วันที่ อังคาร มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...... อนาคตการเมืองไทย ยังต้องอีกหลายการเลือกตั้ง


อนาคตการเมืองไทย ยังต้องอีกหลายการเลือกตั้ง

สาเหตุหลักๆก็คือ ความไม่พร้อมของประชาชนเอง กับ ความไม่พร้อมของผู้ที่ลงสนามเป็นตัวเลือกมาทำงานแทนประชาชนนั่นเอง

ที่ว่าไม่พร้อม คือ ไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร ไม่รู้ ไม่สนใจ ไม่เข้าใจ ไม่ติดตาม ไม่ดูแล ไม่สอดส่อง ไม่ใช้ปัญญา กลายไปเป็นเครื่องมือของการแสวงหาอำนาจ บารมี ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องของกลุ่มคนที่เล่นการเมือง จากการเลือกตั้งซะทุกคราวไป ที่พูดมานี้ตำหนิคนอื่นทีไหนเล่าคะ ตำหนิตัวเองก่อนเลยค่ะ เพราะเราก็คือ หนึ่งในนั้น ต่อเมื่อเห็นผลเสียหายร้ายแรงใกล้จะเข้ามา ถึงได้เอาสติมาส่อง เอาปัญญามาเสริม หวังจะกระตุ้นตนเองและคนรอบข้างให้หันมามองกันสักหน่อย

ประเทศชาติประกอบด้วยประชาชน ถ้าประชาชนไม่เอาใจใส่ แล้วจะให้ใครมาทำให้ล่ะคะ พวกนักการเมืองเขาไม่ได้คิด หรือ ทำตัวเป็นตัวแทนประชาชนจริงๆสักหน่อย เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะได้รับโอกาสเข้ามาเป็นผู้แทน แล้วก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อจะได้มีตำแหน่งทางการเมือง และก็พยายามทุกวิถีทางที่จะหาผลประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่การงาน ให้ได้มากที่สุด จากวิธีการต่างๆ เช่น คิดโปรเจ็คขึ้นมา เพื่อให้มีการจัดซื้อ จัดจ้าง เป็นเงินมหาศาล แล้วหารายได้จากการประจบสอพลอของพวกนายทุน พ่อค้า ต่างชาติ และก็พยายามที่จะยื้ออยู่ในอำนาจให้นานที่สุด เพื่อกระทำความผิดต่อไปโดยไม่มีใครขัดคอ กับ ป้องกันมิให้ใครมาเอาผิดกับตนเองและพวกพ้อง บางครั้งยังบังอาจพยายามจะแย่งอำนาจเพื่อยึดประเทศ เพื่อตนเองและพวกพ้องจะได้ครองอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเสียด้วย

นี่ล่ะค่ะ ประชาธิปไตย ที่ไขว่คว้ากันมาแต่ยุคไหน สมัยไหน มองย้อนกลับไปก็ยังไม่เห็นจะมีสมัยไหน ไม่มีข่าวโกงกินสักที จะมากจะน้อย จะทำแนบเนียน หรือ แบบหน้าด้านไม่มียางอาย ก็เห็นมีทำกันให้เห็นอยู่เนืองๆ ส่วนรัฐบาลที่ไม่โกงกิน หรือ ใช้อำนาจ หน้าที่ เข้ามาหาผลประโยชน์ส่วนตน อย่างเห็นได้ชัด ก็รัฐบาลขิงแก่ ฤาษีเลี้ยงเต่าแบกครกขึ้นภูเขา (อันหลังนี้เติมเองค่ะ) ของ คมช. นี่แหละค่ะ ที่ยังมั่นใจว่าไม่มี หรือ หากมีก็น้อย (ยังไม่ทราบนะคะอันนี้)

ขบวนการเลือกตั้ง ที่ปล่อยให้คนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวมเข้ามานี่ขอเรียกว่าเป็นการใช้ประชาธิปไตยแบบจอมปลอม เอาประชาธิปไตยบังหน้า ที่แท้อาศัยระบบข้าราชการเดินไปแบบเดิมๆ(ตอนนี้อาจจะดีขึ้นแล้ว แต่ถ้าขาดคนขับเคลื่อนให้ถูกทาง เดี๋ยวก็อืดเป็นเรือเกลืออย่างเก่าอีก) เพราะมองอีกที เวลาที่ผ่านมาข้าราชการประจำต่างหากที่เป็นคนทำงาน ส่วนนักการเมืองแค่เข้ามาทำเรื่องใหม่ๆ ได้ผลระยสั้นๆ หาผลประโยชน์กันเป็นกอบเป็นกำ

หากใครไม่อยากร่วมอยู่ในกลุ่มที่กำลังประณามก็เชิญแสดงตัวให้เห็นด้วย เลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ศึกษาประวัติ แนวความคิด ผลงานและวิสัยทัศน์ของคุณไว้แต่เนิ่นๆ ใครดีจริงก็จะเชียร์ ใครไม่ดีก็ไปห่างๆละกัน

