วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พระมหากษัตริย์ไทยทะนุบำรุงพระศาสนา นักการเมืองคอรัปชั่นทะนุบำรุงผลับบาร์คาสิโน


 

อันตัวกูชื่อว่าพระยาตาก

ทนทุกข์ยากกู้ชาติพระศาสนา

ถวายแผ่นดินให้เป็นพุทธบูชา

แด่ศาสนาสมณะพุทธโคดม

ให้ยืนยงคงถ้วนห้าพันปี

สมณะพราหมณ์ชีปฏิบัติให้พอสม

เจริญสมถะวิปัสสนาพ่อชื่นชม

ถวายบังคมแทบบาทพระศาสดา

คิดถึงพ่อพ่ออยู่คู่กับเจ้า

ชาติของเราคงอยู่คู่พระศาสนา

พระพุทธศาสน์อยู่ยงคู่องค์กษัตรา

พระศาสดาฝากไว้ให้คู่กัน

 

พระราชนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถือเป็นบูรพกษัตริย์ ที่ทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับพระพุทธศาสนา ดังบทพระราชนิพนธ์ของพระองค์ที่ได้กล่าวยกย่องเทิดทูนพระพุทธศาสนาเหนือสิ่งอื่นใด ทรงเอาพระธรรมนำหน้าในการดูแลปกครองไพร่ฟ้าประชาราช พระองค์จึงทรงสามารถกอบบ้านกู้เมืองได้สำเร็จ ทำให้ไทยเป็นไทยมาได้จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยของเราแม้เคยมีระบอบการปกครองในระบอบสมบูรณยาสิทธิ์ราช อันมีพระมหากษัตริย์ทรงมีอำนาจเด็จขาดเป็นใหญ่ในการปกครอง แต่ด้วยสาเหตุที่บูรพกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่ผ่านมา ทรงเป็นผู้ดำรงมั่นไว้ซึ่งการประพฤติปฏิบัติในหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ทำให้ประเทศไทยมีความสงบสันติสุข แม้มีปัญหาก็สามารถผ่านพ้นมาได้ด้วยอานุภาพแห่งคุณของพระธรรม การแผ่อำนาจอิทธิพลของประเทศมหาอำนาจชาติตะวันตก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบอบการปกครองของประเทศไทย ซึ่งเป็นการรับเอาระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเข้ามาใช้ในประเทศไทย โดยเป็นระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 

พระพุทธศาสนากับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่ดำรงอยู่คู่กันกันมาเป็นเวลาช้านาน พระมหากษัตริย์เป็นองค์ศาสนูปถัมภกที่ให้การทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาตลอดมา จะเห็นได้ว่าในสมัยรัชกาลที่ 4 พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผนวชเป็นพระภิกษุเป็นระยะเวลา 25 พรรษา ทรงสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค ทรงมีความรู้แตกฉานในภาษาบาลี ในวันพระใหญ่ทรงรักษาศีลอุโบสถเป็นนิจ 

 

ครั้นมาในสมัยรัชการที่ 5 ก่อนที่พระองค์จะทรงเสด็จไปประพาสยุโรปก็ได้มีพระราชดำรัสให้คำมั่นสัญญาที่แสดงให้เป็นความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง

   

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช

"ข้าพเจ้าย่อมรู้สึกว่า เป็นหน้าที่ของข้าพเจ้าที่จะต้องทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นสิ่งคู่กับพระราชอาณาจักร ให้ดำเนินไปในทางวัฒนาถาวรพร้อมกันทั้งสองฝ่าย"

"ข้าพเจ้าขอปฏิญาณตนเฉพาะหน้าพระสงฆ์เถรานุเถระทั้งหลาย อันประชุมอยู่ ณ ที่ว่านั้น การที่ข้าพเจ้าคิดจะไปประเทศยุโรป ณ ครั้งนี้ ด้วยข้าพเจ้ามุ่งต่อความดีแห่งพระราชอาณาจักรและด้วยความหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ตัวข้าพเจ้าด้วย เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าตั้งใจจะรักษาตนให้สมควรแก่ที่เป็นเจ้าของประชาชนชาวสยามทั้งปวง จะรักษาเกียรติยศแห่งพระราชอาณาจักรอันเป็นเอกราชนครนี้ จนสุดกำลังที่ข้าพเจ้าจะป้องก้นได้ "และเพื่อจะให้เป็นเครื่องเตือนใจตัวข้าพเจ้า และเป็นเครื่องเย็นใจแห่งผู้ซึ่งมีความรักใคร่มุ่งหมายความดีต่อข้าพเจ้า ปราศจากวิตกกังวลใจด้วยความประพฤติรักษาของข้าพเจ้า ๆ จึงขอสมาทานข้อทั้งหลายที่จะกล่าวต่อไปนี้”

