วันที่ อังคาร มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ซ้อมมือ---บันทึกไปเรื่อยๆ ของคนขี้เกียจคนหนึ่ง


ผมตื่นมาตั้งแต่ตีหนึ่ง   ทำโน่นทำนี่   นอนยังไงก็ไม่หลับ  ไม่ได้อับบล็อกมาหลายวันแล้ว   น่าจะใช้เวลาช่วงนี้เขียนเรื่องราว   บันทึก  หรืออะไรสักอย่าง  อย่างน้อยก็เป็นการฝึกเขียน   เอาง่ายๆว่า  แต่งประโยคให้มันปะติดปะต่อกันไป  

คงดีกว่านั่งบ่นกับตัวเองว่าเขียนอะไรไม่ออกเป็นแน่แท้

เอาล่ะ   นี่ก็ได้ห้าบรรทัดเข้าไปแล้ว

ตอนหัวค่ำ   เพื่อนมาหา   พร้อมกับปลาตัวใหญ่   เสียดายที่กล้องถ่ายรูปของผมลืมทิ้งไว้ที่ลำปาง   ก็เลยไม่ได้ถ่ายเก็บไว้ดู

ปลายังดิ้นอยู่เลยตอนที่มันมาถึง   ได้กินปลาสดๆ   กับแกล้มโอชา   อย่างว่านั่นแหละ   ถ้าเพื่อนมันอยากกินเป็นกับข้าวมันคงไม่หิ้วมาหาผมถึงห้องหรอก   มันคงเอาไปให้เมียมันทำกิน   ตกลงว่าเหล้าที่เหลือจากวันเสาร์ครึ่งขวด   พร้อมกับซื้อมาใหม่อีกสอง   เราเลิกรากันเกือบสามทุ่ม

เวลาที่ดื่มกินผมมักจะเป็นแบบนี้ทุกที   ตื่นมาเที่ยงคืนกว่า   นอนต่อไมได้   ต้องหาอะไรทำ   ด้วยนิสัยอย่างนี้ผมจึงเป้นคนติดบ้าน   ไปนอนบ้านคนอื่นแล้วจะวุ่นวายมาก  ตีหนึ่งตีสองตื่นมาในขณะที่เจ้าของบ้านเขากำลังหลับสบาย  คงรบกวนเขาน่าดู

แม้แต่บ้านพ่อบ้านแม่ที่ลำปาง   ผมยังไม่สะดวกใจเลย  

มันไม่เหมือนบ้านที่ผมนอนอยู่ทุกคืน   ห้องน้ำที่เคยนั่งประจำ   คอมพิวเตอร์  อินเตอร์เน็ต  ตู้เย็น   สิ่งของหลายอย่างเหล่านี้   มันทำให้ผมไม่อยากไปไหน...

รวมทั้งการนอนร่วมห้องกับ(กับผู้ชาย)คนอื่นด้วย 

ประโยคข้างบนนี้หมายความว่า   ผมไม่มีปัญหาแต่ประการใดในการนอนกับเพศตรงข้ามนะครับ  อิอิ...

ปีนี้ไม่เหงา   ไม่ได้นอนคนเดียวเหมือนปีก่อน  มีคนข้างกายเพิ่มเข้ามาอีกคน  หลายคนบอกว่าผมมีความสุขเพิ่มขึ้น 

ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องจริงอย่างที่สุด   ผมมีความสุข  การได้แชร์ทั้งความรู้สึก  แชร์ชีวิตร่วมกัน   มันทำให้ผมไม่เหงาอีกต่อไป  

มีแก้มให้หอม   มีอะไรให้ทำ   เยอะแยะมากมาย   มีเหตุผลร้อยแปดพันประการที่ดีกว่าอยู่ตัวคนเดียว

แต่ก็นั่นแหละ   การมีอะไรให้ทำนั้น  ผมก็ยังรู้สึกว่า   ผมดูแลเธอดีอยู่หรือเปล่า   เธอมีความสุขกับผมบ้างไหม   ....

นี่ตีสามกว่าแล้ว   ไม่อยากปลุกเธอขึ้นมาถาม   เอาเป็นว่า   ผมแค่อยากให้เธอรับรู้ว่า  ผมอยากให้เธอมีความสุข  

แค่นั้นแหละ   ผมคิดแค่นั้น   เราต้องการอะไรมากมายนักหนา   แค่ตอบตัวเองได้ว่ามีความสุข   มันก็น่าจะเพียงพอแล้ว  ....

ด้วยนิสัยส่วนตัว   พ่อเคยบอกผมตั้งแต่ตอนเป็นเด็กๆว่า   ผมเป็นคนเฉื่อย   ไม่แอ็กทีฟ   ไม่กระตือรือร้น 

มันก็จริงอย่างที่พ่อผมว่า   ผมเป็นคนอย่างนั้นแหละ   เรื่อยๆเอื่อยๆ  ไม่ค่อยสนใจอะไรมากมาย  โลกส่วนตัวสูงอย่างที่คนที่เคยร้างรากันไปบอก  

ถ้าเอาผมไปเทียบในเส้นแบ่งระหว่างขยันกับขี้เกียจแล้วล่ะก็   ไม่ต้องอาศัยอะไรมาเดา  ผมย่อมอยู่ค่อนไปทางขี้เกียจอย่างแน่นอน

ผมเป็นคนขี้เกียจ  ในแง่ความหมายของผมเองนะ

แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่ทำอะไรเลย   ไม่ได้นอนตัวเป็นขน

ทบทวนตัวเองดูแล้ว   ผมเองก็ขยันในสิ่งที่ผมชอบนะ   ผมอ่านนิยายได้เป็นวันๆโดยไม่ไปไหน  ผมตื่นมาตีสองตีสาม  (แม้จะเป็นผลกระทบที่เกิดจากการปะทะสังสรรค์ระหว่างร่างกายกับแอลกอฮอล์ก็ตาม)   บางคืนผมได้หนังสือสำหรับเด็กหนึ่งเล่ม  สื่อการสอนอะไรพวกนั้น   บางครั้งก็ได้เรื่องสั้น (ที่เกือบดี)  หนึ่งเรื่อง 

นั่นแหละ   ถึงตอนนี้ความขี้เกียจกับผมก็เลยเป็นสันดานที่ขุดยาก   ไม่หนีหายไปไหนเสียที

ผมเขียนอะไรไปเรื่อยๆ   ตามประสาคนขี้เกียจคนหนึ่ง  

ได้มาถึงบรรทัดนี้แล้ว   มันเป็นเครื่องยืนยันอย่างหนึ่งว่า   แท้ที่จริง   คำกล่าวที่ว่าผมเขียนอะไรไม่ออกนั้นไม่เป็นความจริงเลย  

ความจริงอย่างที่สุดก็คือ   ถ้าผมจะเขียนก็เขียนได้   (ส่วนจะดีหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่อง)  เว้นเสียแต่ว่า

ผมจะขี้เกียจเท่านั้น.....

โดย แก้มหอม

 

กลับไปที่ www.oknation.net