วันที่ อาทิตย์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องจริงของผู้ชายอันดับ1 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ


เรื่องจริงของผู้ชายอันดับ1 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นอกจากรูปหล่อ อายุน้อย ที่เป็นเหมือน ‘ภาพ-คำ ประจำตัว’ แล้ว นายกฯ หนุ่มคนนี้มีเรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้อีกหลายประการ

1. นักเรียนอีตัน บัณฑิตออกซ์ฟอร์ด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกิดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2507 ที่เมืองนิวคาสเซิ่ล ประเทศอังกฤษ เรียนชั้นประถมฯ ที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ เรียนชั้นมัธยมฯ ที่อีตัน และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เป็นคนไทยคนที่ 3 ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 จากนั้นก็เรียนต่อที่เดิม จนจบปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ นอกจากนี้ ยังได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขานิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหงอีกด้วย อนึ่ง หลังจากจบระดับปริญญาตรีจากออกซ์ฟอร์ด เขาได้ไปเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เขาชะโงก จังหวัดนครนายก อยู่เกือบ 2 ปี จนได้รับพระราชทานยศเป็น ร้อยตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนี่คือเหตุที่เขาไม่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร แต่ก็ยังถูกโจมตีว่า ‘หนีทหาร’

2. ทีมฟุตบอลในดวงใจ เพราะเกิดที่เมืองนิวคาสเซิลละกระมัง ทำให้ทีมฟุตบอลในดวงใจตลอดกาลของนายอภิสิทธิ์คือทีมสาริกาดง นิวคาสเซิ่ล และกีฬาสุดโปรดของเขาก็คือ ฟุตบอล!

3. ร็อค-เพื่อชีวิต แนวดนตรีโปรดคือเพลงร็อค   ทุกครั้งที่มีการแสดงคอนเสิร์ตร็อคในประเทศไทย จะต้องหาโอกาสไปโยกในคอนเสิร์ตทุกครั้ง วงดนตรีที่เขาชอบมากคือ R.E.M. กับ U2 เล่ากันว่าเวลานั่งอยู่ในรถ  มักจะหยิบวอล์คแมนขึ้นมาฟังเพลงร็อคพร้อมกับโยกตัวไปตามเพลงแทบทุกครั้ง บางครั้งก็ร้องออกมาดังๆ แต่ถ้าเป็นเพลงไทย ชอบเพลงเพื่อชีวิต ทุกครั้งที่ถูกขอให้ร้องเพลงบนเวที เพลงของพงษ์สิทธิ์ คำภีร์ กับพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ คือเพลงหากิน

4. อนุรักษ์นิยมไทย ถึงแม้จะเกิดและเรียนที่เมืองนอกเป็นเวลาหลายสิบปี แต่ไม่นิยมการพูดไทยคำอังกฤษคำ แม้แต่ตัวเลข ยังเขียนเป็นตัวเลขไทยทุกครั้ง

5. เมนูโปรด-ไม่ปลื้ม อาหารจานโปรดคือ ข้าวไข่เจียว แต่ที่ไม่ปลื้มเอาเสียเลยก็คือ ‘แตงโม’ ยกเว้นก็แต่ แตงโมที่หมายถึงภรรยา อาจารย์แตงโม-พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ทุกเช้าหลังตื่นนอนตอนตีห้าครึ่ง สิ่งแรกที่ทำเป็นประจำสม่ำเสมอคือ ชงกาแฟให้คุณแตงโม และยังทำอยู่จนถึงทุกวันนี้

6. นามสกุลพระราชทาน เวชชาชีวะ (Vejjajiva) เป็นนามสกุลพระราชทาน [เวช (ยา) + อาชีวะ (อาชีพ)] ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 พระราชทานลงมาเป็นลำดับที่ 4,881 จากทั้งหมด 6,423 นามสกุล เหตุที่มีคำว่า ‘เวช’ ก็เพราะมีต้นตระกูลเป็นหมอ ได้แก่ รองอำมาตย์ตรีหลง (บุตรของนายจิ๊นเสง) ซึ่งเป็นแพทย์ประจำจังหวัดลพบุรี ส่วนบรรพบุรุษดั้งเดิมนั้นเป็นชาวจีนโพ้นทะเล ที่ล่องเรือมาตั้งรกรากใหม่บนแผ่นดินสยาม ขึ้นฝั่งที่จังหวัดจันทบุรี

