วันที่ พุธ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"โค้งวัดใจ" ใครแชมป์พรีเมียร์ลีก


sssssss หลังจากมีคนโหวตให้นำเสนอข่าวกีฬามากว่าข่าวอื่นก็ตามใจแฟนคลับกันเลยแล้วกัน sssss

ASTV ผู้จัดการรายวัน-ห้ำหั่นกันจนมาถึงช่วงสุดท้ายของฤดูกาลกับอีก 7-8 นัดที่เหลือ ถือเป็นฤดูกาลที่การลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ชิป สนุกตื่นเต้นที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา กับการขับเคี่ยวกันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล และ เชลซี ที่ยากจะคาดเดา แต่ทว่าเวลานี้ "แชมป์เก่า" กุมความได้เปรียบด้วยแต้มที่นำอยู่และประสบการณ์อันล้นเหลือ
       
       สถานการณ์ลุ้นแชมป์เวลานี้ แมนฯยูไนเต็ด แชมป์เก่า 3 สมัยซ้อน รั้งบัลลังก์จ่าฝูงด้วยการมี 69 แต้ม จาก 31 นัด ทิ้ง อาร์เซนอล 2 แต้ม ส่วน เชลซี เพิ่งพลาดท่าทำได้แค่เสมอ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1-1 รั้งอันดับ 3 ตามหลัง 4 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด โดยมีเกมตกค้างจะต้องไปเยือนรัง ปอร์ทสมัธ บ๊วยของตารางในคืนวันพุธที่ 24 มีนาคมนี้
       
       สำหรับโปรแกรมอีก 7 นัดที่เหลือของ แมนฯยู งานยากที่สุดคือการไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี วันที่ 17 เมษายน ที่เคยเสียท่ามาแล้วในเกม คาร์ลิง คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก 1-2 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ก่อนหน้านั้นในเกมรับมือ เชลซี วันที่ 3 เม.ย.ในสภาพทีมเยือนเช่นนี้ถือว่าไม่ใช่งานเหลือบ่ากว่าแรงที่ "ผีแดง" จะเก็บสามแต้มเต็ม
       
       ริโอ เฟอร์ดินานด์ กองหลัง แมนฯยู ที่เพิ่งนำทัพล้างแค้น ลิเวอร์พูล 2-1 ในเกม "วันแดงเดือด" เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา มองว่าเวลานี้โอกาสคว้าแชมป์ พรีเมียร์ชิป 4 สมัยติดต่อกันเป็นครั้งแรกอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว "การใช้วิธีคิดแบบคณิตศาสตร์เป็นเรื่องง่าย เราเหลือการแข่งขันอีก 7 นัด หากเราชนะทุกเกมที่เหลือก็จะเป็นแชมป์ แต่มันไม่ง่ายเช่นนั้นและอาจจะต้องตัดสินกันในเกมสุดท้าย แต่เราเชื่อมั่นในตัวเราเอง หากเรายังรักษาการเล่นได้ในระดับเดียวกับที่เป็นอยู่ ณ เวลานี้ เราจะสามารถคว้าแชมป์ได้"
       
       ส่วน เชลซี เจองานหนักที่สุดเมื่อดูรายชื่อผู้ต่อกรอย่าง แอสตัน วิลลา, แมนฯยู, ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ และ ลิเวอร์พูล โอกาสวืดแชมป์ค่อนข้างสูง ทั้งที่นำเป็นจ่าฝูงมาโดยตลอด แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นแนวรับเจ็บระนาว ทั้งแบ็กสองข้างอย่าง แอชลีย์ โคล และ โชเซ โบซิงวา ตามด้วย มิคาเอล เอสเซียง ล่าสุด ปีเตอร์ เช็ก และ ริคาร์โด คาร์วัลโญ
       
