แต่ละเวทีที่เรียกระดมพล บางเวทีเหลือแค่หลักพัน บางเวทีเหลือแค่หลักร้อย และซ้ำร้ายเหลือแค่หลักสิบในหลายพื้นที่

ภาคเหนือที่ว่าแน่ๆ ยังไม่ถึงหมื่น ประเมินจากพื้นที่แดงเข้มใน 3 จังหวัดที่จัดระดมพล ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย และพิษณุโลก คาดว่าเต็มที่ไม่เกิน 5,000 คน

พอๆ กับอีสานที่ระดมพลกลางลานย่าโมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็เรียกมาได้เต็มที่ราว 5,000 คนเท่านั้น

ไม่ต้องพูดถึงภาคใต้ ที่ทำได้แค่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของคน “ไม่เอา ปชป.” และ “ไม่เอาป๋า”

          ขณะที่ภาคกลาง ซึ่งนัยว่าจะมีกิจกรรมไฮไลท์หลากหลายทั้งขึ้นรถ ลงเรือ รวมกันมาได้เต็มที่ก็ไม่น่าจะถึง 1 หมื่นอีกเช่นเดียวกัน

          ทั้งนี้ นอกจากประเด็นเรื่องท่อน้ำเลี้ยงที่ดูจะขัดสนถึงขั้นต้องเรียกระดมทุน ระดมกำลังกันแล้ว ยังมีเหตุผลเรื่องความเบื่อหน่ายกับการต่อสู้ที่ไร้ทิศทาง

          และอีกเหตุผลที่สำคัญคือเสื้อแดงจำนวนไม่น้อย ยอมรับความพ่ายแพ้ของ “ทักษิณ” หลังคำพิพากษายึดทรัพย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเสื้อแดงให้ความเคารพกระบวนการยุติธรรม และเห็นว่า “ทักษิณ” มีความผิดจริง

แต่กระนั้น การระดมพลของแกนนำ นปช.ยังคงต้องดำเนินต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามแผนการที่ได้วางเอาไว้

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพที่คึกคักเป็นอย่างยิ่งในการระดมพลตามต่างจังหวัดพร้อมกันในวันที่ 12 มีนาคม

มีความพยายามจัดกระบวนทัพอย่างเป็นระบบ ทั้งในเรื่องของการเช็กกำลังพลรายชื่อมวลชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมชุมนุมในภาคต่างๆ รูปแบบการรบ รวมถึงการแจกเสื้อแดงอย่างครึกโครม

เพื่อให้เห็นพลังเสื้อแดง และมีแนวโน้มปรับยุทธวิธีใช้ ”สารพัดม็อบ”เพื่อกดดันรัฐบาลชัดเจน

ทั้งในส่วนของเครือข่ายมวลชนคนเสื้อแดง ม็อบอีแต๋น ม็อบชาวนา ม็อบพระสงฆ์ ยังไม่นับกองกำลังใต้ดิน กลุ่มฮาร์ดคอร์ โชว์ภาพที่ของมหาม็อบ หรือ ”สงคราม 10 ทัพ” ที่เคลื่อนมาจากทุกทาง ทั้งบก เรือ

ก่อนจะเคลื่อนพลเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อปักหลักชุมนุมใหญ่ วันที่ 14 มีนาคม  ซึ่งคาดว่าจะเป็นการชุมนุมที่ลากยาว ”แผนล้มรัฐบาล โค่นอำมาตย์” ตามเป้าหมายที่ ”ทักษิณ-เสื้อแดง” ปักธงไว้

พยายามอย่างเต็มที่ที่จะเดินตามแผน “ป่าล้อมเมือง” เปิดยุทธศาสตร์แดง เคลื่อนพลปิดถนน 4 สายหลักเข้าสู่กทม. ในวันที่ 12 มีนาคม

ตีปี๊บแกนนำแต่ละภาคให้ขนมาให้มากที่สุด เพราะเกมนี้ต้องการ “ปิดเร็ว” โดย “ทักษิณ” ไฟเขียวให้ ส.ส.เพื่อไทยรับหน้าที่ ”พี่เลี้ยง” ดูแลมวลชนม็อบแดง ทั้งในเรื่องการประสานงานและขนมวลชนในพื้นที่มาให้มากที่สุด