7. เดี่ยว-โดด-เด่น สนใจการเมืองมาตั้งแต่เด็ก เคยเป็นสมาชิกยุวประชาธิปัตย์มาก่อน หลังเรียนจบและผ่านการสอนหนังสือมาระยะหนึ่ง ได้รับฉันทานุมัติจากพรรคประชาธิปัตย์ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรก เมื่อปี 2535 ในเขต 6 กรุงเทพมหานคร ตอนนั้นอายุแค่ 27 ปี ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนั้นเพียงคนเดียวของพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพื้นที่ กทม. กำลังอยู่ในช่วงกระแส ‘จำลองฟีเวอร์’ เวลานั้นได้ชื่อว่าเป็น ส.ส. ที่อายุน้อยที่สุดในสภา!

มีคนเข้าใจว่า เป็นนายกฯ หนุ่มที่สุดที่ประเทศไทยเคยมี แต่จริงๆ แล้ว นายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดคือ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯ ในปี 2488 ด้วยอายุเพียง 40 ปี ส่วนนายกฯ ที่เด็กรองลงมาก็คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกฯ ในปี 2481 ตอนอายุ 41 ปี

8. รับโทรศัพท์ คุณอภิสิทธิ์เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่มีชื่อเสียงเพียงไม่กี่คนที่รับโทรศัพท์ด้วยตนเอง ยกเว้นปัจจุบันที่มีนายศิริโชค โสภา คอยช่วยรับ และได้ฟังโทรศัพท์ด่าทอและข่มขู่มาแล้วหลายสาย

9. โรคภัยไข้เจ็บ แม้บิดาจะเป็นหมอ (น.พ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เช่นเดียวกับมารดา (พ.ญ.สดใส เวชชาชีวะ) แต่ ก็ไม่วายมีโรคภัยไข้เจ็บประจำตัวคือ ‘เกาต์’

10. ยุงจอมยุ่ง สิงสาราสัตว์หรือแม้แต่นักการเมืองด้วยกัน ต่อให้เขี้ยวลากดินขนาดไหน ไม่เคยขยาด เพียงอย่างเดียวที่เขากลัวก็คือ ‘ยุง’ ที่แม้ถูกกัดเพียงนิดเดียว ก็จะบวมไปนานนับสัปดาห์

11. แรงบันดาลใจ อยากเป็นนักการเมืองตั้งแต่อายุ 9 ขวบ แรงบันดาลใจที่สำคัญคือความรู้สึกสะเทือนใจขณะติดตามข่าวเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ทางโทรทัศน์

12. หล่อตอนไหนก็ไม่รู้ สมัยเด็กๆ เตี้ยที่สุดในชั้น ไม่ใช่เฉพาะในหมู่นักเรียนชายเท่านั้น แต่รวมถึงนักเรียนหญิงด้วย ไม่มีใครเคยชมว่าหล่อ เขาก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองหล่อ ครั้งหนึ่ง ดร.วิษณุ เครืองาม ได้เห็นรูปนายอภิสิทธิ์ตอนเด็ก ถึงกับออกปากว่า “ขอประทานโทษนะ คุณอภิสิทธิ์ ทำไมตอนเด็กๆ หน้าตาขี้ริ้วจัง”

13. โดราเอมอน ชอบดูการ์ตูนโดราเอมอนมาก ดูมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก ปัจจุบันก็ยังดูอยู่ “โดราเอมอนเป็นการ์ตูนที่ดีมากนะ เพราะมันส่งเสริมจินตนาการ มันสะท้อนเรื่องความอยากได้ เรื่องความใฝ่ฝันของคนที่อยากมีของวิเศษ แล้วสุดท้ายก็ชี้ให้เห็นว่า ของวิเศษมันสร้างปัญหาได้ทุกเรื่อง อยู่ที่คนใช้มัน”

