วันที่ ศุกร์ เมษายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรียนเมืองนอก เพื่ออะไร


คงเป็นความฝั่นใฝ่ของเด็กไทยหลายๆคน ที่จะได้มีโอกาสมาสัมผัสเมืองนอกสักครั้งในชีวิต  หากฝันนั้นเป็นจริงแล้วก็อยากจะขอนอนต่อเพื่อฝันต่อไปให้ได้มีโอกาสเรียนจบได้ปริญญาจากต่างประเทศกับเขาสักใบ     ฉันฝันและฝันฉันกำลังเป็นจริง  


มานึกย้อนกลับไปก็แอบภูมิใจในตัวเองเล็กๆ อยู่เหมือนกันว่าเด็กบ้านนอกคนหนึ่งจะได้มีโอกาสมาเรียนเมืองนอกถึงสองครั้งสองครา  กลับมาเรียนที่นอร์เวย์รอบนี้ฉันมาในฐานะนักศึกษาปริญญาโท  แถมมาด้วยทุนการศึกษา หาได้ใช้ทุนพก.(พ่อกูจ่าย) แต่อย่างใด แต่ประเด็นที่จะพูดวันนี้ไม่ใช่เรื่องเส้นทางการเป็นนักเรียนนอกแต่อย่างไร แต่อยากจะคุยเรื่องว่าเรามาเรียนเมืองนอกกันทำไม บังเิอิญมีโอกาสได้คุยกับรุ่นพี่ที่เคารพนับถือท่านหนึ่ง  พี่เขาเป็นนักเรียนนอก เรียนจบที่อเมริกาและทำงานตำแหน่งใหญ่โตในกรุงเทพ  พี่เขาเล่าให้ฟังว่าอยากจะย้ายกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัดเพราะกำลังเห่อลูกที่เพิ่งคลอดแล้วอยากมีเวลาอยู่กับลูกคนแรกมากๆ หน่อย  อยู่กรุงเทพกว่าจะกลับถึงบ้านลูกก็หลับไปแล้ว  แถมไม่อยากให้เด็กเติบโตท่ามกลางการแข่งขันอย่างดุเดือดในกรุงเทพ 


พี่แกบ่นเสียดายว่ากลับไปบ้านนอกคงไม่ได้ทำงานสายงานเดิม  เสียดายความรู้ที่ไปร่ำเรียนมาถึงเืมืองนอกเมืองนา  รายได้น้อยลงคงไม่ใ่ช่ประเด็นเพราะชีิวิตต่างจังหวัดนั้นค่าครองชีพต่ำกว่าเมืองหลวงบ้านเรามากนัก   ฉันฟังพี่แกก็เข้าใจดีและก็สนับสนุนให้พี่แกย้ายกลับบ้านต่างจังหวัด  เพราะคุณภาพชีิวิตดีกว่าไหนๆ  แต่บทสนทนาที่เกิดขึ้นกับพี่วันนี้กลับตั้งคำถามในใจว่า  พวกนักเรียนนอกหรือว่าทีนักเรียนนอกเคยคิดกันบ้างไหม ว่าเรามาเรียนกันไกลๆ  จากบ้าน จากครอบครัว เสียเงินเสียทองมากมายเพื่ออะไร  หลายคนตอบว่าเรามาเรียนเพื่อให้รู้หรืออาจจะเป็นคำตอบจากสถิติที่รู้ๆกันว่า เรียนเมืองนอกกลับไปหางานในเมืองไทยยังไงก็ได้งาน     แต่การตั้งเป้าหมายของการเรียนจบจากต่างประเทศเีพียงเืพื่อให้ได้หน้าและหางานง่ายขึ้นนั้น  ควรจะเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของนักเรียนนอกจริงๆ หรือ

คนไทยมาเรียนเมืองนอกหวังจะยกระดับทางสัมคมของตัวเอง  ใครเคยคิดไหมว่ามาเรียนแล้วเราได้มีโอกาสเรียนรู้สังคมอื่นๆ  จากเพื่อนร่วมห้องที่มาจากต่างชาติต่างภาษา  ฉันว่าเราเรียนรู้เรื่องนี้ดีกว่าไหม  เรียนแล้วสร้างสรรกว่า  เรียนแล้วหากไม่ได้ทำงานเราก็ยังบอกตัวเองได้ว่า  ใจเรากว้างขึ้น  เราไม่เกลียดกลุ่มมุสลิมว่าเป็นต้นเหตุโจรก่อการร้าย เพราะเราได้รู้จักได้นั่งพูดคุยกับเพื่อนมุสลิมในห้องเรียน   เรามีโอกาสมาเรียนเมืองนอกแล้วเราได้รู้ว่า  ไอที่ฝรั่งมันเรียกเราว่าประเทศกำลังพัฒนานั้น  มันแย่กว่าเราเสียอีก  ตั้งเป้าการมาเรียนเมืองนอกให้ไกลกว่าความรู้ทางการศึกษาดูน่าจะคุ้มทุนกว่าเป็นไหนๆ


เพื่อนนักเรียนชาวจีนที่เรียนด้วยกันหลายคน  กลับตั้งเป้าการมาเรียนค่อนข้างจะละม้ายคล้ายบ้านเรา  มาเรียนอย่างเดียว  นักเรียนจีนเรียนเก่งมาก  ไม่เข้าห้องเรียนก็ได้เกรดเอ  แต่ไม่เขาไม่ค่อยจะถนัดทำงานกลุ่ม ไม่เข้าร่วมสนทนาแสดงความคิดเห็น  เรียนมาจะครบปีแล้วเขายังรู้จักชื่อเพื่อนๆ ในห้องไม่ครบทุกคนเลย  (ห้องเรามีแค่ 45 คนเองนะ)

ฉันไม่ได้อวดเก่ง  แต่ฉันเป็นคนทำอะไรมีเป้าหมายเสมอ  ฉันมาเรียนเมืองนอกหวังสร้างnetwork  หวังจะได้มีเพื่อนที่รู้จักกันทั่วโลก เอารู้จักแบบว่าไปเยี่ยมบ้านเขาเมื่อไหร่ฉันไม่ต้องเช่าโรงแรมนอน  รู้จักให้ได้อย่างนั้นไปเลย ผลการเรียนในห้องเป็นอีกเรื่องที่ต้องประคับประคองให้อยู่ให้เกณฑ์ที่ดี  ฉันแค่คิดอยากฝากนักเรียนรุ่นน้องที่จะมาเรียนเมืองนอก  เรามาเรียนที่นี่เราต้องเอาอะไรติดมือ  อะไรที่ว่านั้นคืออะไรก็ได้ที่เมืองไทยไม่ได้  เมืองไทยให้ไม่ได้  อย่างมาเรียนเมืองนอกเขาพูดภาษาอังกฤษกัน  ฉันเรียนที่ออสโลก็ต้องพูดทั้งอังกฤษและนอเวย์  ฉันตั้งเป้าหมายแน่นอนก่อนกลับบ้านปีหน้า  ฉันต้องพูดและเขียนทั้งสองภาษานี้ใหคล่องให้ได้  อะไรที่เมืองไทยสอนไม่ได้เราต้องเอากลับไปให้หมด  เสียเงินเสียทองมาเยอะแยะ  มาเรียนแค่เอาเกรดเอกลับไป แต่แทบไม่รู้จักบ้านเืมือง ไม่รู้จักสังคม วัฒนธรรมเลย  อย่างนี้เราเรียนที่เมืองไทยก็ได้ จริงไหม  

 

โดย Oslo

 

กลับไปที่ www.oknation.net