วันที่ จันทร์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปักกิ่ง : โห้ไห่


ผมมักจะชอบเดินเล่นไปเรื่อย ๆ ถ่ายรูป ดูผู้คนและถนนหนทางไปตามเรื่อง เดินเรื่อยมาจนมาถึงทะเลสาปโห้ไห่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของผมนัก โห้ไห่ขึ้นชื่อเรื่องแหล่งพักผ่อนสบาย ๆ ของคนปักกิ่งในยามกลางวันและผับบันเทิงเรียงรายในยามราตรี

โห้ไห่ในฤดูร้อน
โห้ไห่ในฤดูร้อน
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.

โห้ไห่ในฤดูหนาว
โห้ไห่ในฤดูหนาว
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.

ตอนผมมาปักกิ่งใหม่ ๆ โดยมาประชุมเป็นช่วงสั้น ๆ ไม่กี่วัน หลาย ๆ ครั้งที่มาเมื่อเสร็จงานและย่างเข้าสู่ยามค่ำคืน ผมก็มักอาศัยสิงสถิตอยู่แถวโห้ไห่นี้เพราะไม่รู้จะไปเที่ยวไหน ได้แต่เข้าออกผับโน้นผับนี้ไปตามเรื่อง ตามประสาคนต่างถิ่นที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับประเทศคอมมิวนิสต์สมัยใหม่


ผับต่าง ๆ ที่โห้ไห่
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.


ผับที่โห้ไห่
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.


สาวน้อยเสริฟเบียร์ในผับริมทะเลสาปโห้ไห่
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.

ถ้าไม่นับประเทศไทยแล้วนั้นผมเคยชินกับวิถีชีวิตของผู้คนในอังกฤษและอเมริกาผ่านช่วงชีวิตในการศึกษา หลาย ๆ คนเคยชวนผมมาประเทศจีนเมื่อนานมาแล้วซึ่งผมไม่เคยคิดที่จะมาเลยสักครั้ง เพราะคิดว่าที่นี่มีแต่เสื้อผ้าสีน้ำเงินเทา ๆ จืดชืดสไตล์คอมมิวนิสต์ ทุกวันนี้ก็ยังงง ๆ อยู่ว่าท้ายที่สุดแล้วตัวเองกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศจีนได้ยังไง หลาย ๆ อย่างเป็นไปได้อย่างไม่น่าเชื่อในสังคมจีนเมื่อผมมาเห็น โห้ไห่อยู่ห่างจากเทียนอันเหมินที่เหมาเจ๋อตุงประกาศตั้งประเทศคอมมิวนิสต์จีนเมื่อ 60 ปีก่อนแค่กิโลเมตรเดียวแต่เหมือนกับอยู่คนละประเทศกันเมื่อเทียบกับสมัยนั้น


ถนนคนเดิน พาหนะทุกชนิดที่มีล้อห้ามเข้า
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.


สิ่งตกค้างทาง (ปฏิวัติ) วัฒนธรรมถูกแขวนขายเป็นของที่ระลึก
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.


ของที่ระลึก
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.


ร้านขายเสื้อผ้า
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.


อยากมีรอยสักก็เดินขึ้นไป
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.


ยังไม่รู้เหมือนกันว่าหมายถึงอะไร ว่าง ๆ จะลองเดินเข้าไปดู
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.

หลังจากที่ผมย้ายตัวเองมาอยู่ประเทศจีนอย่างถาวรเมื่อหลายปีก่อน จนรู้จักถนนหนทางแทบจะทุกซอกทุกมุมของเมืองปักกิ่ง ผมก็ยังคงเดินมาที่โห้ไห่บ่อย ๆ แต่คราวนี้ไม่ใช่มาเที่ยวผับ คือ ผมชอบมานั่งดูเป็ดว่ายน้ำ โดยเฉพาะในเวลาฤดูหนาวนั้นผมมักจะสงสัยเสมอว่าเป็ดจะหากินยังไง เจาะน้ำแข็งทำโพรงลงไปในน้ำหรือเปล่า เกิดมาเป็นเป็ดแล้วอาศัยอยู่ในปักกิ่งนี่ฟังดูก็ไม่ค่อยเป็นมงคลสำหรับเป็ดอยู่แล้ว และชีวิตก็คงไม่ค่อยสบายนักเมื่อเทียบกับเป็ดไทยเพราะภูมิอากาศที่หนาวเย็นแทบจะทั้งปี กุ้งหอยปูปลาก็คงไม่อุดมสมบูรณ์นักเหมือนในเมืองไทย


เป็ดที่โห้ไห่ในช่วงปลายฤดูหนาว
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.