มองแค่ผิวเผินก็ตามนี้ล่ะค่ะ หากแต่จะมองลงให้ลึกไปกว่านี้  เหล่านักการเมือง นอกจากจะแฝงตัวเข้ามาเกาะกินบ้านกินเมืองกันแล้ว ก็ยังมีการเคลื่อนไหวเป็นคลื่นใต้น้ำอยู่เหมือนกับว่า ชาตินี้ สองกลุ่มขั้วอำนาจ จะต้องแก่งแย่งชิงดีกันต่อไป ไม่รู้จบ จากรุ่นทวด มาสู่รุ่นปู่ จากรุ่นปู่มาสู่รุ่นพ่อ จากรุ่นพ่อมาสู่รุ่นลูก หลาน และต่อไปในอนาคต คงจะยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะแกนอำนาจที่แต่ละฝ่ายยึดโยงอยู่นั้น ต่างก็ต้องรักษาเป็นอย่างดี ใช้ตัวบทกฎหมายรองรับความชอบธรรม ใครมีอยู่ก็ต้องรักษาไว้ ใครไม่มีก็พยายามแย่งชิง แม้พวกเขาจะไม่ใช่ผู้ร่วมอุดมการณ์มาแต่เดิม ก็ฉวยโอกาสสวมรอย เอาคนฝ่ายที่ไม่ได้อำนาจเป็นพวกไว้ เพื่อพลังในการเรียกร้องต่างๆนาๆ ไม่แน่นะกลุ่มม็อบที่ออกมาเย๊วๆอยู่ก็อาจจะมีส่วนบ้างไม่มากก็น้อยล่ะ อันนี้ขอไม่ระบุ ใครที่ติดตามเรื่องนี้อยู่ก็คงรู้ แต่อีกสัก 4-5 ปี ใครช่วยกลับมาอ่านบทความในบล็อกนี้อีกสักครั้งสองครั้งคงจะพอเข้าใจว่าหมายถึงอะไร


ทำอย่างไรให้การเมืองไทยใสบริสุทธิ์

คงจะยาก ยิ่งกว่ายาก จะหาคนที่จะทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรที่ดี คือ เข้ามาทำหน้าที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขชาวประชา สร้างความเข้มแข็งในระบบเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การเจริญทางเทคโนโลยี การป้องกันภัย ความมั่นคง ต่างๆนี้เป็นต้น โดยไม่หวังผลประโยชน์ส่วนตน ก็ยากเต็มที (ถึงนักการเมืองไม่ทำ ก็ยังบกพร่องที่ไม่ดูแลคนรอบข้างให้ไม่ทำไปด้วย)

ในการเลือกตั้งครั้งหน้านี้ อยากจะตั้งความหวังไว้ที่พรรคประชาธิปัตย์ เพราะมีโอกาสมากที่สุด (ในเวลานี้) ที่จะได้รับเลือกเข้ามาใน สภาผู้แทนราษฎรจนมีสัดส่วนจัดตั้งรัฐบาลเดี่ยว หรือ รัฐบาลผสมได้ แต่ก็ไม่เคยไว้วางใจเพราะนโยบายและอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ค่อยเข้าตาประชาชนหลายๆส่วนอยู่ ระวังคนกลุ่มที่ฝักใฝ่อดีตผู้นำบางคนจะพากันกาไม่ลงคะแนนให้ใครเลย ทั้งยังอาจได้แรงยุยงจากพรรคที่โดนยุบไปอีกแรงหนึ่งใช้วิธีรณรงค์ไม่ลงคะแนน เป็นการแก้ลำ (แบบเห็นแก่ตัวนะ ขอประณาม หากคิดจะทำจริงๆ) ก็เป็นได้ แต่ก็ไม่ได้บอกว่า การ no vote นั้นจะผิดกติกาแต่ประการใด ประชาชนคนไทยทุกคน สามารถทำได้ ถ้าคิดว่าดีแล้วถูกต้องแล้วที่จะทำเช่นนั้น

ห่วงก็แต่ว่า คนไทย รู้แล้วเหรอว่า การกาบัตรเลือกใครเข้ามาทำหน้าที่ในสภานั้น สำคัญแค่ไหน ควรเลือกคนอย่างไร ในสถานะการณ์ปัจจุบันประเทศต้องการคนแบบไหน กลุ่มคนแบบไหน มาบริหารบ้านเมือง กฎหมายอะไรจำเป็น นโยบายอะไรที่ควรนำมาใช้ ประชาชนควรจะมีบทบาททางการเมืองอย่างไรได้บ้าง (อย่างน้อยก็ในการสอดส่อง ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบล่ะ)

 แน่ใจเหรอว่าประชาธิปไตยที่เรียกร้องกันอยู่นี้ ไม่ใช่ ประชาธิปไตยจอมปลอม อย่างที่แล้วๆมา

คิดๆแล้วก็ต้องขอบอกว่า ยังต้องอีกหลายการเลือกตั้ง กว่าคนที่เข้ามาเล่นการเมืองจะถูกจับลงตะกร้าล้างน้ำให้สะอาดได้อย่างที่หวังไว้

สำหรับผู้เขียน ขอยืนยันว่า ยอมรับในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มากที่สุด เพราะพ่อหลวงของเราทรงเป็นพระประมุขที่ทรงทศพิศราชธรรม ทรงมีพระมตตาแผ่ไพศาล ทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากมายเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงประชาชนทั้งปวง โดยมิได้ทรงย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ ทรงมีพระราชดำรัสสอนใจประชาชนมากมาย ที่เราสามารถนำไปใช้กับการดำรงชีวิตได้ โดยไม่มีวันล้าสมัย เป็นอมตวจี ใช้ได้ชั่วลูกชั่วหลาน พระมหากรุณาธิคุณมากล้น ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน

โปรดอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

  • ...... ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน ที่จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม แต่ฉันทำไม่ได้ถ้าเธอไม่จุดไม้ขีดของเธอ
  • ...... บทคั่นเวลา ตอน ประชาธิปไตยจอมปลอมที่หอมหวล

    *

  • โดย ปิรันญ่า

     

    กลับไปที่ www.oknation.net