วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกการเดินทางไต้สุดไปเหนือสุด ตอน 2 (ตอบโจทย์โดนใจ)


             

ตุ๊กตาแก้ว...สวยด้วยฝีมือคนไทย

            วันที่ 28 มกราคม 2553  เวลา 8.30 น. หลังจากทานอาหารเช้า คณะศึกษาดูงาน พร้อมกันที่หน้าโรงแรม แต่ออกเดินทางในเวลา 9.00 น. เพราะฝ่ายประสานงานแจ้งกว่า ฝ่ายเทศบาลหนองป่าครั่งพร้อมในเวลา 9.30 น. เราใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 15 นาที เราก็ถึงเขตเทศบาลตำบลหนองป่าครั่ง ซึ่งจากการสังเกต เทศบาลนี้มีทั้งห้างแมคโคร บิ๊กซี ชุมชนใหญ่โต เพราะอยู่ติดเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ แต่เข้าใจว่า ในอดีตไม่ได้มีการวางผังเมือง จึงมีสภาพถนนคับแคบไปถนัด เมื่อรถทัวร์ของเราเข้าไป ต้องมีรถนำข้างหน้า เมื่อโบกและ ป้องกันรถสวนทางมา เราไปถึงอาคารอะไรซักแห่งของสำนักงานของเทศบาลตำบลหนองป่าครั่ง เราเปลี่ยนรถมาเป็นรถสองแถว เพื่อเดินทางไปยัง สถานที่ ที่ทางเทศบาลตำบลหนองป่าครั่งใช้เป็นสถานที่ฟังบรรยายสรุปเพราะ อาคารสำนักงานเทศบาลฯอยู่ระหว่างการปรับปรุง

             เช้า..นั่งรอทีมงานที่ร๊อบบี้                
                                
              

นั่งสองแถวต่อไปฟังบรรยาย

            เมื่อเราไปถึงก็ได้เข้าไปนั่งยังอาคาร ที่จัดเก้าอี้เป็นแถวไว้เรียบร้อย เราเข้าไปนั่งซักพัก ก็มีการแนะนำตัว โดยปลัดเทศบาลหนองป่าครั่ง เป็นดำเนินการบรรยายสรุป พร้อมมีรองนายกเทศบาลตำบลหนองป่าครั่ง จำนวนสองท่าน เป็นชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง ดูดีมีราศี ทราบว่าเป็นข้าราชการบำนาญ ส่วนนายกเทศบาลเป็นเจ้าโรงงานเงินทุนหมุนเวียนกว่า 700 ล้าน โดยจากการฟังบรรยายสรุป พอจะเรียบเรียงได้ว่า

ฟังบรรยายสรุปอย่างเคร่งเครียด

แลกเปลี่ยนทัศนะ

นายชฏิลพงษ์ จำเดิมเผด็จศึก

ปลัดเทศบาลหนองป่าครั่ง คนเก่ง

ชักภาพหน้าศูนย์ฝึกอาชีพเทศบาลตำบลหนองป่าครั่ง

            เทศบาลตำบลหนองป่าครั่ง อ.เมือง  จ.เชียงใหม่ ได้รับการยกฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองป่าครั่ง เป็นเทศบาลตำบลหนองป่าครั่ง ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2549   ทั้งนี้  ผู้คณะศึกษาดูงานได้ทราบถึงขั้นตอนต่างๆ  ในการยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาล  ทราบถึงข้อดีว่า จะทำให้มีรายได้จากงบประมาณสูงขึ้น ร้อยละ 75, ประชาชนได้รับบริการที่กว้างมากขึ้น, การมอบภารกิจถ่ายโอนงานทะเบียนจะเกิดขึ้น ถ้าสำนักงานห่างจากอำเภอเกิน 15 กิโลเมตร, กำนันผู้ใหญ่บ้านยังคงดำรงตำแหน่งจนกระทั่งยกฐานะเป็นเทศบาลเมือง, การทำงานกับฝ่ายปกครองก็ราบรื่น โดยมีคณะกรรมการชุมชนเป็นกลไกในการทำงาน และพนักงานลูกจ้างในสำนักงานเทศบาลฯมีกว่าร้อยตำแหน่ง ทั้งที่มีพื้นที่เพียง 2.5 ตร.กม. ในขณะที่ อบต.อัยเยอร์เวง มีพนักงาน ลูกจ้างไม่ถึง 50 คน แต่มีพื้นที่ถึง 818.72 ตร.กม. และมี 11 หมู่บ้าน และประชากรเรา 10,000 คน มากว่าเขาประมาณ 3,000 คน  ส่วนการยกเป็นเทศบาลมีข้อเสียกับนักการเมืองก็คือจำนวนนักการเมืองจะลดลง เพราะเทศบาลตำบลมีนักการเมืองแค่ 2 เขต เขตละ 6 คน ในขณะที่ อบต.มีสมาชิกหมู่บ้านละ 2 ตำบลอัยเยอร์เวง มี 11 หมู่บ้าน ก็ปาไป 22 คน ส่วนฝ่ายบริหารก็เท่าระดับ อบต.  แต่จะสามารถตั้งที่ปรึกษาได้ด้วย โดยเฉพาะด้านการศึกษาและสาธารณสุข  