๑. ข้าพเจ้าจะไม่มีจิตยินดีน้อมไปในศาสดาอื่น นอกจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระธรรมอันพระองค์ได้ตรัสรู้ชอบดีแล้ว กับทั้งพระสงฆ์หมู่ใหญ่ อันได้ประพฤติตามคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นเลยเป็นอันขาด จนตราบกว่าสิ้นชีวิต

๒. การที่ข้าพเจ้าไปครั้งนี้ แม้ว่าจะช้านานเท่าใดก็ดี ข้าพเจ้าจะไม่ร่วมประเวณีด้วยสตรีใดจนกลับเข้ามาถึงในพระราชอาณาเขต

๓. ถึงแม้ว่าจะไปในประเทศซึ่งเขาถือกันว่า การให้สุราเมรัยไม่รับเป็นการเสียกิริยาอันดีฤาเพื่อป้องกันโรคภัยอันเปลี่ยนอากาศเป็นต้น ข้าพเจ้าจะไม่เสพสุราเมรัยให้มึนเมาเสียสติ ฤาแม้แต่มีกายวิกลเกินปรกติเป็นอันขาด

คำปฏิญาณสมาทานสามประการนี้ ข้าพเจ้าได้ทำไว้เฉพาะหน้าพระสงฆ์เถรานุเถระ อันได้มาประชุมในการพระราชพิธีศรีสัจจปานกาล แห่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดินต่างพระองค์ และที่ปรึกษาของผู้สำเร็จราชการ ณ พระที่นั่งไพศาล ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ ๒๑ มีนาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๕ พระพุทธศาสนายุกาล ๒๔๓๙ พรรษา เป็นวันที่ ๑๐๓๕๘ ในรัชกาลปัจจุบัน"

 

พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งทรงผนวชในปี พ.ศ. 2499

มาถึงรัชสมัยปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งทรงครองราชย์ พระองค์ได้มีปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” หลังจากทรงขึ้นครองราชย์พระองค์ทรงมีพระจริยาวัตรตามพระราชดำรัสในปฐมบรมราชโองการมิได้ผิดเพี้ยน โครงการในพระราชดำรินับพันโครงการ พระราชดำรัสที่ทรงรับสั่งเนื่องในวโรกาสต่างๆก็เต็มเปี่ยมด้วยสาระอันเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่ปฏิบัติตาม ทุกถ้อยคำแห่งพระราชดำรัสล้วนประกอบด้วยธรรมอันอุดม

มองข้างบนคือสถาบันสูงแล้วหันกลับมามองข้างล่างลงมาจะพบความเป็นจริงหลายประการที่เกิดขึ้นในสังคมไทย การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 คือการปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทย จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยคณะราษฎร ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ล่วงระยะเวลามา 78 ปี ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางสังคม การปฏิวัติอุตสาหกรรม การค้าเสรีนิยม ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ในทางวัตถุถือว่ามีความเจริญก้าวหน้าไปมาก แต่ศีลธรรมของคนในสังคมกลับเสื่อมถอย ความขัดแย้งทางการเมืองก็มีความรุนแรง ทั่งที่การเลื่อนไหวของข่าวสารข้อมูลในยุคปัจจุบันรวดเร็วมาก แต่คนจำนวนไม่น้อยในสังคมกลับยังไม่เท่าทันข่าวสารข้อมูล เนื่องจากความบีปรัดทางเศรษฐกิจ และภาวการณ์แข่งขันทางการตลาดที่มีการแข่งขันสูง คนรับสื่อจำนวนมากจดจ่ออยู่กับสื่อบันเทิง  จนละเลยที่จะรับข่าวเหตุบ้านการเมืองที่สำคัญ ทำให้ประชาชนยังขาดวิจารณญาณในการรับรู้ข่าวสารข้อมูล อันเป็นสิ่งที่ส่งผลให้ประชาชนกลายเป็นเหยื่อทางการเมือง

 

