วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พิพิธภัณฑ์สิรินธร (ภูกุ้มข้าว) เปิดประสบการณ์ใหม่ ในการท่องเที่ยว


                     "เสาร์-อาทิตย์นี้ว่าง ไปเที่ยวภูกุ้มข้าวกันเถอะ" จะมีซักกี่คนครับที่คิดและพูดแบบนี้ ถ้าไม่ใช่คนท้องถิ่น นี่ถ้าผมไม่ได้ไปทำธุระแถวๆ นั้น ผมก็คงไม่รู้จัก "ภูกุ้มข้าว" หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า "พิพิธภัณฑ์สิรินธร" พิพิธภัณฑ์จัดแสดงชิ้นส่วนซากดึกดำบรรพ์ ไดโนเสาร์ และฟอสซิล และจะว่าไปแล้วจะมีซักกี่คนที่รู้จัก หรืออาจจะมีคนรู้จักอย่างกว้างขวางแต่กลับเป็นตัวผมเองและเพื่อนๆ ที่ดันไม่รู้จักเอง ส่วนใหญ่สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อ มักเป็นป่า เขา ลำเนาไพร ท้องทะเล หมู่เกาะต่างๆ แต่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นับเป็นประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยวของผมและเพื่อน

                     ระหว่างการเดินทางเพื่อไปทำธุระที่จังหวัดสกลนคร ระยะทางเกินกว่า 600 กิโลเมตร ผ่านจังหวัดต่างๆ ทางภาคอีสานของไทย ผ่านป้ายบอกทางไปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมาย แต่ที่สะดุดตาและดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมาก ก็เห็นจะเป็น "พิพิธภัณฑ์สิรินธร (ภูกุ้มข้าว)" ที่อยู่ในอำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งก่อนหน้าการเดินทางผมก็ลองเข้าไปค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสกลนคร และอำเภอใกล้เคียงก็ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ รวมถึงรูปภาพมากมาย ยิ่งถ้าลองค้นหาใน OKNATION ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลต่างๆ แล้วก็จะพบหัวข้อที่มีคนทำ blog เอาไว้อย่างมากมาย แล้วถ้าผมจะเพิ่มเข้าไปอีกซักเรื่องก็คงจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ข้อมูลและภาพถ่ายเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ และที่สำคัญอุตส่าห์ดั้นด้นไปถึงที่แล้วถ้าไม่แวะ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ไปอีก ดังนั้นหลังจากทำภารกิจเสร็จสิ้น อยู่เที่ยวในตัวเมืองสกลนครแล้ว จุดหมายที่วางไว้ก็คือ "พิพิธภัณฑ์สิรินธร (ภูกุ้มข้าว)"

                     ซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ที่ภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พบโดยพระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ในปีพ.ศ. 2537 และได้เริ่มทำการขุดค้นอย่างเป็นระบบ โดยคณะสำรวจไดโนเสาร์จากกรมทรัพยากรธรณี โดยนายวราวุธ สุธีธร ซึ่งพบว่า ภูกุ้มข้าว ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัด กาฬสินธุ์ เป็นแหล่งไดโนเสาร์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทยโดยพบกระดูกไดโนเสาร์เกือบทั้งตัว กองรวมอยู่กับกระดูกไดโนเสาร์กินพืชอีกชนิดหนึ่ง กระดูกทั้งหมดอยู่ในชั้นหินที่วางตัวอยู่บนไหล่เขาของภูกุ้มข้าวซึ่งมี รูปร่างคล้ายลอมฟาง มีความสูงประมาณ 240 เมตร

                     พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ เดิมคือศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติงานศึกษาวิจัย อนุรักษ์เก็บรวบรวมตัวอย่างอ้างอิงซากไดโนเสาร์และ สัตว์ร่วมสมัยและนำข้อมูลเหล่านี้ไปเผยแพร่แก่นักท่องเที่ยวในรูปของพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวปีละกว่า 2 -3 00,000 คน โดยเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2538 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาทอดพระเนตรซากกระดูกไดโนเสาร์และทรงโปรดฯ ให้จัดตั้งโครงการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวขึ้น โดยสร้างอาคารหลุมขุุดค้นเป็นการชั่วคราวเพื่อใช้ป้องกันซากกระดูก รวมทั้งใช้บังร่มเงาแก่นักวิชาการในการขุดแต่งกระดูก ต่อมาใน ปี 2539 กรมทรัพยากรธรณีได้สร้างอาคารวิจัยมีพื้นที่ใช้งาน 375 ตารางเมตร เพื่อเป็นสถานที่ทำการอนุรักษ์ ศึกษาวิจัยและเก็บรวมรวมซากดึกดำบรรพ์ที่สำรวจพบในประเทศไทย


