วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อย่าอ้างกำลังคุมม็อบ อยู่ที่สำนึกของ“นาย-ตำรวจผู้น้อย”


            ประชาชนคงไม่สามารถตั้งความหวังให้ “ตำรวจ”มาช่วยเหลือได้ 100 % หากเกิดความเดือดร้อนจาก “โจร”อาระวาดได้ หลายคนจึงหาทางเลือกด้วยการหาหนทางป้องกันตัวเอง หรือ “ตนเป็นที่พึ่งของตน”นั้นดีที่สุด

            หากไปถามตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายนาย มักจะตอบแบบง่ายๆ เหมือนไม่ได้คิดออกมาว่า “ต้องนำกำลังไปดูแลม็อบ”

            ฟังดูแล้วเหมือนจะฟังขึ้นมีเหตุผลเพียงพอ ให้ประชาชนเข้าใจถึงภารกิจสำคัญที่ต้องปกป้องสถานที่สำคัญ ๆ ไม่ให้กลุ่มผู้ก่อความวุ่นวายมาทำลาย และภารกิจในการปกป้องชีวิตของนักการเมือง ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามของกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง

            แต่คำถามที่มีอยู่ในใจประชาชนนั้นมีว่า “จะปล่อยให้โจรออกอาระวาดสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับม็อบยังงั้น..รึ..?”

            “เมื่อวานปล้นทอง วันนี้ปล้นเงิน” เป็นตัวอย่างภัยรายวันที่เห็นได้ชัดๆ เมื่อวานนี้ (25มี.ค.) ก็เกิดเหตุคนร้ายจี้ชิงทองคำในร้านทอง“เจริญมณี” ตั้งอยู่เลขที่ 9/78 ซอยลาดปลาเค้า 80 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ได้ทองคำรูปพรรณหนักกว่า 100 บาทหนีไปได้อย่างลอยนวล

            เช่นเดียวกับวันนี้ (26มี.ค.) ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้คนขับรถขนเงิน บริเวณหน้าขนส่งจังหวัดนครสวรรค์ กวาดเงินไปกว่า 8 ล้านบาท หลบหนีไปได้อย่างลอยนวลอีกเช่นกัน

            เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นเกือบทุกวัน ประชาชนต้องอยู่อย่างหวาดระแวงไม่รู้ว่าวันใดจะเป็นคิวของเราถูกคนร้ายมาจี้ มาปล้น

นี่หรือคือความเป็นธรรมที่ประชาชนได้รับจากตำรวจ ...??

การอ้างว่า “นำกำลังดูแลม็อบ” เพียงอย่างเดียวคงฟังไม่ขึ้น เพราะยังมีกำลังอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ปล่อยให้ไปฆ่าประชาชนรวม ไปจนถึงการฆ่าตำรวจสีเดียวกันตายก็มี ดั่งเช่น เหตุการณ์เมื่อเช้ามืดที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.มนตรี แก้วรัตน์ อดีตตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้ฆ่าตำรวจซึ่งเป็นเพื่อนกันพร้อมลูกเมีย 4 ศพ ตำรวจกองปราบปรามตามล่าตัวได้หลังเกิดเหตุได้ประมาณ 24 ชั่วโมง ทำไปเพราะแค้นเรื่องเงินประกันตัว

ก่อนหน้านี้ ร.ต.ท.มนตรี ไม่ได้เป็นตำรวจดีเด่นเลย เคยยิงผู้หญิงเสียชีวิตมาแล้วเมื่อประมาณกลางปีที่ผ่านมา เนื่องจากแค้นที่ถูกขับรถปาดหน้าเท่านั้นเอง

กำลังตำรวจอีกหลายส่วน ไม่เคยนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ หรือไม่นำมา “เกาให้ถูกที่คัน”มากนัก บางคนก็มัวแต่เดินตามก้นนาย วิ่งเต้น เพื่อให้ได้เลื่อนยศ-ตำแหน่ง บางคนก็วิ่งเต้นจนหมดตัว เวลานี้จึงเป็นช่วงถอนทุน ตำรวจหลายคนมีช่องทางรีดไถได้เป็นทำ

ทั้งนี้คงไม่ใช่แค่ชั้นผู้น้อยเท่านั้น ตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคน ก็ยึดหลักเช่นนี้เหมือนกัน เมื่อมารับตำแหน่งใหม่ๆ หมาดๆ จะนั่งหัวโต๊ะถามก่อนว่า เดือนที่แล้วส่งส่วยเท่าไร เดือนนี้จะส่งได้เท่าไร จึงไม่ค่อยมีใครสนใจงานการอะไรมากนัก ทำให้โจรเต็มบ้านเต็มเมืองอยู่ในขณะนี้

ทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับ “สำนึก”ของ “นาย” ยัน “ลูกน้อง” นั่นเอง

                                                +++++++++++++

 

 

 

โดย ปรีชา

 

กลับไปที่ www.oknation.net