ใช้ทั้งแผนรุก แผนรับ เพื่อปิดบัญชีรัฐบาลให้ได้ ซึ่งโดยทันทีที่มาถึงกรุงเทพฯ วันที่ 14 มีนาคม จะเป็นวันดีเดย์เผด็จศึกรัฐบาลตั้งแต่วันแรก ขีดเส้นไม่เกิน 3 วันได้เห็นผล

งัดยุทธศาสตร์และสารพัดยุทธวิธี ทั้งการดาวกระจาย เคลื่อนพลครั้งละหลักหมื่นไปปิดค่ายทหารในกรุงเทพฯ และอาจรวมถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

ขณะที่บรรดา “ฮาร์ดคอร์” สายเหยี่ยวทั้งหลาย ที่เล็ง "บึ้มเป็นจุดๆ" ป่วนให้สถานการณ์เหมือน “ผึ้งแตกรัง”

ถ้ารัฐบาลคุมสถานการณ์จลาจลไม่อยู่ เมื่อนั้นรัฐบาลก็เป็นฝ่ายแพ้ !

โดยข้อหารือเบื้องต้นถึงมาตรการกดดันรัฐบาลในรูปแบบปิดเกมเร็วเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้มีการพูดคุยถึงการปิดเส้นทางจราจรสายหลักใน กทม.ทั้งหมด

โดยใช้รถปิกอัพและรถอีแต๋นที่เตรียมมาปิดถนนสายหลักขาออกสัญจรไปทั้ง 4 ภาค คือ เหนือ กลาง อีสาน ตะวันออก และใต้

ปิดค่ายทหารป้องกันไม่ให้ทหารเคลื่อนกำลังได้ ขณะเดียวกันก็หวังใช้กระแสมวลชนกดดันรัฐบาลให้ทำตามข้อเรียกร้องคนเสื้อแดงอีกด้วย

นอกจากนี้อาจมีมาตรการอารยะขัดขืนในการปิดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่ราชการ รัฐวิสาหกิจเข้าทำงาน ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงอารยะขัดขืนอีกทางหนึ่ง

แผนดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ เช่นเดียวกับการวางแผนเหมือนที่พันธมิตร เสื้อเหลืองเคยทำ

แน่นอนว่ามี “สนามบิน” รวมอยู่ในแผนการขั้นต้นด้วย

นอกจากนี้ “ทักษิณ” ยังได้กำชับกับแกนนำเสื้อแดงทุกสายว่า ต้องเอาความผิดพลาดในเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน 2552 มาเป็นบทเรียน เพื่อหาแนวทางตอบโต้รัฐบาล

ไม่ว่าจะเป็นกรณีหากรัฐบาลใช้วิธีทางกฎหมาย หรือดึงกระแสสังคมมากดดัน ด้วยการยกข้อหาป่วนเมือง รวมถึงมาตรการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำรถยกมาสกัดหากมีการขนกลุ่มรถอีแต๋นเข้ากรุง

กลุ่มคนเสื้อแดงก็อาจใช้วิธีอารยะขัดขืน เดินเท้าถอยไปอยู่ในที่ตั้ง

หรือกรณีที่รัฐบาลใช้วิธีเดินดึงกระแสสังคมมาอยู่ข้าง โหมกระแสให้เห็นภาพเสื้อแดงป่วนทำคนกรุงเดือดร้อน

คนเสื้อแดงก็จะถอยร่นไปตั้งหลักอยู่เฉพาะจุดคือราชดำเนิน เวทีกลางที่เป็นศูนย์บัญชาการรบ ตรงเชิงสะพานผ่านฟ้า

พร้อมกับยึดเส้นทางถนนราชดำเนินทั้งสองเส้น รวมทั้งสนามหลวง-สะพานผ่านฟ้า-ลานพระบรมรูปทรงม้า อันเป็นพื้นที่ที่มีหน่วยทะลวงฟันของคนเสื้อแดง หรือหน่วยรักษาความปลอดภัยของเสื้อแดง คอยเป็นกราะกำบังอยู่

ขณะที่หากคนเสื้อแดงเพลี่ยงพล้ำทั้งจากกรณีเหตุการณ์บานปลาย เกิดวินาศกรรมหรือเหตุรุนแรงจนทำให้ตำรวจงัดแผนล้อมปราบ ตามที่รัฐบาลจะงัดแผน "กรกฎ 52” มาใช้

ถึงจุดนี้ “ทักษิณ” ก็จะส่งสัญญานให้เปิดทางให้ "กลุ่มฮาร์ดคอร์" ของ “เสธ.แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล เข้าจู่โจมทันที

สอดคล้องกับที่ “เสธ.แดง” อ้างคำพูด “ทักษิณ” หลังบินไปหารือที่ดูไบ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา และสอดคล้องกับกองบัญชาการรบฝ่ายการเมืองสายตรง “ทักษิณ” ที่ยืนยันตรงกันว่า…

มีคำสั่ง “รบเต็มพิกัด”

ปรับเข้าสู่โหมดเผด็จศึกรัฐบาล จึงเข้าสู่จุดแตกหักด้วยปัจจัยของความรุนแรง!

