วันที่ พุธ มีนาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี... ภาพที่บันทึกผ่านฟีล์มขาวดำ


 ภาพจากฟีล์มขาวดำ  หลายๆภาพในวันนี้...

         เวนิส ประเทศอิตาลี... ดินแดนที่ผู้คนมากมายทั่วโลก "ฝัน" ว่าจะต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งหนึ่ง ในชีวิต  ทั้งข้อมูลจากการบอกเล่าขานกันต่อๆมา  ข้อมูลการท่องเที่ยว... หนังสือ สื่อต่างๆ ได้กล่าวถึงเมืองเวนิสแห่งนี้กันมานมนาน และกว้างขวาง...

        เวนิส.. _Venezia, Venice... ภาษาอิตาเลี่ยน ก็ Venezia ส่วนภาษาอังกฤษก็.. Venice ...  ดูภาพแล้วก็บอกเล่าสู่กันแบบความรู้สึกจริงๆ ของการสัมผัสจริง แม้จะเนิ่นนานมาแล้วก็ตาม ... 

   

                                                              .

      เวนิสเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยว นักถ่ายภาพ นักวาดภาพ นักอะไรต่อมิอะไรอีกหลายสาขา จากทั่วทุกมุมโลก 

      ทุกหนแห่ง...ตลอดทั่วทั้งเมืองแห่งนี้ อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งอารยธรรมที่เก่าแก่...

    วิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้คนที่อาศัยอยู่ ศิลปะ รวมทั้งสถาปัตยกรรมที่งดงาม ดูเหมือนว่าพระเจ้าช่างลำเอียง ยอมยกทุกสิ่งทุกอย่างให้ชาวอิตาเลี่ยนแต่เพียงเจ้าเดียว เป็นที่ริษยาของชนชาวโลกที่เหลือนัก... จึงต้องไปดูให้เห็นกับตา ว่ามันวิเศษแค่ไหน.... 

                                                              .  

   

                                                               .

(บน) สองภาพข้างบน เป็นภาพจากจตุรัส ซาน มาโคร  อันเป็นจุดสนใจที่สุด และดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้หลั่งไหลมาแออัดยัดเยียดกันอยู่บริเวณนี้... รวมทั้งฝูงนกพิราปฝูงนี้ด้วย  มันมีมุมเด็ดๆที่เผยเเพร่กันทั่วไป สวยงามอลังการกว่านี้มากมายนัก ( แต่อยากเสนอในมุมของเราเอง กล้องของเราเอง รวมทั้งตัวตนของเราเองดีกว่า... )

           ผมชอบดูภาพเวนิสเป็นสีแบบนี้ มันทำให้จินตนาการได้กว้างไกลดีกว่าภาพสี  หากจะเปรียบเทียบ ก็คงเหมือนการอ่านหนังสือ กับการดูหนัง... อย่างหลังไม่ต้องจินตนาการเอง เพราะหนังเขาเล่าให้ฟังหมด ทั้งภาพ เสียง เรื่องราวในแบบที่เขาต้องการจะบอกเรา...  

           

           จินตนาการเองเรื่อยเปื่อยไป ไม่มีข้อแม้ ไม่มีผิด ไม่มีถูก  มันอยู่ในหัวของเราเอง....  จะงอกงามหรือเเห้งเหี่ยวเฉา ก็เป็นจิตของเรา  ที่จะแต่งเรื่องไป... ฟูหรือแฟบ ก็แล้วแต่อารมณ์ในช่วงนั้นๆ... มันมีช่องว่างไว้ให้เราเติมเอง 

                                                               .     

                    

                                                            .....

                                                             .

  (บน) อิตาลี มีกำแพงบ้านแบบนี้ ต้นไม้เลื้อยแบบนี้มากมาย ดูกันไปจนเบื่อ บางคนดูจนเบื่อแล้วก็ไม่อยากถ่ายรูปไปเลย  ส่วนผมเอง เมื่ออยู่ในวัยขนาดนั้น (20ปีมาแล้ว) กลับตื่นเต้นนักหนา ถ่ายรูปไว้มากมาย แล้วถึงกับไปหาไม้เลื้อยมาปลูกให้เป็นซุ้มหน้าบ้านหลังบ้าน ข้างบ้าน เต็มไปหมด จนเดี๋ยวนี้มันรกเต็มบ้าน  ต้องตัดทิ้งกันหลายครั้ง 

        ต้นไม้บ้านเราที่เหมาะจะปลูกแบบนี้ สวยงามไม่แพ้ที่อิตาลี (หรือสวยกว่า หอมกว่า)  ก็มีไม้ประเภท ช่อมาลี  รสสุคนธ์  พวงคราม... ซึ่งมีอายุยืนยาวนานเหมือนไม้ยืนต้นใหญ่ๆเหมือนกัน...

