วันที่ จันทร์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวตาดโตน..มอหินขาว..ทริปวันเดียว..เสี่ยวน้อยชวนชม


วันนี้ตามเสี่ยวน้อย

ไป

เที่ยวน้ำตกตาดโตน

และชม

ความงามตามธรรมชาติ

ของ

มอหินขาว

ที่จังหวัดชัยภูมิ

.

.

เที่ยวได้ทั้งปี

ไปชมโลดครับ

V

V

แอ๊คชั่น..หน้าป้ายทางเข้าน้ำตกตาดโตน

ตามผมมาเลยครับ

แมลงอะไรก็ไม่รู้ครับ

แวะดูกระปุกออมสินที่ทำจากไม้ไผ่

และกะลามะพร้าวรูปหมู รูปกบขากลับค่อยซื้อกลับบ้าน

น้ำตก..สวยเย็นฉ่ำดับความร้อนของอากาศได้ดีทีเดียวครับ

ลงไปเล่นแต่ไม่ลงไปน้ำลึกครับ

แนะนำว่าเด็กๆที่ไปเล่นน้ำควรมีผู้ใหญ่คอยดูอยู่ใกล้ๆ

แต่เผลอเมื่อไหร่..ผู้ใหญ่ก็ไปรวมตัวในน้ำลึก!!

ปิดเท่าไหร่ก็ไม่มิด..พุงโผล่!

.

.

แล้วเราก็ไปเที่ยว

"มอหินขาว"

เริ่มจาก

แยกทางเข้าน้ำตกตาดโตน

และเข้าไปอีก 22 กิโลเมตร

ในช่วงบ่าย

v

v

ที่นี่แปลกมากครับใครที่ไปครั้งแรกลงรถไป

ส่วนใหญ่บ่นว่าเวียนหัวเพราะความเอียงของพื้นดิน

รูปร่างของหินสวยงามแปลกตา เยออะมาก

ผมเพิ่งเคยเห็น

มีเครื่องหมายบอกตำแหน่งที่เบิร์ด ธงชัย แม็คฯไปถ่ายโฆษณาด้วยครับ

เสี่ยวน้อยดีใจได้มาเที่ยว

ผมให้เสี่ยวน้อยหัดเข้าใกล้และพูดคุยกับฝรั่งเพื่อเรียนรู้อังกฤษไปด้วย

หินส่วนใหญ่คล้ายๆโขลงช้าง..ท่านว่าเหมือนมั๊ยครับ (ภาพด้านบน)

ข้อมูลเพิ่มเติมจากเพื่อนในโลกออนไลน์

เขียนไว้ครับ

.

v


มอหินขาวแห่งนี้เป็นสวนหินธรรมชาติ ตั้งอยู่ในเขตบ้านวังคำแคน ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิประมาณ 40 กิโลเมตร ซึ่งแต่เดิมนั้นบริเวณสวนหินที่มีสภาพเป็นเนินเขาสูง ๆ ต่ำ ๆ ซึ่งชาวบ้านรอบข้างได้เข้าไปบุกเบิกพื้นที่ทำกิน ทำไร่มันสำปะหลัง และได้พบสวนหินรูปทรงแปลกตากระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ราว 200 ไร่ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจ ด้วยรอบข้างยังไม่มีการจัดการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว บางพื้นที่ก็ยังเป็นป่ารกร้างปกคลุม
 
 กระทั่งในราวปี 2540 ก็เริ่มที่จะมีผู้คนต่างถิ่นเดินทางเข้าไปเที่ยวชมสวนหินรูปทรงแปลกตาเหล่านี้บ้าง จึงทำให้ชาวบ้านและผู้นำในท้องถิ่นได้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่และเส้นทางเข้าถึงให้สะดวกยิ่งขึ้น นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้คนจากต่างแดนเดินทางเข้ามาเที่ยวชมกันมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันทางทางอุทยานแห่งชาติตาดโตนที่อยู่ใกล้เคียง ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้และนักวิชาการเข้ามาสำรวจพื้นที่ เพื่อการดูแลรักษาสภาพความสวยงามทางธรรมชาติเอาไว้ และได้ประกาศจัดตั้งพื้นที่ป่าบริเวณนี้และพื้นที่ป่ารอบข้างขึ้นเป็นอุทยานแห่งชาติภูแลนคา
 