แต่กระนั้น สิ่งหนึ่งที่ ”ทักษิณ” มองข้ามไม่ได้ คือ "จุดล่อแหลม" ที่อาจทำให้ “ฝ่ายแดง” มีโอกาสแพ้สูง

นั่นก็คือ หากสามารถระดมมวลชนมาได้เฉียดล้านอย่างที่คุยเอาไว้จริงๆ ก็ย่อมไม่มีทางคุมให้อยู่ในระเบียบสันติ อหิงสาได้แน่ โอกาสเกิดความรุนแรงแบบสงครามกลางเมืองย่อมเป็นไปได้ทุกเมื่อ

ยังไม่นับสิ่งที่ยังเป็นอุปสรรคคือ “ปัญหาแตกทัพกันเอง” ของเครือข่ายเสื้อแดง ที่ยังมีรอยปริแยกในระหว่างทำศึกใหญ่ หลังจาก ”ทักษิณ”ใช้หลักการบริหารแบบ "แบ่งแยกปกครอง" มาใช้กับทุกกลุ่ม ทั้งใต้ดิน บนดิน เพื่อระดมกำลังสู้ สู้เพื่อตัวเอง

เหตุก็เพราะ “การใช้บริการมั่ว” อย่างที่เป็นอยู่ ทำให้แกนนำเสื้อแดงอยู่ในสภาพหวาดระแวง และหวั่นกลัวว่าจะเกิดการรบกันเอง

เนื่องจากที่ผ่านมาแต่ละกลุ่มจะเคลื่อนไหวอิสระ แต่ขึ้นตรงกับ ”ทักษิณ"  ทำให้แกนนำแต่ละกลุ่มจะไม่ทราบความเคลื่อนไหวในเชิงลึกของกลุ่มอื่น

มีเพียง “ทักษิณ” เท่านั้นที่รับรู้ข้อมูลของทุกกลุ่ม และสั่งการแต่ละกลุ่มโดยตรง

หากมองใน "ยุทธวิธี" การใช้แผนเล่นหลายหน้าของ "ทักษิณ" ด้านหนึ่งก็อาจเป็นการหาทางหนีทีไล่ให้แก่ “แดง นปช.” ภายใต้การนำ 3 เกลอ

หากเกิดเพลี่ยงพล้ำ ก็สามารถถอยมาอยู่ในที่ตั้ง และหลีกทางให้ "กลุ่มฮาร์ดคอร์" ลุยแทน โดยมี ”ทักษิณ” เป็นเงาทะมึนบัญชาการรบเอง

แต่ในอีกด้านก็เป็นการเสี่ยงอย่างมากที่ทุกกลุ่มจะพ่ายหมดรูป เนื่องมาจากความไม่เป็นเอกภาพและไร้ทิศทาง

ดังนั้น แม้ยุทธวิธี “สร้างความปั่นป่วน” จะเป็นไปเพื่อต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่การยุบสภา หรือ รัฐบาลแห่งชาติ หรือการปฏิวัติเพื่อความสมานฉันท์

เพื่อที่ ”ทักษิณ” ใช้ฉวยจังหวะพลิกวิกฤติเป็นโอกาส "หมอบเพื่อต่อรอง” ปูทางไปสู่การสะสางคดีความต่างๆ เพื่อปลดบ่วงกรรมให้พ้นตัว

          แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า “ทักษิณ” จะสามารถกุมชัยชนะเหนือความพ่ายแพ้ของเสื้อแดงและประเทศชาติได้

          เพราะงานนี้ “ทักษิณ” กำลังสู้ในเกมที่ตัวเองรู้ดีว่า...ไม่มีโอกาสชนะ !

///////////////////////

ท่านผู้ใดมีความคิดเห็นอย่างใด...ส่งมาได้เลย

.......................................

 

 

 

 

 

 

โดย แล่มจันท์พิศาโล

 

กลับไปที่ www.oknation.net