แทนที่ประชาชนจะใช้การเมืองเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชนของตน กลับถูกนักการเมืองทุจริตอาศัยเป็นเครื่องมือในการปีนป่ายสู่อำนาจ การใช้เงินซื้อเสียงในการเลือกตั้ง การใช้สื่อในการครอบงำประชาชนให้หลงผิดเห็นดีเป็นชั่ว เห็นชั่วเป็นดี มองนักโทษหนีคุกที่เป็นเศรษฐีว่าเป็นวีระบุรุษทางการเมือง PTV เป็นสื่อที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ในการถูกใช้เป็นเครื่องมือของการหลอกลวงประชาชน เป็นช่อง TV เถื่อนที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อจุดมุ่งหมายทางการเมืองที่ไม่ถูกต้องเป็นธรรม ยังไม่นับรวมถึงสถานีวิทยุชุมชนและเว็บไซต์ต่างๆที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อบิดเบือนข้อมูล การรับรู้ข่าวสารที่ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงของประชาชน ทำให้นักการเมืองทุจริตคอรัปชั่นสามารถก้าวขึ้นสู่อำนาจได้ไม่ยาก พอจะถูกศาลตัดสินจำคุกก็หนีไปอยู่ต่างประเทศ อย่างเช่น ทักษิณ ชินวัตร ที่หนีอยู่หลายประเทศ “กำนันเป๊าะ” และ “วัฒนา อัศวเหม” ซึ่งมีบ่อนคาสิโนอยู่ในเขมร เมื่อถูกศาลตัดสินลงโทษก็หนีไปอยู่ที่นั่น

นักการเมืองคอรัปชั่น(ไม่รวมนักการเมืองที่ดี)ส่วนใหญ่มักจะมีวงจรชีวิตวงจรธุรกิจที่ผิดกฎหมาย คือนอกจากจะใช้อำนาจรัฐในการเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของตนแล้ว ยังมีนักการเมืองจำนวนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับบ่อนการพนันสถานบันเทิงที่ไม่ถูกกฎหมาย วงจรผิดกฎหมายเหล่านี้มีเงินหมุนเวียนมหาศาล มีมาพอที่จะนำมาต่อยอดความเลวของกลุ่มนักการเมืองดังกล่าว กรณีนี้เห็นได้ชัดว่า “นักการเมืองคอรัปชั่นนอกจากจะทำลายสังคมโดยทางอ้อมแล้ว ยังทำลายสังคมในทางตรงด้วย” ในวงจรอุบาทเหล่านี้มีทั้งข้าราชการพ่อค้าประชาชนจำนวนไม่น้อยที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ปัญหาการเมืองจึงส่งผลโดยตรงกับปัญหาสังคม

ที่ผ่านมา 78 ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง นักการเมืองที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจำนวนหลายท่านมีความสามารถและความซื่อสัตย์สุจริต แต่สังคมไทยกลับถูกฉุดรั้งไม่ให้เจริญก้าวหน้าด้วยนักการเมืองเลวอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งตั้งหน้าตั้งตากันทุจริตคอรัปชั่น คำปราศรัยของ พล.อ.ชวลิต ที่บอกบนเวทีเสื้อแดงว่า นายกฯไทยที่เป็นคนดีก็มีอยู่หลายคน แต่สังคมไทยกลับเป็นประเทศด้อยพัฒนาเพราะระบบการเมืองไม่ดี

หากจะเป็นไปตามคำกล่าวนี้ของ พ.อ.ชวลิต มิใช่ระบบไม่ดีอย่างเดียว แต่เป็นเพราะนักการเมืองเลวด้วย ผู้กุมอำนาจรัฐสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ หากฝ่ายนักการเมืองที่ดีมีอำนาจฝ่ายบริหารก็พยายามสร้างกติกาที่เป็นเครื่องมือป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น ในทางตรงกันข้ามหากนักการเมืองเลวมีอำนาจในฝ่ายบริหารก็พยายามสร้างกติกาที่เปิดโอกาสให้ตนเองและพวกโกงได้

ระบอบอำมาตย์ที่”ทักษิณ”และกลุ่มแกนนำคนเสื้อแดงกล่าวถึงคือประธานองค์มนตรี ซึ่งได้รับการโปรดเกล้าแต่ตั้งตามพระราชอัธยาศัยส่วนพระองค์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงส่งเสริมคนดีที่เป็นคนเก่งมีความซื่อตรงซื่อสัตย์สุจริต ทักษิณและพวกเป็นกลุ่มคนประเภทไหน ? สิ่งที่พวกเขาคิดจะล้มล้างคืออะไร ?


อ้างอิง

http://www.numtan.com/nineboard/view.php?id=1358

http://www.oknation.net/blog/19/2007/10/23/entry-1

โดย สุวิริโย

 

กลับไปที่ www.oknation.net