                                                               .

                   

                                                              .

                               

                                                                  . 

                  (บน) ถ้ายิ่งจะให้ขลัง ต้องมีกำแพงบ้านเก่าๆแบบนี้  สีหลุดสีร่อน  ปูนเปื่อยๆ กะเทาะออก มองเห็นชั้นอิฐด้านใน เมืองเก่าแก่ในบ้านเราอย่างสุโขทัย    อยุธยา และวัดเก่าๆของไทยเราก็มีเสน่ห์มาก เช่นวัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วัดเฉลิมพระเกียรติ...

               

   (บน)  สีที่หลุดร่อนเป็นแผ่นๆเช่นนี้ ดูงามในสายตาของผม ...พวก อบต.ของเวนิส เขาก็ไม่ค่อยยอมให้เปลี่ยนแปลงสักเท่าใด คงจะห้ามทาสีที่ไม่เข้าบรรยากาศ  เห็นทาสีใหม่ก็แบบนี้  แล้วยังทำให้ดูเก่าๆอยู่ร่ำไป ไม่เหมือนกระทรวงกลาโหมของเราที่ทาสีสันสดใสอยู่เรื่อยๆ...

 

                   เวลาถ่ายภาพ รู้สึกว่ามันขึ้นกล้อง  มีน้ำหนักแสงเงาสวยงาม  มีเบื้องหลังเบื้องลึกให้ค้นหา หรือจะวาดภาพ ก็จะได้สีสันที่สวยงามถูกใจ กลมกลืน และสนุกสนานในทีแปรง..   

                                                             .

       

                                                             .

                                                             . 

    เมืองเวนิส  คือเมืองแห่งคูคลอง อยู่ริมทะเล  ไม่ใช่ทะเลที่มีชายหาดแบบบ้านเรา แต่หาดมันกลายเป็นที่อยู่ของชาวเวนิสทั้งหมด  แล้วยังเลยลงไปในทะเลอีก   รุกล้ำลงไปในน้ำ เว้นช่องว่างไว้เป็นคลองเอาไว้สัญจร  

       ซึ่งก็ดีเหมือนกัน ไม่มีรถ แต่มีเรือแทน... หนวกหูเสียงเรือหน่อย แต่ก็เฉพาะในน้ำ  ส่วนถนนตรอกซอกซอยทั้งหลายก็เดินเล่นกันได้สบายๆ... เพียงแต่ต้องระวัง เพราะยังมีรถมอเตอร์ไซค์... พวกหนุ่ม(และสาว) ชาวอิตาเลี่ยนขี่รถกันน่าหวาดเสียว... แถมอารมณ์ร้ายเหมือนกันในวันร้อนๆ..       

           

                                                                .

                                                              

                        อย่าคิดว่าชาวเมืองเวนิสเขาจะยินดีนักหนากับการเจอะเจอนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ร้อยพ่อพันแม่ ไปเดินเกะกะถนนร่วมกับเขา... ก็เราเองยังรำคาญฝรั่ง ที่เข้ามาเที่ยวบ้านเราเหมือนกัน  ... พอคนมันเยอะ ก็เลยน่าหงุดหงิด แต่เวนิสก็กลายเป็นเมืองของชาวโลกไปเสียแล้ว พวกอิตาเลี่ยนเจ้าถิ่นเองก็เข้ามาทำมาหากินจากการท่องเที่ยว ก็ต้องยอมทนกันไป...

                                                                   .

       

            อยู่บ้านเมืองสวยงามอย่างนี้ บรรยากาศดีๆอย่างนี้  พวกอิตาเลี่ยนก็ยังคงเป็นพวกเลือดร้อนเหมือนทหารโรมันโบราณอยู่ดี  อย่าได้ไปทะเลาะวิวาทกับเขาเชียว  การพูดการจาและภาษาของเขาขนาดคุยกันเฉยๆยังนึกว่าด่าทอใส่กัน 

       คำยอดนิยมที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ "ฟังกูโร..!!"  ซึ่งก็คือความหมายเดียวกันกับคำว่า "ฟัก..ยู" ในภาษาอังกฤษ...

                                                                .

                                                                .

                                                                .

           บรรยากาศแบบนี้ทำให้คิดถึงเมืองไทยของเรา... บางแห่งที่บ้านเรือนและชีวิตริมคลองยังคงดูสวยงามเช่นในภาพข้างบนนี้... เราก็เลยได้ชื่อว่า เป็น "เวนิสแห่งตะวันออก" ที่เหลือก็ไม่ต้องพูดถึงกันแล้ว เราใช้ถนนเเทน  ใช้คลองทำหน้าที่ระบายน้ำเน่าเสียและสิ่งปฏิกูล...

