วันที่ จันทร์ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โบสถ์กลางบึง-วัดบึงทองหลาง


ภาพในอดีตของวัดบึงทองหลาง ถนนลาดพร้าว 101 บางกะปิ กรุงเทพ 


[วัดบึงทองหลาง พ.ศ.2507]

[วัดบึงทองหลาง พ.ศ.2524]


ภาพถ่ายทางอากาศวัดบึงทองหลางประมาณ พ.ศ.2526

เมรุวัดบึงทองหลาง พ.ศ.2514


โบสถ์วัดบึงทองหลาง พ.ศ.2531


อุโบสถหลังเก่าสร้างโดยหลวงปู่พัก ธมฺมทตฺโต สร้างระหว่าง พ.ศ.2462-2466  ปัจจุบันบูรณะปรับปรุงให้เป็นวิหาร (ถ่ายเมื่อ พ.ศ.2545)


 รูปเรือสำเภาผสมเก่งจีน จำลองแบบมาจากพระที่นั่งศรีสรรเพชร


อุโบสถหลังใหม่ 


 
 

อุโบสถหลังใหม่ วัดบึงทองหลาง เป็นรูปเรือสำเภาผสมเก่งจีน จำลองแบบมาจากพระที่นั่งศรีสรรเพชร พระนครศรีอยุธยา

เอื้อเฟื้อภาพโดย อาทิตย์ คำแปลง

 

 

มีเรื่องเล่าจากหนังสือ ดร.พิเชฐ ทั่งโต,ปกิณกะคำสอนหลวงพ่อโต, (กรุงเทพ ฯ ,สำนักพิมพ์สินธนา,2549 : พิมพ์เนื่องในงานครบรอบ 80 ปี พระครูพิศาลวิริยคุณ) หน้า 59. มีข้อความที่กล่าวถึงเกี่ยวกับการสร้างโบสถ์ของวัดบึงทองหลาง ไว้ว่า

                โบสถ์ในบึง  สมัยก่อนชุมชนวัดบึงเป็นที่ลุ่ม โดยเฉพาะบริเวณวัดบึงทองหลาง เป็นพื้นที่บึง ในบริเวณสร้างอุโบสถเป็นบึงลึกต้องใช้เรือพายเก็บดอกบัว เมื่อมีการถมดินเต็มบึงเรือจึงแล่นไม่ได้  เพื่อเป็นการระลึกถึงว่าวัดเป็นบึงมาก่อน จึงเป็นเหตุให้สร้างโบสถ์ฐานเป็นทรงเรือสำเภา เพื่อเป็นเครื่องระลึกว่า เมื่อน้ำแห้งเรือจึงเกยตื้น(เป็นคำพูดหลวงพ่อโต หรือพระครูพิศาลวิริยคุณ)

 

 

                จึงนับเป็นศิลปะที่ควรค่าแก่การทรงจำ และบันทึกไว้ในฐานะเป็นศิลปกรรมแห่งยุคสมัยชิ้นหนึ่ง  ใน  ..2522 ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างอุโบสถ โดยมีสมเด็จพุฒาจารย์ (เสงี่ยม จันทสิริ,พ.ศ.2443-2526) วัดสุทัศนเทพวราม เป็นประธาน


สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม จันทสิริ) วัดสุทัศนเทพวราราม ผู้เป็นประธานวางศิลาฤกษ์

 

                รูปทรงอุโบสถทำตามความคิดของหลวงพ่อโต  อาศัยพระที่นั่ง ศรีสรรเพชร สมัยอยุธยาตอนปลาย เป็นแม่แบบ  โดยดัดแปลงจากจัตุรมุขมีมณฑปอยู่ตรงกลาง  เหลือแค่ 2 มุข  ไม่มียอดมณฑป  โดยได้มอบหมายให้นายเสนอ  นิลเดช  คณาจารย์จากกรมศิลปากรเป็นผู้เขียนแบบแปลน 

 

                โครงสร้างอุโบสถ เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหลัง  ผนังก่ออิฐถือปูน ๒ ชั้น  ผนังโปร่งกลาง อากาศผ่านเข้าออกได้ทั้งหลัง  หลังคา             เทคอนกรีตเสริมเหล็ก  4  ลด  มุงกระเบื้องลอนเคลือบสีน้ำเงิน  ชายน้ำทาสีขาวและแดง  หลังคาจึงมีสีคล้ายธงชาติ  ช่อฟ้า  ใบระกา หางหงส์  บราลี อยู่บนหลบฝนตามแบบสมัยสุโขทัย  ขนาดอุโบสถ กว้าง 16 เมตร ยาว 42 เมตร  สูง 22 เมตร

 

                ประตูมี 5 ช่อง ด้านหน้า  3 ด้านหลัง 2  เฉพาะประตูกลางด้านหน้า สั่งทำเป็นกรณีพิเศษด้านหน้าประดับมุขแบบฝังมุกลงไปในเนื้อไม้เป็นลายไทยก้านขด  ด้านหลังบานประตูแกะสลักเป็นลายดอกพุดตาน  มูลค่านับ ล้านบาท ที่เหลือเป็นลายเกาะสลักประดับกระจกลงรักปิดทอง  ลักษณะลายแบบเจ้าพ่อเขี้ยวกลางแต่ทำหน้านูนออกมาให้เห็นส่วนลึก

 

                หน้าต่าง 14 ช่อง   แต่ละบานแกะสลักประดับกระจกลงรักปิดทองเป็นการรวบรวมศิลปะลายไทยที่สวยงามจากสถานที่ต่าง ๆ 4 ช่อง  เช่น ลายตู้พระธรรมวัดเชิงหวาย (วัดเวตะวันธรรมาวาส) อีก ๗ ช่อง เป็นลายพระเคราะห์ประจำวันทั้ง 7 และในบานหน้าต่างแต่ละบานจะมีรูปสิงห์เป็นสัญลักษณ์ของหลวงพ่อโต

 

                ภายในอุโบสถ ปูพื้นปาเก้ไม้สัก ผนังสูง 1 เมตร  ประดับลูกฟักไม้สักผนังภายในเขียนภาพพุทธประวัติ  ประกอบลายไทย  โดยฝีมือช่างเชียงใหม่

 

                ผนังภายนอกฉาบเรียบด้วยปูนขาวทั้งหลัง  ตามกรรมวิธีโบราณ โดยไม่ต้องทาสีทับ ก็มองเห็นความสวยงาม

 

                การสร้างโบสถ์หลังนี้จึงถือว่าเป็นมรดกทางศิลปะ และมรดกของชุมชนที่จะต้องช่วยกันดูแลให้เป็นสมบัติของวัดอย่างที่เราทั้งหลายต้องการให้เป็น ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อชุมชนวัดบึงทองหลาง และชุมชนใกล้เคียง  พร้อมทั้งจะเป็นมรดกทางศิลปะของชาติในเวลาต่อไป

 

โดย เด็กบึง

 

กลับไปที่ www.oknation.net