                     ปี 2542 กรมทรัพยากรธรณีสร้างอาคารถาวรคลุมหลุมขุดค้น โดยใช้ชื่อว่า “ อาคารพระญาณวิสาลเถร ” ตามชื่อสมณศักดิ์ของท่านเจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ผู้ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว

                     ปี 2544 อาคารพิพิธภัณฑ์สิรินธร ในส่วนแรกได้มีการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ

                     ปี 2547 ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีคณะที่ 6 (ฝ่ายสังคม) ครั้งที่ 36/2546 วันที่ 4 ธันวาคม 2546 มีมติให้กรมทรัพยากรธรณีใช้เงินงบกลางรายการค่าใช้จ่ายในการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ พัฒนาอาคารพิพิธภัณฑไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวระยะต้น เพื่อปรับปรุงและตกแต่งภายใน และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2547 รับทราบและเห็นชอบตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ซึ่งได้มีการก่อสร้างตกแต่งภายในจนแล้วเสร็จในปี 2548

                     ปี 2549 ได้รับงบประมาณ เพื่อสร้างส่วนนิทรรศการ จนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อต้นปี 2550 พิพิธภัณฑ์สิรินธรเปิดให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีได้ขุดค้นซากไดโนเสาร์พบกระดูกมากกว่า 700 ชิ้น เป็นกลุ่มของกระดูกส่วนขา สะโพก ซี่โครง คอ และหางของไดโนเสาร์กินพืชไม่น้อยกว่า 7 ตัว นอกจากนี้ยังพบฟันของไดโนเสาร์ทั้งกินพืช และกินเนื้ออีกอย่างละ 2 ชนิด จากลักษณะของกระดูกพบว่าเป็นไดโนเสาร์กินพืชสกุลภูเวียง ( Phuwiangosaurus sirindhornae ) 1 ชนิด และเป็นไดโนเสาร์กินพืชชนิดใหม่อีก 1 ชนิด คาดว่าอาจเป็นไดโนเสาร์สกุลและชนิดใหม่ของโลก


                     ข้อมูลความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ต้องขอขอบคุณ เวปไซต์อย่างเป็นทางการของพิพิธภัณฑ์ (www.dmr.go.th/dmr_data/sirindhorn/sirindhorn_main.html) ส่วนภาพถ่ายทั้งหมดเป็นฝีมือของผมเองล้วนๆ นำมาให้ดูบางส่วน ส่วนของจริงๆ ผมรับรองว่ายิ่งใหญ่อลังการมากครับ โดยเฉพาะห้องเก็บชิ้นส่วนที่จัดเก็บอยู่ในห้องควบคุมอุณหภูมิ จัดวางเรียงรายเต็มพื้นที่ ตื่นตาตื่นใจเหมือนในหนังวิทยาศาสตร์ของ Hollywood เลยทีเดียวครับ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่เก็บค่าเข้าชม แต่จะตั้งตู้รับบริจาคเพื่อใช้ในการดำเนินงานครับ ถ้าใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวก็อย่าลืมบริจาคทุนทรัพย์เพื่อให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ดำเนินการและเป็นแหล่งความรู้ให้กับนักเรียนนักศึกษา และนักท่องเที่ยวที่สนใจนะครับ

                     พิพิธภัณฑ์สิรินธร (ภูกุ้มข้าว) อยู่ห่างจากตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ไปทางทิศเหนือระยะทางประมาณ 30กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 227 ( กาฬสินธุ์-สหัสขันธ์-คำม่วง-วังสามหมอ-พังโคน) ก่อนถึงตัวอำเภอสหัสขันธ์ประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่วัดสักกะวันตรงข้างโรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา เป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร

เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. 043-871-014 , 043-871-394

โดย SHUTTERTD

 

กลับไปที่ www.oknation.net