วันที่ จันทร์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สอนระบาดวิทยาให้สอบผ่านกับสอนให้ทำงานเป็น มันคนละอย่างกัน


(โครงการบล็อย้ายบ้าน โพสครั้งแรกที่ http://203.157.15.2/csan/?p=463 เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 51)

สวัสดีครับ

      วันนี้มีน้องสำนักระบาดวิทยาทักว่า ไม่เขียนบล็อกหลายวันแล้วนะ …มีคนคิดถึงนี่ทำให้รู้สึกดีเหมือนกันนะ เลยคึกเขียนบล็อกนี้ต่ออีก ซึ่งมีจุดเริ่มมาจากคำพูดที่หมอระบาดวิทยาภาคสนามรุ่นพี่ของผม นพ.โสภณ เอี่่ยมศิริถาวร พูดระหว่างเจอกันในการจัดหลักสูตรอบรมหัวหน้าทีม SRRT

         ที่มาของคำพูดชื่อเรื่องคือ นพ.คำนวณ ผอ.สำนักระบาดวิทยาพูดถึงว่า ช่วงปีที่ผ่านมามีแพทย์สนใจสอบบอร์ดระบาดวิทยากันมากขึ้น และดูเหมือนมีความต้องการให้จัดอบรมแบบสองสัปดาห์โดยความต้องการในใจลึก ๆ คือเพื่อให้สอบผ่านได้บอร์ดผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน ในวงที่คุยกันวันนั้นก็คุยกันหลายประเด็น

        ตอนหนึ่ง นพ.โสภณ เอ่ยออกมา ผมจำคำพูดไม่ได้ทั้งหมด แต่สรุปความได้ว่า

       ที่เราอบรม(ทีมสอบสวนหรือสอนแพทย์ระบาดวิทยาสองปี)นี่เพื่อให้ทำงานเป็น ต่างกับที่เขาอยากได้เป็นสอนสองสัปดาห์เพื่อสอบผ่าน การสอนเพื่อสอบอาจจะเน้นที่รูปแบบการศึกษา อคติต่าง ๆ การคำนวณบางอย่าง ซึ่งแบบนั้นชอบออกข้อสอบในมหาวิทยาลัย

        ส่วนการสอนเพื่อให้ทำงานได้ อยู่ที่การได้ลงมือทำจริง สอบสวนโรคสอบสวนการระบาดเป็น ซึ่งทำไม่ได้ในสองสัปดาห์

        ผมประทับใจโดยฉับพลัน นี่สิที่เรียกว่าความแตกต่างและหัวใจของระบาดวิทยาภาคสนาม เมื่อครั้งที่เรียนแพทย์ระบาดก็มีการอภิปรายของอาจารย์อยู่เหมือนกันว่า การเรียนภาคสนามน่าจะมีการบรรยายในห้องเรียนไม่เกิน 40% แพทย์ระบาดวิทยาภาคสนามก็เลยต้องนั่งเข้าเวรรับรายงานการระบาด ต้องต่อสายโทรศัพท์ประสานงาน ต้องหาข้อมูลโรคได้เร็ว ๆ จากทุกแหล่งที่หาได้ ต้องเรียนปรึกษาอาจารย์ได้ ต้องรู้ขั้นตอนทางปฏิบัติในการสอบสวน ทำงานกับคนอื่น ๆ ได้ ต้องออกพื้นที่ ต้องเก็บข้อมูลเอง ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้นั่งเรียนในห้องอย่างเดียวไม่ได้ ไม่เกิดทักษะ

        ถ้าย้อนนึกถึงก่อนที่จะมีการก่อตั้ง FETP มีนักวิชาการและแพทย์ส่วนหนึ่งที่เรียนปริญญาเอกจากต่างประเทศมา แต่ด้วยระบบที่ขณะนั้นอาจจะไม่รองรับเท่าที่ควร อยู่ๆ จะคิดเริ่มทำวิจัยที่ซับซ้อนก็ยาก ส่วนใหญ่จึงไม่ได้ใช้วิชาความรู้เท่าที่ควร การมองเห็นหลักสูตรฝึกอบรมจากการปฏิบัติอย่างระบาดวิทยาภาคสนามจึงเป็นจุดเริ่มที่สำคัญ และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

        ยกประโยคนี้มาขยายความกันเท่านี้นะครับ

สวัสดีครับ

เฉวตสรร

โดย สรร

 

กลับไปที่ www.oknation.net