วันที่ จันทร์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทางออกปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ 4 (ปฏิรูปสามจังหวัดฯ ขนาน ๔ หรือจะกลายเป็นเรื่องไกลตัว)


                    

 

                   ท่ามกลางภาวะตรึงเครียดทางการเมือง ของกลุ่มการเมืองที่กำลังต่อต้านรัฐบาล หลังจากคดีอายัดทรัพย์ไม่เป็นไปตามที่กลุ่มหวังไว้ ฉบับนี้ ผู้เขียนยังคงนำเสนอทางออกปัญหาสามจังหวัดฯโดยในฉบับนี้ ขึ้นหัวเรื่องว่าปฏิรูปสามจังหวัดฯ ขนาน ๔ เพราะเป็นบทความต่อเนื่องถึง ๙ บทความ ในฉบับมากล่าวนำเสนอถึง ทางออกปัญหาด้านการบริหารจัดการของภาครัฐ ซึ่งผู้เขียนก็ขอออกตัวว่า อาจกระทบหน่วยงานราชการหลายหน่วยงาน ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย  ลำพังแค่ทำงานในพื้นที่เสี่ยง ก็ลำบากและยากที่จะทำใจแล้ว ยังจะมีหน้ากระแนะกระแหนมาแดกดันให้สุขภาพจิตเสียอีก
                  แต่เพื่อชาติบ้านเมือง เพื่อสังคมส่วนรวมที่กำลังเข้าขั้นโคม่า ผู้เขียนคิดว่าการกลืนเลือดอาจจะทำให้เรารอดพ้นวิกฤติไปได้ ผู้เขียนจึงขอนำเสนอทางออกปัญหาด้านการบริหารจัดการภาครัฐตามประเด็นประเด็นปัญหาหลัก ๕ ประเด็นดัง่ที่เคยนำเสนอ ดังนี้

 