จนท.สาธารณสุขเขาเเข้มแข็ง

ตรวจรักษาโรค แล้วไปพักรักษาตัวที่บ้าน

อบอุ่นสมชื่อ

            อันที่จริงแล้วผู้เขียนนั้นทราบดีถึงวิธีการและข้อดีข้อเสียในการยกฐานะ เพราะได้ทำการเข้าใจและศึกษามาพอสมควร เคยเขียนบทความเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ลงในหนังสือพิมพ์เบตงทูเดย์ และในบล็อกโอเคเนชั่น ( http://www.oknation.net/blog/localbetong/2008/10/17/entry-1 โอกาศที่ผ่านไป) กว่าสองปีแล้ว ประกอบกับมีโอกาสรับเป็นอาจารย์สอนพิเศษที่วิทยาลัยชุมชน ยะลา สาขาเบตง กว่า 3 ปี ซึ่งวิชาการปกครองท้องถิ่นไทย เป็นวิชาหนึ่งที่สอนอยู่ประจำ และได้เคยทำเอกสารรายงานให้สมาชิกฯและฝ่ายบริหารทราบมาตลอด รวมทั้งได้ทำแบบสอบถามประชาพิจารณ์ ความต้องการการยกฐานะของประชาชน ก่อนที่จะหมดสมัยเมื่อปี พ.ศ. 2550 ซึ่งผลออกมาชาวบ้านส่วนใหญ่ ถึง ร้อยละ 90  เห็นด้วยกันทั้งสิ้น

บริเวณหน้าห้องน้ำศูนย์ฯภายในอาคาร จัดได้น่าประทับใจ

ศูนย์ฝึกอบรม นวดแผนโบราณราคาถูก

เปิดบริการได้จริงๆ

ขนาดภาพจุดประสาท ก็ทักได้สวยแปลกตา

            แต่ที่ อบต.อัยเยอร์เวงไม่ดำเนินการเป็นเทศบาลในปี พ.ศ. 2550 เพราะ ติดขัดกรณีอาจทำให้เกิดความขัดแย้งในผู้นำชุมชน เพราะในส่วนฝ่ายปกครองท้องที่ไม่เห็นด้วย โดยได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากบุคคล หน่วยงานที่หวงอำนาจ และแนวคิดไม่สนับสนุนการกระจายอำนาจ ทั้งใช้วิธีปล่อยข่าวให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเข้าใจผิดว่า จะต้องโดนยุบตำแหน่งทันทีที่ยกฐานะฯเป็นเทศบาล ซึ่งการดำเนินการเป็นลักษณะคลื่นใต้น้ำ กระจายข่าวตามร้านน้ำชากาแฟ ในที่ประชุมเฉพาะกลุ่ม ผู้เขียนในขณะนั้นจึงต้องระงับเรื่องยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลไว้กลางสภาท้องถิ่น เพราะ หากการยกฐานะทำให้ชุมชนสับสน แตกแยก ขัดแย้ง เนื่องจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน คงได้ไม่คุ้มเสีย การส่งเสริม การให้ความรู้ความเข้าใจ ในข้อเท็จจริงเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วนที่สุด

