วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หัวหน้าทักษิณที่ผมรักข้างเดียว


ประเทศไทย ไม่มีที่ไหนสุขเท่าบ้านเรา  HOME SWEET HOME

หัวหน้าทักษิณที่ผมรักข้างเดียว

ในภาวะนี้  ผมไม่แน่ใจว่า หัวหน้าอยู่ในอารมณ์ปรกติที่พร้อมจะรับฟังเหตุผลหรือไม่ แต่ผมคงไม่มีเวลารอคอย  เนื่องจากบ้านเมืองค่อนข้างวิกฤตมาก อาจจะเป็นเพราะอำมาตย์ใหญ่หรือตัวหัวหน้ากองทัพไพร่ไม่ยอมหยุดไม่ยอมเจรจา หัวหางแดงที่เป็นมิตรสหายต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาด้วยกัน   ต้องฟังคำสั่งจากหัวหน้าซึ่งพวกเขา ไม่รู้จักธาตุแท้ของหัวหน้า ( ที่เป็นนักธุรกิจที่ไม่มีธรรมาภิบาลและเป็นนักการเมืองสามานย์) แต่บางคนแอบหวังใช้หัวหน้าเป็นเครื่องมีอไปโค่นล้มอำมาตย์ก่อน แล้วมาโค่นล้มหัวหน้าที่หลัง

ขณะนี้หัวหน้าขาดอาวุธวิเศษคือ ”ข้อมูลที่เป็นจริง” มีแต่ข้อมูลเท็จแต่งเติมยกยอปอปั้นจากบริวารห้อมล้อม  ที่ไม่ได้มีความจริงใจต่อหัวหน้า (หัวหน้าก็ไม่ได้มีความจริงใจต่อเขา อยู่ในสภาพต่างคนต่างใช้กัน) ทำให้การคิดวิเคราะห์สถานกาณ์ผิดพลาด ไม่รู้เขาไม่รู้เรา ไม่เข้าใจความเป็นจริง การต่อสู้จึงมีแต่แพ้ กับไม่ชนะ

ผมขอบอกด้วยความหวังดีว่า   “หัวหน้าอยู่ในสภาพ FIGHTING IN A LOSING WAR“ เป็นประโยคที่หัวหน้าเคยบอกผม จำได้ไหม? ไม่ควรต่อสู้ในสงครามที่ไม่มีทางเอาชนะ อยู่ในเกมส์ที่เขาเป็นคนกำหนดเราต้องทำตามเขา

เขาเป็นฝ่ายรุก เราเป็นฝ่ายรับ   

หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เราควรยุติและเลิกไปก่อน เพราะสู้ไปมีแต่แพ้ และเสียหายเปล่าๆ

ใครที่ไม่เข้าใจความหมายนี้ ไม่สามารถเป็นผู้นำที่ดีได้  และเราก็ไม่ควรไปตามผู้นำเช่นนี้

หัวหน้าเป็นคนมีเหตุมีผล ผมจึงสรุปสถานการณ์ที่เป็นจริง โดยไม่หวังผลประโยชน์อะไรทั้งสิน อย่างที่ผมเคยทำมาในสมัยที่อยู่พรรคพลังธรรม ที่มีความเป็นพี่เป็นน้องมาให้หัวหน้าพิจารณาไตร่ตรอง  แต่หัวหน้าอย่าใช้อารมณ์นะ ต้องใช้ปัญญาเหตุผล

หนี่ง ตัวหัวหอกคือหัวหน้า ไม่มีความชอบธรรม เป็นสิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์ หรือตกเวทีประวัติศาสตร์ไปแล้ว หลังจากคำพิพากษาประวัติศาสตร์ของคณะศาลฦกา 26 กุมภา 2553 

สอง แกนนำแดง และพรรคเพื่อไทย หมดสมรรถภาพ แตกแยกไม่เป็นเอกภาพหลากหลายความคิดและเป้าหมาย และเริ่มไม่ไว้ใจและขาดความเชื่อถือหัวหน้า (หัวหน้าไม่ให้เกียรติและไม่ไว้ใจพวกเขาก่อน)

สาม มวลชนแดงถูกแบ่งแยกจากรัฐบาล เนวินและพรรคร่วม รวมทั้งแกนหลักในพรรคเพื่อไทยที่เอาใจออกห่าง เพราะมองเห็นสภาพของหัวหน้าเป็นเสมือน “หมาเน่าลอยน้ำ” ไม่สามารถยึดเกาะเป็นที่พึ่งพาได้อีกแล้ว

อีกทั้งมวลชนเริ่มมีความตื่นตัวและเข้าใจอะไรมากขึ้น รู้ว่า หัวหน้าที่ไม่เคยต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่สามารถเป็นผู้นำพา ประชาชนไปสู้สังคมใหม่ ที่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงได้ พวกเขาได้เห็นธาตุแท้ของหัวหน้าที่สู้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง พูดว่าจะเป็นผู้นำพาการรบ แต่กลับหนีเอาตัวรอดพร้อมครอบครัวของหัวหน้า ขณะที่พวกเขาต้องเจ็บล้มตายและต้องลำบากยากเข็ญ และชีวิตของเขายากจนเป็นหนี้สิน แต่หัวหน้าร่ำรวยมีเงินหลายหมี่นหลายแสนล้าน ซึ่งเป็นความแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน

