วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...จนกว่าจะถึงวันนั้น...


กว่าจะถึงวันนี้ของชีวิต
ต้องพิชิตมากมายหลายปัญหา
ความอดทนเคียงคู่สู้เรื่อยมา
ทนจนกว่า จะถึง...ซึ่งวันนั้น...

หัวข้อที่จั่วไว้นั้น ไม่ได้หมายความว่า
ผู้เขียนจะเขียนถึงเรื่องโรแมนติคอะไรหรอก
เพียงแต่เมื่อเช้านี้ (28 มี.ค.) ตอนไปออกรายการวิทยุยามเช้า
ที่สถานีวิทยุชุมชนสระโบราณของสุรินทร์
ตาเหลือบไปเห็นชื่อเพลงของนักร้องลูกทุ่งคนหนึ่ง
ดูเหมือนจะเป็นคุณต่าย อรทัย นี่แหละ
"กว่าจะถึงวันนั้น"

ผู้เขียนก็เลยนึกได้อะไรบางอย่าง
จึงนำมาตั้งชื่อเลียนแบบว่า...จนกว่าจะถึงวันนั้น...

ท่านผู้อ่านเคยตั้งข้อสังเกตไหมว่า...
คนเราแต่ละคนนี่มีเหตุการณ์ที่อยู่ในลักษณะที่ว่า "จนกว่าจะถึงวันนั้น"


เริ่มต้นจากคนที่เป็นพ่อเป็นแม่
ให้กำเนิดลูก ประคบประหงมเลี้ยงดู วันแล้ววันเล่า
หมดเงินไปไม่รู้กี่บาท หมดข้าวสารไปไม่รู้กี่กระสอบ
หมดเสื้อผ้าไปไม่รู้กี่ชุด หมดน้ำตาไปไม่รู้กี่หยด
แม้ลูกจะเติบโตแล้ว มีครอบครัวแล้ว แต่แววห่วงใยรักใคร่ในตัวลูก
ไม่เคยเหือดแห้ง จืดจาง หรือสลายหายไปจากดวงตาดวงใจของท่านเลย
แล้วเมื่อไรล่ะ ท่านจึงจะหมดความรู้สึกที่ว่านี้
ก็...จนกว่าจะถึงวันนั้น...
วันที่...ท่านทั้งสองไม่สามารถจะประคองชีวิตให้ดำรงอยู่บนโลกใบนี้ได้นั่นแหละ
และจนกว่าลูกจะสลายชีวิตลาลับโลกไป
เพราะว่า แม้พ่อแม่จะลาลับ แต่ก็ได้ทิ้งความรักของท่านไว้ในชีวิตของลูกๆ

อันนี้พูดในแง่ของความรักความห่วงใย


ถ้าในแง่ของการส่งเสียให้ลูกศึกษาเล่าเรียน ก็จะเป็นว่า
...จนกว่าจะถึงวันที่ลูกเรียนจบ มีงานทำ เลี้ยงตัวเองได้แล้ว...


คนที่งานให้กับองค์กรหรือบริษัทแห่งใดแห่งหนึ่ง
อดทนทำงาน รับเงินเดือนไป จนถึงเมื่อไรกัน
ก็จนกว่าจะถึงวันนั้น...
วันไหนล่ะ?....ก็วันที่ไม่อยากอยู่ทำงานในองค์กรหรือบริษัทแห่งนั้นอีกต่อไปแล้วนะสิ


หนุ่มคนหนึ่ง อดทน พยายามเทียวจีบสาวที่ตนเองหมายมั่นอยากได้เป็นคู่ครอง
วันแล้ววันเล่า เขาต้องทำอย่างนั้นไปจนถึงเมื่อไรกัน ?
ก็ต้องจนกว่าจะถึงวันนั้น วันที่...เธอคนนั้นตอบตกลงใช้ชีวิตร่วมกับเขา
หรือไม่ก็จนกว่าจะแน่ใจว่า เธอไม่สนใจใยดีมีไมตรีมอบให้เลยนั่นแหละ

คนที่แต่งงานเป็นสามีภรรยากัน
ต้องอยู่ด้วยกันจนถึงเมื่อไรล่ะ ?
ก็จนกว่าจะถึงวันที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง..ลาโลกจากกันไปนั่นแหละ
แต่สมัยนี้ ไม่แน่เสมอไปหรอก ว่ามั้ย?
เพราะหลายๆ คู่ที่ ลาจากกันก่อนที่ชีวิตจะแตกดับ
เพราะความจริงใจที่ทั้งคู่เคยมีให้กันนั้น มันแตกดับไปเสียก่อน
สุข-ทุกข์ในเรื่องชีวิตคู่นี้ ไม่เทวดาหรือพระพรหมตนใดมาเสกบันดาลให้หรอก
สร้างกันขึ้นมาเองทั้งสิ้น ยามสุข ก็สุขเพราะคนสองคน
ยามทุกข์ ก็เพราะคนสองคนนั่นแหละ
ที่บอกว่ามีมือที่สามนั้น ความจริง ก็เพราะ "ความไม่ใจแข็ง" ของทั้งสองมือนั่นเอง