 การเดินทางไปมอหินขาวแห่งนี้ก็ไม่ยากเย็นอะไรนัก เพราะสามารถเดินทางจากตัวเมืองชัยภูมิไปตามทางหลวงหมายเลข 2051 ชัยภูมิ-น้ำตกตาดโตน ประมาณ 18 กิโลเมตร เมื่อเจอแยกตาดโตน-ท่าหินโงม ก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามทางลาดยางขึ้นเนินเขาประมาณ 12 กิโลเมตร ก่อนเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางสายแจ้งเจริญ-โสกเชือก อีกราว 6.5 กิโลเมตร ก็จะถึงบ้านวังคำแคนแล้วขึ้นเขาต่อไปตามถนนลูกรังอีก 3.5 กิโลเมตรก็จะถึงมอหินขาว สภาพถนนช่วงสุดท้ายนี้หากเป็นช่วงหน้าแล้งเส้นทางก็จะเป็นฝุ่นดินแดง ส่วนหน้าฝนก็จะมีสภาพลื่นและเป็นหลุมเป็นร่อง รถที่ใช้จึงควรเป็นรถปิคอัพหรือรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อที่เหมาะสมกับสภาพเส้นทางจึงจะสะดวก
 
 ถนนสู่มอหินขาวนี้ยังไม่มีรถยนต์สาธารณะหรือรถยนต์ท้องถิ่นให้บริการ ผู้ที่เข้าไปเที่ยวชมจำเป็นต้องใช้พาหนะส่วนตัว หรือเช่าเหมารถเข้าไปจึงจะสะดวก แต่ผมว่าเมื่อมอหินขาวแห่งนี้ได้ถูกบรรจุเป็นแหล่งท่องเที่ยวในโครงการเส้นทางท่องเที่ยวมหัศจรรย์ 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน ของ ททท. และยังได้พี่เบิร์ดไปช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์แล้ว อีกไม่นานถนนหนทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวก็ต้องได้รับการพัฒนาให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้สะดวกสบายในระยะเวลาอันใกล้นี้อย่างแน่นอน
 
 ด้วยความที่มอหินขาวและอุทยานแห่งชาติภูแลนคาเป็นอุทยานแห่งชาติก่อตั้งใหม่ จึงยังไม่ค่อยมีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว ยังไม่มีบ้านพัก ไม่มีร้านอาหารไว้บริการ มีแต่ลานกางเต็นท์ และห้องน้ำไว้บริการนักท่องเที่ยวเท่านั้น นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปเที่ยวชมและต้องการพักค้างแรมคืนเพื่อสัมผัสบรรยากาศนอนนับดาวอย่างพี่เบิร์ด ก็คงต้องเตรียมอุปกรณ์แค้มป์ตั้งแต่เต็นท์ ถุงนอน อาหารการกิน น้ำดื่มติดรถเข้าไปให้พร้อม ซึ่งบรรดานักแค้มปิ้งทั้งหลายคงชื่นชอบที่นี่ เพราะสถานที่และทำเลเหมาะกับการตั้งแค้มป์แรมคืน เพราะรถยนต์เข้าถึง ที่สำคัญนักท่องเที่ยวก็ยังไม่มากมายนัก
 
  
 หลายท่านอาจจะอยากทราบที่มาของชื่อ ?มอหินขาว? อันฟังดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์นี้มีที่มาอย่างไร ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เล่าให้ฟังว่าบริเวณพื้นที่แถบนี้มีลักษณะเป็นเนินเขาสูง ๆ ต่ำ ๆ ที่ชาวบ้านมักเรียกว่า ?มอ? และบริเวณสวนหิน ที่มีแท่งหินรูปทรงแปลกตากระจายกันอยู่บนเนินเขาเหล่านี้ หากมองจากเบื้องล่างในระยะไกลๆ ก็จะเห็นแท่งหินสีขาวเหล่านี้ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเขา ยิ่งในช่วงหลังฝนตกจนแท่งหินเปียกน้ำฝน แล้วมีแสงแดดสาดส่องกระทบ ก็ยิ่งสะท้อนเงาขาวเด่นชัดยิ่งขึ้น ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนี้ว่า ?มอหินขาว? ซึ่งนั่นเป็นสภาพทั่วไปที่ชาวบ้านพบเห็น
 
