วันที่ จันทร์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สายพันธุ์ HIV ของไทยเป็นแค่ร้อยละ 5 ของโลก


(โครงการบล็อกย้ายบ้าน โพสเรื่องนี้ครั้งแรกเมื่อ 10 ธ.ค. 51 ที่ http://203.157.15.2/csan/?p=472 เคยเขียนย่อ ๆ เรื่องนี้ที่โอเคเนชั่นมาหนึ่งครั้ง)

สวัสดีครับ

เดือนธันวาคมเป็นเดือนที่กระทรวงรณรงค์หลายเรื่อง สองสามวันที่แล้วเห็นข่าวกรมการแพทย์รณรงค์เรื่องการตรวจมะเร็งปากมดลูก ตั้งแต่ต้นเดือนมาก็มีเรื่องวันเอดส์โลกที่ถือเป็นงานใหญ่อีกเรื่องหนึ่งครับ

วันนี้ผมนำแผนที่แสดงการกระจายสายพันธุ์ของเชื้อเอชไอวี-1 ในโลกมาแสดงให้ดูครับ

ผู้ติดเชื้อ HIV ส่วนใหญ่เป็นเชื้อ HIV-1 ส่วน HIV-2 นั้นพบน้อยมาก ในบางส่วนของแอฟริกาเท่านั้น แผนที่นี้แสดงการกระจายของ HIV-1 เท่านั้น

การแยกแยะสายพันธุ์และสายพันธุ์ลูกผสม (subtype & recombinants) มีการเรียกเป็นอักษรย่อ A, B, C, … ไปจนถึง K แล้ว สำหรับผู้ติดเชื้อในไทย กว่าร้อยละ 90 เป็นสายพันธุ์ E ซึ่งต่อมาเมื่อศึกษาโดยละเอียดแล้วเป็นสายพันธุ์ลูกผสม AE (CRF01_AE) สายพันธุ์นี้รุนแรงกว่าสายพันธุ์ที่พบในยุโรปและอเมริกา

ถ้าดูรูปข้างล่าง สายพันธุ์ที่ครองส่วนแบ่งสูงสุดคือสายพันธุ์ C (ในแอฟริกา) รองลงมาคือ A (ก็แอฟริกาอีกแหละ) และ C (ยุโรป อเมริกา ออกเตรเลีย รวมกันตั้งหลายทวีป ยังแพ้แอฟริการอยู่เลย)สายพันธุ์ของบ้านเราคิดเป็นร้อยละ 5 ของทั้งโลกเท่านั้นครับ (ระวังการดูรูปนะครับ การให้สีในรูปข้างล่างจะไม่ตรงกับสายพันธุ์ในแผนที่ข้างบนครับ)

ถ้าเห็นความจริงข้อนี้แล้ว จะทราบได้ทันทีครับว่า คงไม่มีบริษัทไหนจะคิดค้นวัคซีนที่ตรงสายพันธุ์บ้านเรา เพราะว่า ตลาดเล็กมาก สู้ทำสายพันธุ์ที่เจอเยอะ ๆ ไม่ดีกว่าหรือ

แต่ด้วยประเทศไทยคิดเรื่องนี้แต่ต้น และจะรอให้คนอื่นทำสายพันธุ์อื่นสำเร็จแล้วค่อยมามองสายพันธุ์อีของเราก็คงช้าเกินไป ไม่ได้การ คณะกรรมการระดับชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ผลักดันให้เกิดนโยบายเรื่องการพัฒนาวัคซีน จนส่งผลให้มีการไปเจรจาบริษัทผู้ผลิตวัคซ๊นทดลองให้ทำสายพันธุ์ที่ตรงกับบ้านเรา และวิจัยที่ในประเทศไทย

ความพร้อมทางด้านโครงสร้างระบบบริการสาธารณสุขและการวิจัย ซึ่งองค์การอนามัยโลกรับรองว่าเป็นหนึ่งในสี่ประเทศกำลังพัฒนาที่พร้อมสำหรับการวิจัยวัคซีนเอดส์ทดลอง ทำให้เกิดความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ และองค์กรอื่น ๆ ทำการวิจัยวัคซีนเอดส์ในคน (clinical trial) ในประเทศไทยมาหลายโครงการ

และการศิกษาวัคซีนเอดส์ทดลองระยะที่ 3 ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ดำเนินการในประเทศไทยมาหลายปี กำลังจะเสร็จสิ้นการ follow up จะมีการวิเคราะห์และประกาศผลการวิจัยประมาณเดือนกันยายน 2552 นี้แล้ว

เชื่อมั้ยครับว่า นักวิทยาศาสตร์ คนทั่วไป และแม้แต่หมอ จำนวนมาก ยังเข้าใจผิดคิดว่า วัคซีนเอดส์ทำมาจากเชื้อเอชไอวี ความเข้าใจผิดนี้มีทั้งในไทยและต่างประเทศ ต้องประชาสัมพันธ์กันทุกพื้นที่วิจัยกันเลยทีเดียวครับว่า ความจริงคือ วัคซีนเอดส์ไม่ได้ทำจากเชื้อเอชไอวี ซึงทำให้แน่ใจได้ว่า วัคซีนที่ฉีดจะไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อจากตัววัคซีนได้เลยอย่างเด็ดขาด

ครั้งต่อไปขอนำเรื่องความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัคซีนเอดส์ทดลอง(HIV vaccine candidate) มาเล่าต่อครับ

เฉวตสรร

โดย สรร

 

กลับไปที่ www.oknation.net