รอบ ๆ โห้ไห่มีชุมชนชาวเมืองปักกิ่งเก่า เป็นทางเดินแคบ ๆ เล็ก ๆ เรียกว่า หูต่ง กระจายอยู่โดยรอบ คำว่าหูต่งนี้มีที่มาจากภาษามองโกลสมัยที่ยึดครองประเทศจีนเมื่อ 800 ปีก่อน หมายถึงทางน้ำเล็ก ๆ ให้ม้าดื่มน้ำ ผู้คนอาศัยอยู่ริมทางน้ำเล็ก ๆ นี้ แต่ทางน้ำเหล่านั้นได้ถูกถมดินเปลี่ยนเป็นทางเดินเล็ก ๆ แทนในปัจจุบัน


หูต่ง
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.


วิถีชีวิตผู้คนในหูต่ง
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.


ประตูบ้านเล็ก ๆ ในหูต่ง
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.

โห้ไห่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเขตที่สวยงามที่สุดหนึ่งในห้าแห่งของประเทศจีนเมื่อปี 2005 โดยนิตยสาร Chinese National Geography นอกจากผับ ร้านขายของที่ระลึกและหูต่งแล้ว ยังมีร้านกาแฟสไตล์ยุโรปเรียงรายอยู่มากมาย รวมไปถึงสตาร์บัคที่มีการตกแต่งพิเศษเป็นศิลปะจีนแตกต่างจากที่เห็นในที่ต่าง ๆ ทั่วโลก

ผมมีร้านโปรดส่วนตัวที่โห้ไห่อยู่ 2 ร้าน คือ ร้านกาแฟชื่อ Chopsticks ซึ่งเป็นสไตล์ยุโรปกับร้านน้ำชาชื่อ Butterfly lovers ซึ่งมีสาวน้อยคอยเล่นเครื่องดนตรีจีนโบราณ (กู๋เจิ้ง) ให้ฟังเบา ๆ ขณะที่เรานั่งดื่มชาเงียบ ๆ


Beautiful Melody
Copyright 2010 Gaotawan.com All rights reserved.

ร้านกาแฟหรู ๆ ทั่ว ๆ ไปนั้นอย่างมากกาแฟก็ราคาแก้วละ 80 หยวน (400 บาท) แต่สำหรับร้านน้ำชาหรู ๆ นั้น น้ำชาราคาชุดละ 300 หยวน (1,500 บาท) ขึ้นไป ผมเคยน้ำตาแทบไหลเมื่อครั้งหนึ่งไปนั่งดื่มชาอยู่แถวเดอะบันด์ในเซี่ยงไฮ้ เสียเงินค่าน้ำชาไปหมื่นกว่าหยวน (ห้าหมื่นกว่าบาท) ด้วยความไม่รู้เรื่องราวของชาจีน ตั้งแต่นั้นมาผมจะระมัดระวังเสมอเวลาสั่งน้ำชามาดื่มในร้านน้ำชา ชาชั้นดีบางชนิดในประเทศจีนนั้นมีราคาสูงกว่าทองคำหลายเท่าตัว

เพื่อนคนจีนมักจะชอบแซวผมว่า คนไทยไม่รู้จักการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าเพราะไม่มีวัฒนธรรมการดื่มชา ผมก็บอกว่าคนไทยนั้นรวย เรามีน้ำผลไม้ให้ดื่มและเปลี่ยนชนิดผลไม้ไปได้เรื่อย ๆ อีกโดยไม่มีซ้ำตลอดปี ไม่ยากจนเหมือนคนจีนที่แร้นแค้นถึงขึ้นต้องเอาใบไม้มาลอยน้ำดื่มกัน...;)

  

โดย เก้าตะวัน

 

กลับไปที่ www.oknation.net