14. จดหมาย คุณอภิสิทธิ์ได้รับจดหมายและอีเมลมากบ้างน้อยบ้างเป็นช่วงๆ เขาจะอ่านมันทุกฉบับ โดยเฉพาะจดหมายด่าที่จะต้องคอยย้ำกับผู้ช่วยว่า ‘ห้ามทิ้ง’ เพราะอยากรู้ว่าคนที่เขียนมาด่านั้น กำลังมองเขาอย่างไร หรือเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับตัวเขาอยู่บ้าง ส่วนจดหมายที่ทำให้แปลกใจที่สุด คือจดหมายของเด็กคนหนึ่งที่เขียนมาถามการบ้าน และอีกฉบับเป็นจดหมายของชายหนุ่ม เขียนมาขอยืมเงิน “เขาบอกมาว่าวันนี้ผมจะแต่งงาน อยากยืมเงินคุณอภิสิทธิ์ไปจัดงาน”

15. หน้าจอ (หัวใจ) เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือด้วยตัวเองเพียงครั้งเดียว ว่ากันว่าเขาเป็นบุคคลตัวอย่างที่ใช้โทรศัพท์มือถืออย่างคุ้มค่ามาก แต่สองเครื่องหลังที่ดูทันยุคทันสมัยขึ้นมาหน่อย ภรรยาเป็นคนซื้อให้ โดยกว่าจะได้เครื่องหลังสุดมา เขาเลือกที่จะทนใช้เครื่องเก่าเพื่อลากยาวให้ถึงวันเกิดของตัวเอง เพราะเชื่อว่าภรรยาจะทนไม่ได้ และซื้อเครื่องใหม่ให้เป็นของขวัญ เหมือนที่เคยทำ ส่วนรูปหน้าจอโทรศัพท์เป็นรูปของศรีภรรยากับลูกสุดที่รัก

16. ในห้วงรัก เพื่อนนักเรียนประถมฯ ต่างห้อง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับพิมพ์เพ็ญ ศกุนตาภัย ได้มาเจอกันในงานเลี้ยงรุ่นเพื่อนสาธิตจุฬาฯ ขณะนั้นหนุ่มมาร์คอยู่ในช่วงพักรอมหาวิทยาลัยเปิด สาวพิมพ์เพ็ญกำลังเรียนอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แค่มองตาทั้งคู่ก็รู้ใจ ตัดสินใจคบหากันผ่านจดหมายข้ามทวีป ส่งกันวันเว้นวัน โทรศัพท์คุยกันสัปดาห์ละครั้ง เมื่อเรียนจบปริญญาตรีจากเมืองนอก หนุ่มมาร์คก็มาเป็นอาจารย์สอนโรงเรียนนายร้อย รอสาวพิมพ์เพ็ญกำลังเรียนทันตแพทย์อยู่ชั้นปีที่ 6 แต่งงานหลังสาวเจ้าเรียนจบ และหนุ่มมาร์คกำลังจะเดินทางไปเรียนปริญญาโทต่อที่ต่างประเทศ สมรสกันเมื่อปี พ.ศ. 2531 มีทายาท 2 คน คือ ปราง เวชชาชีวะ (บุตรสาว) กับ ปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ (บุตรชาย) ครั้นเอ่ยถามว่า ‘จดหมายรัก’ นายกฯ หนุ่มตอบเขินๆ ว่า เก็บอยู่ แต่บ้านรกมาก ไม่รู้จะหาเจอหรือเปล่า