สี่ พรรคร่วมรัฐบาล ที่หัวหน้าหวังจะเป็นตัวแปร หักหลังพรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนมาจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยของหัวหน้า โดยพฤติกรรมลับหลังที่หัวหน้า ใช้ “ยุทธการขายความฝันเป็นรัฐบาล” มาหลอกล่อ มีสัญญาให้เงินก้อนและโควต้ารัฐมนตรี  แต่ไม่ได้ผล เพราะพวกเขามีประสพการณ์ “ไม่ยอมให้กินอิ่ม เพียงแต่ไม่ให้อด” ในยุค 6 ปีแห่งความข่มขื่น ไม่ได้ตกหลุมง่ายๆเหมือนฮุนเซน พวกเขาจึงได้แต่ยิ้มเยาะด้วยความสะใจ เพราะได้เอาคืนลดความแค้น

ห้า นักธุรกิจและคนในเมืองที่เคยเชื่อถือและสนับสนุนหัวหน้า อยากให้หัวหน้าหยุดป่วนสังคมการเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อให้พวกเขาได้หายใจ ได้มีโอกาสแก้ปัญหาเศรษฐกิจบ้าง แต่หัวหน้าก็ไม่เคยสนใจความรู้สึกและความเดือดร้อนของพวกเขาเลย กลับสั่งพรรคเพื่อไทยและแกนนำแดงสร้างความปั่นป่วนต่อ เพื่อหวัง discredit รัฐบาลเพื่อตัวหัวหน้าเอง

หก ยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศ คือ งานด้านต่างประเทศก็ล้มเหลว นอกจากไม่สามารถใช้เป็นฐานโจมตีรัฐบาลได้ หัวหน้าแทบจะไม่มีที่ยืน ไม่มีประเทศประชาธิปไตยต้อนรับ ยกเว้นประเทศเผด็จการหรือด้อยพัฒนาที่เชื่อความกระล่อนของหัวหน้า หลังจากที่คนไทยรู้ทันหลอกไม่ได้อีกแล้ว

เจ็ด หัวหน้าใช้อารมณ์ โลภะโทสะโมหะขาดสติไม่ใช้ปัญญา ด่ากราดและโจมตีทุกสถาบันตัวบุคคลที่ขัดขวาง ไม่ทำตามความต้องการ ไม่ว่าสถาบันหลักของชาติ ศาล องค์กรอิสระ ประธานองคมนตรี นายกรัฐมนตรี ฯลฯ อีกทั้งไปดึงเอาฮุนเซ็นมาเหยียดหยามประเทศไทยอย่างเสียหาย

เหตุผลทั้งหมดนี้  หัวหน้าคงไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะหัวหน้าเป็นผู้นำเป็นซีอีโอที่สุดยอด เพียงแต่หัวหน้าจะยอมรับได้ไหม

การแพ้ชั่วคราว หัวหน้ายังมีโอกาสอีกมาก

“การแพ้ชั่วคราว”  คุณบุญส่ง ชเลธร (หนึ่งในสิบสามกบฏเรียกร้องรัฐธรรมนูญเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516) ให้ความหมายที่ดีว่า “ คือ วันเวลาที่น้อยกว่า ชั่วนิรันดรเพียง 1 วัน “

หัวหน้าทักษิณ ที่ผมรักข้างเดียว

วาสนาหมดแล้ว  THE GAME IS OVER  บุญที่ทำมาได้เพียงแค่นี้วันนี้ 

ต่อไปนี้เป็นบทบาทหน้าที่ของ กรรม

หัวหน้าจงตั้งหน้าตั้งใจรับกรรมเถิด  อย่าฝืนกรรมเลย  หากไม่ยอมรับ กรรมจะใหญ่ขึ้นตามความดื้อดึงของอัตตาของตน  แต่คุณหญิงและลูกๆจะเป็นผู้ต้องมารับกรรมต่อ

หัวหน้ารักคุณหญิง รักลูกโอ๊กเอมอุ๊งอิ่ง หรือไม่ครับ

ไม่เชื่อผมอย่างที่เคยอยู่ที่พรรคพลังธรรม ก็ขอให้เชื่อความจริง เถอะครับ

ตวามจริงเป็นสิ่งไม่ตาย  กาลเวลาเปลี่ยนไปแล้ว

อดีตจะเป็นประวัติศาสตร์ ที่เราจะต้องศึกษาเรียนรู้ เพื่อมิให้ทำมหาผิดซ้ำอย่างหัวหน้าทำมา

เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีก ไม่มีช้าไปหรอกครับ

หลังจากใช้มหากรรมในคุกสัก 20 ปี อาจจะลดโทษได้อีก เพราะเงินยังซื้อความสะดวกสบายและเวลาได้

ผมอาจจะพูดรุนแรงกว่าปรกติ เพราะต้องการให้มีพลังไปกระแทกทะลุอัตตาที่ยังคงแรงของหัวหน้า จากการเป็นบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจสูงสุดของประเทศไทย

แม้ส่วนตัวคิดว่า หัวหน้าคงไม่ฟัง  แต่ผมก็ทำและจะทำต่อไป

เพราะผมถือว่า หัวหน้าเคยเป็นคนดีมาก่อน และเป็นเพื่อนร่วมเกิดร่วมตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น  คติของผมคือ ไม่มีการช้าไปสำหรับการสำนึกผิด เพราะไม่มีใครไม่เคยทำผิดมาก่อน แม้แต่อำมาตย์ของหัวหน้า

ขอให้หัวหน้าจงปลอดภัยจากอันตราย และเสียงสาปแช่งของคนทั้งชาติ

ด้วยรักและปรารถนาดี

กัลยาณมิตร ชัยวัฒน์ สุรวิชัย
มีนาคม 2553

หมายเหตุบล๊อกเกอร์: ชัยวัฒน์ สุรวิชัย คือ 1 ใน 13 นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ที่ถูกจับร่วมกับธีรยุทธ บุญมี กรณี 14 ตุลาคม 2516

.........................................................................
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท
http://twitter.com/indexthai

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net