ตู้แสดงสินค้าชุมชนฝีมือดีราคาถูก ที่แสดงและจำหน่ายไปด้วย

คณะฯเราเหมาจนเกือบหมด

             ดังนั้นการดูงานของ อบต.อัยเยอร์เวง ครั้งนี้ จุดสนใจที่สำคัญประการแรก ก็คือรายละเอียดในการยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นเทศบาลตำบล  ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นผู้รับผิดชอบโครงการฯในการนำพาให้กลุ่มเป้าหมาย คือข้าราชการ พนักงาน ผู้บริหารและสมาชิก อบต. ฯได้อบรมสัมมนา ทัศนศึกษา ได้สัมผัส และแลกเปลี่ยนข้อมูล จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ดำเนินการจริง โดยตรง ซึ่งหลังจากการดูงาน ความรู้ความเข้าใจที่ได้จากการดูงาน จะติดตัวผู้นำเหล่านี้ เป้นกระบอกเสียงในการโต้แย้งข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และประชาสัมพันธ์ถึงข้อดีในการยกฐานะ วันแล้ววันเล่า ทั้งในชุมชน และร้านน้ำชากาแฟ รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ขององค์กร ผ่านหอกระจายข่าว สื่อสิ่งพิมพ์ แผ่นพับต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้มีข้อมูลที่ถูกต้อง อันแท้จริง สำหรับใช้ในการตัดสินใจว่า อนาคตขององค์กรท้องถิ่นในพื้นที่จะยกหรือไม่ยกฐานะจาก อบต.เป็นเทศบาลตำบล โดยมีเวลาดำเนินการจนถึงก่อนหมดวาระ 6 เดือนของสมาชิก อบต.และผู้บริหารในปี พ.ศ.2554 

หนูน้อยน่ารัก

ช่วยพ่อจำหน่ายตุ๊กตาแก้วที่ระลึกหน้าศูนย์

พ่อผู้ได้รับการถ่ายทอดฝีมือทำตุ๊กตาแก้ว

จากพี่ชาย

แสดงการผลิตตุ๊กตาแก้วสดๆ

ขึ้นรูปช้าง

ตื่นตาตื่นใจ

            ส่วนตัวของผู้เขียนนั้นรู้ดีว่า อบต.อัยเยอร์เวง กับเทศบาลตำบลหนองป่าครั่งนั้น แท้จริง เป็น อบต.รุ่นแรก รุ่นเดียวกันที่จัดตั้งทั้งประเทศ เพียง 617 แห่ง ในปี พ.ศ. 2538 เหมือนกัน แม้สภาพบ้านเรือนความเมืองของตำบลอัยเยอร์เวงจะไม่ใหญ่โตเหมือนตำบลหนองป่าครั่ง แต่ความเข้มแข็งทางกระบวนการชุมชนสังคมดูจะเข้มแข็งกว่ามากโข หากหันมามองผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ในส่วนที่องค์กรระดับเทศบาลดูจะมีมากกว่าทั้งมิติด้านบริการสาธารณะ และด้านการบริหารบุคคล รวมถึงรายละเอียดมิติปลีกย่อยอีกมากมาย ผู้เขียนเชื่อมั่นว่า ประชาชนจะได้ประโยชน์มากว่าปัจจุบันที่เป็นอยู่แน่นอน   

3 ตัวร้อย สมราคาเหมาะแก่การฝากทั้งชายและหญิง 

ใครผ่านไปอย่าลืมอุดหนุนด้วยครับ มีเสื้อสกรีนลายไทยสวยๆด้วย   

             ตอนนี้ออกจะดูซีเรียส หลังจากที่นั่งฟังบรรยายสรุปเสร็จ เราไปดูศูนย์สาธารณสุขของเทศบาลที่เยี่ยมยอด ที่สามารถบรรเทาความแออัดของโรงพยาบาล ไปดูการส่งเสริมอาชีพที่สอดรับกับความต้องการของท้องถิ่น ไม่น่าเชื่อว่านี่คือ เทศบาลตำบลเล็กๆ ที่พึ่งจะถอดคราบ อบต.ไม่เกิน 5 ปี  หลังจากนั้น คณะเราก็มุ่งหน้าไปสวนสัตว์ เชียงใหม่ และบ้านถวาย พบข้อคิดอะไรมากมาย โปรดติดตามบันทึกการเดินทางได้ในตอนต่อไป.. ปะหมีแพนด้า โดนพิษเสื้อแดงที่บ้านถวาย ไล่กลับไปเที่ยวสงขลา... โปรดติดตาม   


สาวเชียงใหม่...

ตอนหน้า ปะหมีแพนด้า โดนพิษเสื้อแดงที่บ้านถวาย

ไล่กลับไปเที่ยวสงขลา... 

เอ็นทรี่แนะนำ

บันทักการเดินทาง จากใต้สุดสู่เหนือสุดสยามประเทศ

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2010/03/10/entry-1

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net