17. คอข่าว คุณอภิสิทธิ์เป็นคนที่ชอบติดตามข่าวสารมาก เว็บไซต์ข่าวสารที่เขาเข้าชมเป็นประจำก็คือ ผู้จัดการ เนชั่น และไอเอ็นเอ็น ด้วยเหตุผลว่าเป็น 3 เว็บไซต์ที่อัพเดตข่าวตลอดเวลา ทำให้ตรวจสอบเหตุการณ์ต่างๆ ได้ง่าย คอลัมน์นิสต์ข่าวการเมืองที่คุณอภิสิทธิ์ยกให้เป็นมือหนึ่งของวงการ (ทั้งเนื้อหาและสไตล์การเขียน) คือ เปลว สีเงิน แห่งไทยโพสต์ เช่นเดียวกับเมื่ออ่านไทยรัฐ เขาอดไม่ได้ที่จะต้องเปิดไปหน้า 3 ว่าวันนี้เขาจะด่าอะไรผมบ้าง เพราะเท่าที่ตามอ่านมาหลายปี ยังไม่เคยเห็นเขียนชมผมเลย

18. มิสเตอร์จุบจิบ นายกฯ มาร์ค ยอมรับว่าชอบกินของจุบจิบเหมือนเด็ก สิ่งที่เห็นแล้วอดไม่ได้ ต้องซื้อกินก็คือ ดาร์คช็อกโกแลต ไวท์ช็อกโกแลตไม่กิน ชอบกินไอศกรีมรสช็อกโกแลต คุณอภิสิทธิ์สูง 167 เซนติเมตร น้ำหนักตัวคงที่อยู่แถวๆ 59-60 กิโลกรัม ก่อนหน้านี้สี่ห้าปี น้ำหนักตัวไม่เคยเกิน 50 กิโลกรัม

19. เครือญาติ บุคคลที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นเครือญาติกับคุณอภิสิทธิ์ 2 คนซึ่งเป็นที่รู้จักมากในยุคนี้ได้แก่ งามพรรณ เวชชาชีวะ นักแปลฝีมือเยี่ยมและผู้ประพันธ์นวนิยายรางวัลซีไรต์เรื่อง ‘ความสุขของกะทิ’ ที่กำลังเป็นภาพยนตร์ที่จัดฉายอยู่ในขณะนี้ เป็นพี่สาวแท้ๆ ของคุณอภิสิทธิ์ ส่วนนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เป็นลูกพี่ลูกน้อง ปัจจุบันนายกฯ มาร์ค ยอมรับว่าคุยกันน้อยมาก

เล่ากันว่าเมื่อครั้งคณะนายทหารทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลทักษิณ เมื่อปี 2549 มีการส่งกำลังทหารพร้อมรถถังไปประจำหน้าบ้านบุคคลสำคัญๆ ของพรรคไทยรักไทยเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหว ปรากฏว่ารถที่ส่งไปให้เฝ้านายสุรนันทน์ไปจอดผิดบ้าน คือ ไปจอดหน้าบ้านคุณอภิสิทธิ์แทน

20. สุดยอดเจ้านาย ไม่เคยนอนค้างคืนที่ไหน ไม่ว่าไกลหรือดึกแค่ไหนเพื่อ “ให้ลูกได้เห็นเรา” ครั้งหนึ่งไปช่วยลูกพรรคหาเสียงที่จังหวัดชุมพร ระหว่างตีรถกลับ ปรากฏว่า ‘เปี๊ยก’ คนขับรถคู่ใจสารภาพกับเจ้านายตรงๆ ว่า ‘ง่วง’ ทั้งๆ ที่ตอนกลางวัน เจ้านายอนุญาตให้นอนหลับเอาแรงให้เต็มที่ แต่สารถีคู่ใจก็สนุกไปกับการตั้งวงเม้าท์กับกระจิบกระจอกข่าวอย่างเพลิดเพลินจนลืมพักเอาแรง หลังลูกน้องบอกว่าง่วง เจ้านายก็สั่งให้หยุดรถ แล้วสลับที่กัน โดยเจ้านายเป็นคนขับ พาเปี๊ยกกลับถึงกรุงเทพฯ ตอนตีสาม

จากหนังสือ ‘ใครว่าผมอภิสิทธิ์’ โดยสมจิตต์ นวเครือสุนทร http://www.sereechai.com/demo/news.php?no=4568

โดย สิปาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net