วันที่ อังคาร มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เล็กเล็ก ทว่า...งดงาม


เป็นความจริงที่ว่า
คนเรามักจะมองข้าม
สิ่งเล็กเล็กหลายหลายอย่างในชีวิต...
ด้วยไม่เห็นถึงความสลักสำคัญ
จึงละเลยไป......
ตราบกระทั่งเมื่อสูญเสีย
จึงได้ตระหนักถึงคุณค่า
เฉกเดียวกับต้นหญ้าดอกหญ้าข้างทาง
ที่มักถูกเหยียบย่ำ....
ก้าวเท้าข้ามไปครั้งแล้วครั้งเล่า

       
หากเมื่อมีเวลาได้หยุดคิด
       
และนั่งลงเพ่งพินิจ
       
จึงได้หวนรำลึกว่า
       
แท้ที่จริงนั้น....


   
ไม่ว่าต้นไม้ดอกไม้ใด
    
สรรพสิ่งใดใดในโลก
     
ต่างก็ถือกำเนิดมาจากดินทั้งสิ้น

 

..................        ...................       .......................

     แดดยามเช้าทอแสงอ่อนละมุนลูบไล้กลีบเล็กบอบบางของดอกหญ้าที่ขึ้นอยู่ในสวนหลังบ้าน  ดอกหญ้าเล็กเล็กขึ้นกระจัดกระจายไปทั่ว    ตรงโน้น.....ตรงนี้และตรงนั้น  ขณะที่เพ่งมองฉันก็ได้ค้นพบความงดงามที่แสนอ่อนหวาน  ดอกหญ้าเล็กเล็กเหล่านั้นชูช่ออวดความงามที่ฉันไม่เคยมองเห็น  กลีบดอกบางต้นดูไปช่างเหมือนกระดุมเสื้อของหญิงสาว ในขณะที่ดอกสีม่วงบอบบางของผักปราบก็เผยกลีบละมุนที่มีสัณฐานคล้ายคลึงกับดอกกล้วยไม้ดอกเล็กเล็กเป็นนักหนา 
                   เป็นความจริงว่า   เรามักมองข้ามสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว   เพราะยิ่งใกล้ก็ยิ่งคุ้นเคยจนมองไม่เห็นคุณค่าและความหมาย    เหมือนที่ฉันเคยมองข้ามความงามของดอกหญ้าในสวนหลังบ้าน แต่กลับให้คุณค่ากับดอกไม้ที่มีชื่อและเป็นที่รู้จัก  ผู้คนรวมทั้งตัวฉันเองนั้นต่างรู้จักดอกกุหลาบ   แต่จะมีใครสักกี่คนที่หลงใหลและรู้จักรักดอกหญ้าบ้างหนอ


………….       …………….   ................
               

                    แม่เฒ่าชาวม้ง หมอยาพื้นบ้านกำลังก้มก้มเงยเงยเก็บดอกหญ้าสีเหลือง เธอบอกชื่อพื้นเมืองแก่ฉัน แต่น่าเสียดายที่ฉันกลับจดจำไม่ได้  ดอกหญ้านั้นมีชื่อเรียกสามัญว่า “ ผักคราดหัวแหวน ” พบเห็นได้ทั่วไปในชุมชน  เธอบอกว่าดอกหญ้าชนิดนี้มีสรรพคุณใช้เป็นยาบรรเทาอาการปวดฟัน  โดยใช้ดอกหรือลำต้นสด ตำเติมเกลือเล็กน้อย อมไว้ตรงบริเวณที่ฟันปวด  อาการปวดฟันก็จะหายไป  เธอบอกว่า ดอกหญ้าแทบทุกชนิดที่เราเห็นว่าเป็นเพียงวัชพืชไร้ค่านั้นมีประโยชน์เป็นยาสมุนไพรแทบทั้งสิ้น  ขึ้นอยู่กับว่าเรารู้จักใช้มันหรือไม่เท่านั้นเอง    สมุนไพรที่เธอนำมาใช้ล้วนเป็นเพียงดอกไม้ใบหญ้าที่ขึ้นอยู่ข้างทาง  เราละเลยต่างหากเล่า เราจึงมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านั้น

  