                ๑. ทางออกปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของรัฐ  โดยผู้เขียนของนำเสนอให้แก้ไขหลักการประเมินประสิทธิภาพในการบริหารจัดการภาครัฐ โดยให้มีภาคประชาชนเข้าประเมินโดยตรงแทนที่จะมีการประเมินเฉพาะตามสายการบังคับบัญชาในตำแหน่งระดับหัวหน้าส่วนระดับ ๗ ขึ้นไป ที่มักจะขาดความรับผิด หลงลืมหลักการสำคัญไปว่า ข้าราชการ คือผู้รับใช้ประชาชน ทำให้เป้าหมายในการทำงานพุ่งเป้าเพื่อ สนองนโยบายของบรรดาผู้บังคับบัญชา ที่เป็นเครื่องมือของนักการเมืองในเล้าของนายทุน อีกทีหนึ่ง ทำให้ปัญหาเดิมๆไม่ได้รับการแก้ไข ใช้คำพูดยกย่องเป็นวัฒนธรรมองค์กร แทนที่จะเป็นเวรกรรมในองค์กร ที่ข้าราชการพนักงานต้องก้มหน้าก้มตายยอมทนกับความ อยุติธรรมในระบบเดิมๆ ซึ่งประชาชนคือผู้รับกรรมในที่สุด ส่วนทางออกจากสาเหตุปัญหาย่อยต่างๆที่ควรแก้ไขนั้น พอจะแยกประเด็นได้ดังนี้
           - ทางออกปัญหาการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ปรับปรุงระเบียบบริหารราชการ เพื่อลดการ
กระจุกตัวของงบประมาณและอำนาจที่ส่วนกลางหรือภูมิภาค โดตให้คงไว้เท่าที่จำเป็น  และยกเลิกขั้นตอนกระบวนบริหารจัดการและภารกิจที่ซ้ำซ้อน โดยหันมาส่งเสริมการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง 
           - ทางออกปัญหาเทคโนโลยีและวิธีการปฏิบัติงานที่ไม่ทันสมัย ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็น เพียงแค่วางแผนพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นระบบ ตั้งแต่การกำหนดรูปแบบโครงข่ายที่สามารถใช้ได้จริง, การพัฒนาบุคคลากรให้พร้อม และจัดหาครุภัณฑ์เทคโนโลยีในการบริหารจัดการให้เพียงพอ เพื่อเป้าหมายในการบริหารจัดการและบริการประชาชนให้ดียิ่งขึ้นไป อีกทั้งต้องมีการพัฒนาปรับปรุง อย่างต่อเนื่อง
          - ทางออกปัญหาการขาดกำลังคนที่มีคุณภาพ การจูงใจ คนที่เก่ง คนมีคุณภาพ  ให้มาทำงานในพื้นที่
เสี่ยงภัยอย่างหวังผลนั้น นอกจากจะเป็นสวัสดิการต้านการเงินที่ควรแตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ อย่างเหมาะสมแล้ว ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ควรจะแตกต่างให้เห็นเด่นชัด เพราะในสภาพข้อจำกัด ปัญหาที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน ต้องอาศัยบุคลากรที่มีจิตสาธารณะและมีประสิทธิภาพมากกว่าพื้นที่ปกติเท่าตัว การคัดสรรบุคคลากรที่มีประสิทธิภาพในตำแหน่งที่สำคัญๆอาจไม่จำเป็นต้องยึดคนในพื้นที่  แต่อาจมีสัดส่วนพิเศษของคนในพื้นที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริการสาธารณะ หรือ ในส่วนที่ไม่ต้องใช้วิทยาการทักษะที่สูงมากนัก
             ๒. ทางออกปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ตรงนี้แม้จะยาก แต่ถ้าหากดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ค่อยเป็นค่อยไปสถานการณ์ของปัญหาคงทุเลาลง โดย สามารถดำเนินการดังนี้
            - เพิ่มการมีส่วนร่วมจากประชาชน โดยการปรับปรุงระเบียบราชการให้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง  ในการตรวจสอบประเมินผล เพื่อให้ส่วนราชการปฏิบัติหน้าที่โดยยึดประชาชนเป็นที่ตั้งไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใด 
            - เพิ่มค่าตอบแทนและสวัสดิการ ที่ปัจจุบันยังไม่เหมาะสม อย่างที่บอกตรงนี้เป็นปัญหาของระบบราชการทั่วประเทศ  ภาระหน้าที่รับผิดชอบไม่เหมาะสมกับค่าตอบแทน ยังผลไปสู่ปัญหาการทุจริตประพฤติ มิชอบในตำแหน่งหน้าที่หน้าที่ ในที่สุด
            - ยึดหลักธรรมาภิบาลมาเป็นนโยบายหลักในการบริหารจัดการ อย่างจริงจัง   ซึ่งในหลักธรรมาภิบาล ทั้ง 6 ข้อ  อันได้แก่ 1.หลักนิติธรรม 2.หลักคุณธรรม 3.หลักความโปร่งใส 4.หลักการมีส่วนร่วม 5.หลักความรับผิดชอบ และ 6. หลักความคุ้มค่า  ถือว่าครอบจักรวาล แต่ผิดที่ไม่มีการยึดถือปฏิบัติอย่างแท้จริง
           - จัดตั้งองค์กรตรวจสอบการทุจริตที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุม   ปัจจุบันหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตในวงราชการ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้มีประสิทธิภาพ เพราะขาดเอกภาพ ขาดแคลนบุคลากร และงบประมาณ โดยในปัจจุบันมีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน , ปปท. หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต, ปปช. หรือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ปปง. หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และผู้ตรวจการรัฐสภาฯ แม้จะมีมากขนาดนี้ก็ยังไม่ครอบคลุมถึงการตรวจสอบเอาผิดภาคเอกชนและแม้แต่หน่วยงานมีสีก็ไม่พ้นข้อครหา เรื่อง”ทุตจริตคอรัปชั่นในวงราชการ”
             ดังนั้นการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในวงราชการ จึงสมควรที่กำหนดให้มีองค์กรที่มีเอกภาพ ศักยภาพ บุคลกรและมีงบประมาณเพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่ และควรเพิ่มอำนาจสืบสวน สอบสวนครอบคลุมตั้งแต่นักการเมืองทุกระดับ, ข้าราชการ, พนักงานลูกจ้าง องค์กรปกครองท้องถิ่น, รัฐวิสาหกิจ, ภาคเอกชน, ตลอดจนหน่วยงานในเครื่องแบบโดยเท่าเทียม โดยอาจจะแยกย่อยเป็นระดับกอง เป็นสำนักในหน่วยงาน ตั้งแต่ส่วนกลางจนถึงระดับจังหวัด คงไม่ต้องบอกว่าผู้ใด ถึงจะทำเรื่องใหญ่แบบนี้ได้
           ๓. ทางออกปัญหาทัศนคติข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐในการให้บริการประชาชน ตรงนี้ต้องใช้เวลาใน การพัฒนาปรับเปลี่ยนด้านความรู้ ความเข้าใจในด้านประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง,ด้านภาษา วัฒนธรรมและประเพณี ตลอดจนศาสนาความเชื่อที่แตกต่างกัน เพื่อลดความรู้สึกอคติเกลียดชัง เลือกปฏิบัติ สามารถสร้างความเท่าเทียมกันทุกมิติในสังคม ยังผลให้การบริการของภาครัฐสามารถครองใจประชาชนได้ไม่ยากเย็น