 แต่ก็ยังมีเรื่องราวเล่าขานที่เป็นเรื่องราวความเชื่ออันแปลกประหลาดมหัศจรรย์ของบริเวณสวนหินแห่งนี้ ด้วยชาวบ้านใกล้เคียงมักจะพบเห็นแสงดวงไฟสีขาวนวลล่องลอยขึ้นจากบริเวณสวนหินในช่วงคืนวันพระขึ้น- แรม 8 ค่ำ 15 ค่ำ และเล่าขานกันสืบมา นั่นยิ่งทำให้ดินแดนสวนหินแห่งนี้มีความลึกลับมหัศจรรย์ยิ่งขึ้น
 
 ในขณะที่มุมมองของนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญทางธรณีวิทยาที่เข้ามาทำการศึกษาได้ให้รายละเอียดว่า แท่งหิน สวนหินบริเวณนี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหินทรายสีขาว และยังมีหินทรายแป้ง หินโคลน หินทรายสีม่วง กระจัดกระจายอยู่รอบบริเวณ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกจากการสะสมตัวของตะกอนทรายและดินเหนียวจนมีความแข็งและเมื่อเปลือกโลกการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงทำให้ชั้นหินเกิดการโค้งงอ แตกหัก และเมื่อผ่านกาลเวลา ผ่านการกัดกร่อนจากน้ำฝน สายลม แสงแดดจนกลายเป็นแท่งหินที่มีรูปทรงสวยงามแปลกตา สันนิษฐานว่าจะมีอายุราว 175 -195 ล้านปีเลยทีเดียว

 มอหินขาวปลายฤดูฝนเช่นนี้ทุ่งหญ้ารอบข้างยังคงเขียวขจี มีดอกหญ้าสีขาว สีม่วงผลิบานแทรกแซม กลุ่มหินที่โดดเด่นที่รวมกันอยู่ 5 แท่ง ดูงดงามแปลกตา ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ๆ ความยิ่งใหญ่ของแท่งหินก็ยิ่งประจักษ์ ความสูงของมันราว 12 เมตร แต่ความอวบอ้วนของแต่ละแท่งไม่เท่ากัน โดยแท่งใหญ่ที่สุดนั้นวัดความกว้างของแท่งหินได้ถึงราว 22 คนโอบเลยทีเดียว รูปทรงของแท่งหินมองดูคล้ายกับป้อมปราการขนาดใหญ่อันมั่นคงแข็งแกร่ง รายล้อมด้วยแท่งหินรูปทรงผอมเพรียวกว่า มองดูราวกับมีคนจงใจนำมาปักตั้งเรียงรายเอาไว้
 
 ถัดจากหินกลุ่มแรกเข้ามาราว 500 เมตร จะเป็นหินกลุ่มที่ 2 ลักษณะเป็นลานก้อนหินขนาดใหญ่รูปทรงแปลกตาบ้างมองดูคล้ายรูปเจดีย์ คล้ายกับกระดองเต่า บางคนก็มองดูเหมือนกับรูปช้าง หลากหลายรูปทรงสุดแล้วแต่จินตนาการของแต่ละคนจะจินตนาการกันไป บางก้อนมีความลาดเอียงพอให้สามารถปีนป่ายขึ้นไปชมวิวถ่ายภาพพื้นที่รอบข้างได้อย่างกว้างไกล และหากเลยลึกเข้ามาอีกราว 1,500 เมตร ก็จะถึงกลุ่มหินสุดท้ายที่เรียกกันว่า ลานหินต้นไทร มีลักษณะเป็นกลุ่มแท่นหินและเสาหินขนาดเล็ก กระจายกันอยู่บนเนินที่ลาดเอียงลงไปจดหน้าผาที่เรียกว่าผาหัวนาค ด้วยเพราะมีแท่งหินรูปทรงคล้ายหัวพญานาคตั้งอยู่ บริเวณทุ่งหญ้ารอบข้างและลานหินแถบนี้จะมีดอกไม้ขนาดเล็ก ดอกหญ้ากระดุมเงิน และกล้วยไม้บางชนิดเช่นเอื้องหมายนา เอื้องม้าวิ่ง เอื้องนวลจันทร์ ออกดอกบานแทรกแซมอยู่ตามทุ่งหญ้าดูงดงาม
 
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://board.fangpleng.com/index.php?topic=11230.0

ขอบคุณ

กล้อง FUJIs5600ของ สท.ประกาศิต

เพราะกล้องของผมนำไปซ่อมครับ

ขอบคุณ

ภาพพี่เบิร์ดจากไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/ent/31538

V

V

เพราะเราท่านคือเพื่อนประชาชน

สวัสดีครับ

โดย ไทบ้าน

 

กลับไปที่ www.oknation.net