คนที่เป็นเพื่อนกันจะต้องคบกันไปอีกนานสักแค่ไหน ?
ก็นานจนกว่าจะถึงวันนั้น...วันที่ชีวิตของทั้งสองฝ่ายลาลับโลก ไม่มีใครรู้เห็นด้วยอีกแล้ว
หรือไม่ก็จนกว่าจะถึงวันที่...มิตรภาพของทั้งสองฝ่ายขาดสะบั้นลงเพราะเหตุใดเหตุหนึ่ง


แล้วคนที่แบ่งพรรคแบ่งพวกทะเลาะวิวาทบาดหมางกันล่ะ
พวกเขาจะต้องทะเลาะกัน หาเรื่องราวีกันไปอีกนานแค่ไหน ?
ก็จนกว่าจะถึงวันนั้น....วันที่พวกเขาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมแพ้ หรือตายหมด
หรือไม่ก็จนกว่าจะถึงวันที่พวกเขา...ยอมถอยคนละก้าวเพื่อประโยชน์ของกันและกัน
หรือไม่ก็จนกว่าจะถึงวันที่พวกเขาทั้งสองฝ่ายกลายสภาพมาเป็น "มิตรที่ดีต่อกัน" ตลอดไป


แล้วเมื่อไร บ้านเมืองของเราจะสงบอย่างแท้จริงเสียที ?
ก็จนกว่าจะถึงวันนั้น...วันที่คนในชาติทุกหมู่เหล่า....สามัคคีรักใคร่กลมเกลียวกัน
ไม่ปีนเกลียวกัน...ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์และอำนาจของฝ่ายตนแล้วทำลายฝ่ายตรงข้าม
หรือจนกว่าคนในชาติจะมีความรู้สึกรักคนในชาติด้วยกันมากกว่ารักผลประโยชน์และอำนาจทางการเมือง


ฯลฯ....ยังมีตัวอย่างอีกมากมายเยอะแยะ ตาแปะขายหมู
ช่วยกันคิดต่อไปเถอะว่า อะไรจะเป็นตัวอย่างได้บ้างสำหรับคำพูดที่ว่า "จนกว่าจะถึงวันนั้น"


อย่างไรก็ตาม
ผู้เขียนยังคงให้ความสำคัญกับบ้านหลังนี้จนกว่า...จะถึงวันนั้น
วันที่ผู้เขียนหมดสิ้นกำลังใจที่จะเขียนอะไรๆอีกแล้ว
หรือไม่ก็ถูกขับไล่ออกไปเสียจากชุมชน
หรือไม่ก็จนกว่า...โอกาสในการเขียนของผู้เขียน(คนนี้)
จะถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิงด้วยเหตุปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่ง

แต่ ณ เวลานี้ ขณะที่ฤดูคิมหันต์ยังเริงร่าอยู่ในท่ามกลางความอบอ้าวของผู้คน
ผู้เขียนยังพอมีโอกาสได้มาแวะเขียนนั่นเขียนนี่อยู่บ้างตามสมควร
แม้ว่าบางครั้งสิ่งที่เขียนไปนั้นอาจจะไม่ชวนอ่านนักก็ตามที
แต่ก็เป็นอักษรที่ออกมาจากใจจริงทุกครั้ง
และจะพยายามหาเวลาว่างมาเขียนต่อไปเรื่อยๆ
จนกว่า...จะถึงวันนั้น....


ตอนนี้เชื่อหรือยังล่ะว่า
คนเราทุกคนมีเหตุการณ์ "จนกว่าจะถึงวันนั้น" แฝงอยู่ในชีวิต

ใกล้สิ้นเดือนอีกแล้ว...
ฤดูร้อนเดือนเมษาฯกำลังจะย่างกรายเข้ามา
ลมร้อนยังคงสยายปีกแผ่คลุมไปทั่วบ้านเมือง
อย่างไรเสียก็ขอให้ใจผู้อ่านทุกท่านเยือกเย็นเข้าไว้นะ
ยิ้มบ้าง หัวเราะบ้าง ตามโอกาส
อย่าทำตัวให้หงอยเหงา เศร้าซึม และซีเรียสเกินไปนัก


ด้วยความปรารถนาดีจากใจจริง


....มนพล....

๒๘  มีนาคม  ๒๕๕๓

โดย มนพล

 

กลับไปที่ www.oknation.net