            จะมีบ้างไหม ที่นักการเมืองในขณะที่ยังครองตำแหน่ง ยังมีอำนาจ จะคิดผลักดันหรือบัญญัติกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการทุจริตคอรัปชั่น เพราะแค่โยนหินถามทางเรื่องปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับภาษีที่ดิน กับกฎหมายมรดก ที่สามารถสร้างรายได้สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติโดยรวม ก็ทำเก้าอี้ของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องคลอนแคลนไปหลายเดือนเชียว แต่ยังไงผู้เขียน ก็ยังหวังเล็กๆว่า ในอนาคต สภาฯผู้แทน คนดีน่าจะมีมากกว่าคนชั่ว หากเราสามารถผ่านวิกฤติ “แดงป่วนกรุงฯ” ไปได้  
                  ท้ายนี้ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ได้ติดตามมาถึง ๙ บทความ เพราะเรื่องความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนใต้นั้น คงยากที่จะนั่งอ่านให้เสียเวลา ถ้าใครคนนั้นรู้สึกว่า เรื่องปัญหาสามจังหวัดฯเหล่านี้มันเป็นเรื่องไกลตัว และกลับกัน ก็คงไม่ต่าง หากคนในสามจังหวัดฯที่จะเห็นเรื่อง ”แดงป่วนกรุงฯ” เป็นเรื่องไกลตัว ธุระไม่ไช่ อาจจะต้องประสบพบโลงศพก่อน ถึงจะหลั่งน้ำตาก็เป็ได้ ฉบับหน้า ปฏิรูปสามจังหวัดฯขนาน ๕ คงจะเป็นบทความท้ายสุด ที่จะเน้นย้ำเกี่ยวกับปัญหาในสามจังหวัดฯ บทความชั่วโมงท้องถิ่น เบตงทูเดย์ คงจะได้เลี้ยวกลับมาเขียนบทความ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป แต่รับรองได้เลยว่า ผู้เขียนจะไม่เห็นเรื่องวิกฤติประเทศชาติเป็นเรื่องไกลตัวอย่างแน่นอน   ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่านและครอบครัว...

เอ็นที่แนะนำที่ควรอ่านประกอบ

 

ทางออกปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ ตอน 1

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/07/28/entry-1

ทางออกปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ ตอน 2

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/08/11/entry-1

ทางออกปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ ตอน 3

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/09/07/entry-1

ทางออกปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ ตอน 4

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/10/13/entry-1

ทางออกปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ ตอน 5

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/11/04/entry-1

             ปฏิรูปสามจังหวัดฯ ตอน ๑     

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/11/24/entry-1

ปฏิรูปสามจังหวัดฯ ตอน ๒     

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2010/02/07/entry-2

 

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net