              

          การมีมนุษย์เพิ่มขึ้นมากๆนี่ มีแต่ทำลายทุกอย่างไปอย่างรวดเร็ว  จากถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ก็กลับกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวไป  จากยิ้มสยามกลายเป็นยักษ์ผีเสื้อสมุทร.. เป็นโจรกันไป  เฮ้อ..ธัมโมสังโฆ... 

                                                                .

         

                                                               .

                                                                .

              

     (บน) บรรยากาศแบบนี้ละ ที่นักวาดภาพชอบกันนัก ... สีน้ำก็สวย สีน้ำมันก็ดี หรือจะเขียนเป็นลายเส้นดินสอหรือถ่านชาโคลก็สนุก...

           

      (บน) เรือ กอนโดลา... ชาวเวนิสเขาก็เอาใจนักท่องเที่ยวกันน่าดู เเต่งเนื้อแต่งตัวแบบโบราณ แจวเรือกอนโดล่า ร้องเพลง ซานตา ลูชีอา ขับกล่อมคู่หนุ่มสาวที่นั่งเคียงคู่กอดกันดูดดื่ม เสียงลั่นไปทั้งคลอง  ส่วนใหญ่จะเห็นเป็นชาวญี่ปุ่น.. เพราะตังค์เยอะ... ส่วนปัจจุบันคงเป็นอาตี๋อาหมวยชาวจีน เพราะยิ่งรวยกว่า... ทิปที่ละหลายๆแสนลี.. (เป็นหลายพันบาท)

            

              ประชาธิปไตยแบบชาติที่เจริญแล้ว เขาต่างกับเราก็ตรงที่ ต้องเคารพกฎเหล็กของเมืองกันอย่างเคร่งครัด ... ไม่ใช่อยากจะทำอะไรริมคลองก็ทำ ยึดทางเท้า... สร้างบ้านประหลาดๆ หรือตึกสูงบดบังผู้อื่น... แม้แต่เรือกอนโดลานี้ก็เห็นว่าถูกจำกัดจำนวนกัน  ไม่ใช่ใครอยากจะทำก็ทำได้  คงเป็นมรดกตกทอดมาแต่บรรพบุรุษเหมือนกับการเป็นสมาชิกสปอร์ตคลับในบ้านเรา... ที่ต้องกีดกันและจำกัดจำนวน เพื่อให้เกิดสันติสุขในกลุ่มชนที่มีอยู่มากมายเกินไป...

             บ้านเมืองในเวนิสนั้นสวยงดงาม ไม่มีสิ่งสร้างที่ประหลาดขัดหูขัดตา.. เป็นอย่างนั้นมาแต่โบราณ และยังคงเป็นไป..... ชาวเมืองก็ยังคงค้าขายกันแบบอนุรักษ์นิยม  เสน่ห์ของสิ่งเก่าๆเหล่านี้ขายนักท่องเที่ยวได้ดีเป็นกอบเป็นกำเรื่อยมา....

           บ้านผมที่หัวหิน.. เห็นมีคนทำบ้านช่องร้านค้าเลียนแบบของเก่าๆ อย่าง"เพลินวาน" ไม่น่าเชื่อว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขนาดนั้น ทุกวันนี้คนยังไปรุมกัน ออกันแน่นอยู่ที่นี่  เรียกว่าแน่นพอๆกับวัดพระแก้ว  คนไทยทั้งนั้น 

            ผมลองไปเที่ยวดูเหมือนกัน ... แต่บทสรุปก็ต้องบอกว่า ชอบของจริงมากกว่า... ซึ่งยังมีหลายแห่งที่ยังเป็นอยู่ และมีอยู่จริงในเมืองไทยของเรานี้... และเป็นบรรยากาศริมคลองแบบเมืองเวนิสนั้นด้วย

             มันสะท้อนว่า.... เรากำลังโหยหาชีวิตแบบนั้น เเบบเดิมๆที่เราเคยมีความสุขสงบ... และมันคือวิถีชีวิตของเราชาวไทย... ซึ่งกำลังจากเราไป ไม่มีหวนกลับคืน...   

อริยชน

         

..................................................................................................

.....สำหรับภาพชุดที่ผ่านมา (ครั้งที่1)

               

               http://www.oknation.net/blog/khunyaiting/2010/03/30/entry-1

....................................................................................................

ครั้งที่2

                      

                     http://www.oknation.net/blog/khunyaiting/2010/03/31/entry-2

ครั้งที่ 3

                             

                    http://www.oknation.net/blog/khunyaiting/2010/04/02/entry-1

โดย อริยชน

 

กลับไปที่ www.oknation.net