       สุดท้าย อาร์เซนอล ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นตาอยู่หยิบแชมป์ไปครอง โดยต้องปรบมือให้ดังๆ เพราะผ่านโปรแกรมหนัก 4 นัดเก็บได้ 4 แต้มที่คาดว่าจะหลุดวงโคจรไปแล้ว แต่ยังยืนตระหง่านมีลุ้นแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 6 ปี งานที่เหลือที่หนักสุดเห็นจะเป็นไปเยือน สเปอร์ส และรับมือ แมนฯซิตี ที่เคยเสียท่ามาแล้ว 2 นัดในฤดูกาลนี้
       
       กองหลังกัปตันทีมชาติอังกฤษ ยอมรับหนักใจไม่น้อยกับการลุ้นแชมป์ในปีนี้ของ แมนฯยูไนเต็ด "ฤดูกาลนี้อาจจะเป็นการแข่งขันเพื่อแย่งแชมป์ดีที่สุดในหลายปี มี 3 ทีมที่มีโอกาสซึ่งจะทำให้การขับเคี่ยวกันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมสำหรับแฟนบอลในการติดตาม แต่เราต้องการจบฤดูกาลบนหัวตาราง นั้นเป็นสิ่งที่เราต้องการจะทำให้สำเร็จ"
       
       แม้สถานการณ์ค่อนข้างบีบหัวใจ แต่สำหรับ แมนฯยู ถือเป็นเรื่องคุ้นชินกับช่วงเวลาแบบนี้ มิหนำซ้ำยังขึ้นนำได้ถูกที่ถูกเวลา บรรดาตัวสนับสนุน เวย์น รูนีย์ อย่าง นานี, อันโตนิโอ วาเลนเซีย และ ปาร์ค จี-ซอง ดันงัดฟอร์มเก่งขึ้นมาได้หน้าตาเฉย ส่วน อาร์เซนอล แม้ว่าจะเจองานเบา แต่คงไม่สามารถจะเก็บชัยชนะได้ทุกนัด เรื่องประสบการณ์ลุ้นแชมป์ของนักเตะก็ยังเป็นข้อกังขา ดังนั้นเกมชี้ชะตาในฤดูกาลนี้น่าจะอยู่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับมือ เชลซี หาก "ผีแดง" เก็บสามแต้มแชมป์ก็น่าจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
       
       โปรแกรมที่เหลือของ 3 ทีมลุ้นแชมป์
       
       แมนฯยู 31 นัด 69 แต้ม
       
โบลตัน (เยือน) 27 มี.ค.
       เชลซี (เหย้า) 3 เม.ย.
       แบล็คเบิร์น (เยือน) 11 เม.ย.
       แมนฯซิตี (เยือน) 17 เม.ย.
       สเปอร์ส (เหย้า) 25 เม.ย.
       ซันเดอร์แลนด์ (เยือน) 1 พ.ค.
       สโต๊ก (เหย้า) 9 พ.ค.
       
       อาร์เซนอล 31 นัด 67 แต้ม
       
เบอร์มิงแฮม (เยือน) 27 มี.ค.
       วูล์ฟส์ (เหย้า) 3 เม.ย.
       สเปอร์ส (เยือน) 10 เม.ย.
       วีแกน (เยือน) 18 เม.ย.
       แมนฯซิตี (เหย้า) 24 เม.ย.
       แบล็คเบิร์น (เยือน) 1 พ.ค.
       ฟูแลม (เหย้า) 9 พ.ค.
       
       เชลซี 30 นัด 65 แต้ม
       ปอร์ทสมัธ (เยือน) 24 มี.ค.
       วิลลา (เหย้า) 27 มี.ค.
       แมนฯยู (เยือน) 3 เม.ย.
       โบลตัน (เหย้า) 13 เม.ย.
       สเปอร์ส (เยือน) 17 เม.ย.
       สโต๊ก (เหย้า) 25 เม.ย.
       ลิเวอร์พูล (เยือน) 1 พ.ค.
       วีแกน (เหย้า) 9 พ.ค.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์24 มีนาคม 2553 09:50 น.

โดย บิ๊กกัน191

 

กลับไปที่ www.oknation.net