แท้จริงสรรพสิ่งงดงามเสมอหากเราใช้หัวใจสัมผัส      มีเพียงหัวใจ และสายตาอันละเอียดอ่อนเท่านั้นที่จะพินิจดูและดื่มด่ำในความงามของเจ้าดอกหญ้า    หลายคนอาจมองข้าม  เพราะช่างชิดใกล้และคุ้นเคย  หากเมื่อเข้าใกล้.....ใช้หัวใจในการมองจึงได้สัมผัสถึงความงามอันยิ่งใหญ่    เล็กเล็ก...เรียบง่าย      ทว่างดงามนักในความรู้สึก   กลีบเล็กเล็กบอบบางหยัดยืนอย่างทระนงและอดทนต่อการมองข้าม     
    

          โอ้.....ดอกหญ้าไร้ค่า
จะมีหัวใจสักกี่ดวงหนอที่ได้สัมผัสและรับรู้ถึงคุณค่าของเธอ
             

  เมื่อเราใช้หัวใจมองดู เราจะสัมผัสได้ในความงามของสรรพสิ่ง  เราจะประจักษ์ถึงความงามอันยิ่งใหญ่ ความงามที่แฝงอยู่ในสิ่งเล็กเล็กเรียบง่าย     เฉกเดียวกับความงามของดอกหญ้า   เมื่อฉันได้ใช้หัวใจในการมอง ฉันก็ค้นพบความงามของดอกหญ้าข้างทาง  ดอกไม้เล็กเล็กที่หลายคนมองข้ามและผ่านเลยไป  สำหรับฉันแล้ว    นี่เป็นการค้นพบอันยิ่งใหญ่  เป็นการค้นพบที่มหัศจรรย์    เพราะเป็นการค้นพบมุมมองที่เคยผ่านเลย


        แม่เฒ่าชาวม้งนำดอกหญ้าที่เก็บจากสวนหลังบ้านมาล้างน้ำสะอาดก่อนที่จะนำไปตำให้ละเอียด     เธอเรียกหลานสาวตัวน้อยที่กำลังนั่งร้องให้เพราะปวดฟันให้เข้ามาหา    เด็กน้อยเดินเข้ามาหาผู้เป็นย่าพลางออดอ้อนว่าเธอนั้นแสนปวดฟันเป็นนักหนา  ผู้เป็นย่าสวมกอดเด็กน้อยพลางปลอบโยนด้วยน้ำเสียงรักใคร่ เธอหยิบยื่นผักคราดหัวแหวนที่ตำและคลุกเคล้าด้วยเกลือเล็กน้อยให้แก่หลานสาวตัวน้อยพร้อมบอกให้อมไว้ในปาก  เธอกล่าวกับหลานรักว่า ให้อมไว้สักพักหนึ่ง อาการปวดฟันก็จะบรรเทาลง  ไม่นานนักเด็กน้อยก็มีใบหน้าที่สดใส ดูเหมือนว่าอาการปวดฟันที่เคยทำให้เธอทรมานเมื่อครู่ที่ผ่านมานี้จะทุเลาลง  เธอหันมาหัวเราะกับฉันก่อนที่จะขออนุญาตผู้เป็นย่าออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อนของเธอ


 แดดยามสายเริ่มทอแสงกล้า  ดอกหญ้าที่สวนหลังบ้านของฉันยังชูช่ออวดความงามที่เรียบง่าย   หลายปีมาแล้วที่ฉันไม่มีเวลาใส่ใจความงดงามเล็กเล็กที่อยู่ใกล้ตัวเองเช่นนี้มาก่อนเลย   ฉันเองก็คงเป็นเช่นอีกหลายหลายคนที่มองข้ามสิ่งใกล้ตัว   จวบกระทั่งเมื่อมีเวลาได้เพ่งพินิจ   จึงได้รับรู้ว่า  ดอกหญ้ากลีบเล็กเล็กเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งที่แต่งแต้มให้สวนของฉันงดงาม   และดอกหญ้าเล็กเล็กเหล่านี้สอนให้ฉันรับรู้ว่า การมีชีวิตเรียบง่ายและพอเพียงเท่านั้น   ที่ก่อให้เกิดความสุขในหัวใจ

                         .................     ...................     .................

จาก "ดอกไม้ วันวารและความทรงจำ"

รอมแพง  อริยมาศ  เรื่อง

ชัยวุฒิ  ประเสริฐศรี  ภาพ

แพรวสำนักพิมพ์จัดจำหน่าย

2549

ป.ล. แต่ภาพในบล็อกนี้เป็นของสเลเตนะคะ

โดย สเลเต

 

กลับไปที่ www.oknation.net