วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประเทศไทยปี 2554


ณ สถานที่ไร้อิสรภาพ คุกบางเขน

คนเดือนตุลา 13 คน ได้ไปขออนุญาติเยี่ยม นักโทษคดีพิเศษโดยวิธีการตามปกติ
คุณวีระหมอเหวงอาจารย์ธิดา ดูผอมไปอย่างผิดหูผิดตา แค่เวลาไม่กี่เดือนผ่านมา
ตุ๊ดตู่ หุ่นดีขึ้นจากที่เคยอ้วนลงพุงด้วยอาหารน้ำดีจากต่างประเทศ ณัฐวุฒิหน้าตา
เหมือนโจ๊กไปทุกวัน ส่วนแกนนำแดงนับร้อยต้องทำงานหนัก รับใช้โทษกรรม ฯ
จากการคุยกัน ที่เริ่มทักทายฉันท์สหายจับไม้จับมือ คุยถึงอดีตที่เคยร่วมทุกข์สุข และ จบลงด้วย เพลง” ลาก่อนเพื่อนที่รักๆ…ลาก่อน.. จนกว่าจะได้พบกันอีก “

หลายคนมีสีหน้าแววตาสำนึกผิด แต่บางคน ด่ากราดด้วยอารมณ์โกรธพร้อมกับ
สำทับว่า ถูกอำมาตย์ใหญ่กลั่นแกล้งสั่งรัฐบาลกองทัพศาลเพื่อทำลายพวกไพร่ ฯลฯ
หากออกไป จะต่อสู้จนกว่าจะโค่นล้มระบบเก่า และสร้างรัฐไทยใหม่ขึ้นให้ได้
(แกนนำถูกลงโทษตามความผิดและการสารภาพ ตั้งแต่ 10-20 ปี ยกเว้นทักษิณ
ที่โดนตัดสินประหารชีวิต  แต่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษจากการสำนึกผิด ยอมรับว่า หน้ามืดตามัวจากความอาฆาตแค้นแม่เปรมและบุคคลที่เหนือกว่าที่ได้ข้อมูลเท็จว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโค่นล้มทำลายเขาและไปหลงเชื่อสามเกลอหมอเหวงธิดา ทั้งมีปัญหาสุขภาพด้วยโรคร้ายแรง ผมร่วงขาวโพนหน้าเหลืองซีด จึงเหลือโทษตลอดชีวิต ส่วนแกนนำอีกหลายคนกลับกล่าวหาทักษิณหลอกลวงและใช้พวกเขาเป็นเครื่องมือ)

ณ สถานที่มีอิสรภาพ ทั้งในสภาและนอกสภา

ตึกใหญ่หลายแห่งในเครือบริษัท ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ บ้านจันทร์ไร้ค่า เครือข่ายของอดีตรัฐมนตรีที่ร่วมโครตโกงในช่วงหกปีของระบอบทักษิณทุนสามานย์  ตึกอิมพีเรียลลาดพร้าว   สถานีโทรทัศน์วิทยุหนังสือพิมพ์ sms www
วิทยุชุมชนในต่างจังหวัด เชียงใหม่ อุดร และอีกหลายจังหวัด ฯลฯ
ทั้งหมดที่กล่าวมาถูกปิด จากคำสั่งของกระบวนการยุติธรรม  จากการกระทำที่ก่อความไม่สงบด้วยวิธีการรุนแรง การก่อวินาศกรรม การขัดขวางการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล การปลุกปั่นยุยง ด้วยข้อความเป็นเท็จ และละเมิดเสรีภาพของผู้อื่น ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชุมชนสังคมและประเทศชาติ

พรรคเพื่อไทย ได้ถูกยุบพรรค จากความผิดตามรัฐธรรมนูญ ม.68 ตามคำพิพากษา
ของศาลรัฐธรรมนูญ  สส.แตกสลายไปตามกรรมของแต่ละบุคคล ประมาณ 30 คน
ไปอยู่เป็นเพื่อนสามเกลอ   บางส่วนแยกไปร่วมกับพรรคการเมืองอื่นๆ บางส่วน
ไปรวมกันก่อตั้งพรรคใหม่(พรรคแดงเข็ดเด็ดขาด)หลายคนไปบวชด้วยความละอายใจ
คนเสือแดงแยกย้ายกลับไปยังภูมิลำเนา ได้ร่วมมือกับคนเสื้อเหลืองปฏิเสธเสื้อน้ำเงิน ทำมาหากินด้วยความขยันขันแข็งด้วยมีความคิดและตื่นตัวทางการเมือง   ต้องการจะยืนอยู่บนลำแข็งของตนเอง  ไม่เอานักเลือกตั้งที้เอาเงินมาแจกและนโยบายหลอกลวง ประชา ไม่เลือกพรรคการเมืองที่ไม่เป็นประชาอิปไตย

ชาวบ้านหันมาใส่เสื้อเหลืองแดง ร่วมมือกันสร้างประชาธิปไตยในชุมชน เลือกคนดีมีคุณธรรมมีความสามารถไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของตนในการบริหารปกครองท้องถิ่น ทั้งผู้ใหญ่บ้านกำนัน อบต.อบจ. เทศบาล ฯลฯ

เมื่อความคิดที่ถูกต้องปรากฏขึ้นในจิตใจของประชาชน  
การเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของชุมชนและสังคม เริ่มพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยมีการตั้งคณะกรรมการร่างฯ ประกอบด้วย นักวิชาการและผู้นำสังคมที่ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งตัวแทนกลุ่มอาชีพ ฯลฯ

หลักการที่สำคัญคือ

พรรคการเมืองเป็นประชาธิปไตย  
คุณสมบัติของผู้สมัคร (ต้องเป็นดีมีคุณธรรมมีความรู้ความสามารถ ไม่มีประวัติการคอร์รับชั่นโกงกิน และได้รับการยอมรับและรับรองจจากชุมชน ) ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ต้องมาลงทะเบียนใช้สิทธิ )
คณะกรรมการเลือกตั้ง (เป็นผู้มีประวัติที่ดี ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา)กติกาเข้มงวดเด็ดขาดเรื่องการใช้เงิน การหาเสียง
การลงประชามติจากประชาชนทั่วประเทศ ที่มีกระบวนการให้ความรู้และให้ข้อมูล ก่อนลงประชามติ
พรรคการเมืองมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพการตื่นตัวของประชาชน
พรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนมากขึ้น
รัฐบาลใหม่ประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์และพรรคการเมืองใหม่
พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคฝ่ายค้าน ร่วมกับพรรคเข็ดเด็ดขาด ฯลฯ

ที่มาของวันอันปิติยินดี
เมษาพฤษภา ที่ผ่านมา  สงครามชนชั้นครั้งสุดท้ายของกองทัพไพร่ ทักษิณบินเข้ามา
เป็นผู้นำบัญชาการรบ เพราะมั่นใจในชัยชนะ จากการสามารถระดมกำลังได้ร่วมแสน มีตำรวจแดง และกองทัพนอกแถวเข้าร่วม เข้ายึดทำเนียบรัฐสภาได้เป็นเวลา 13 วัน
แต่เมื่อประชาชนเรือนล้านได้ลุกขึ้นมาสู้ ร่วมกับรัฐบาลกองทัพข้าราชการและตำรวจ
เกิดการประจันหน้ากันครั้งใหญ่ มีการใช้กำลังสลายการชุมนุมอย่างนิ่มนวล ท่ามกลางนักข่าวน้อยใหญ่ทั้งไทยและเทศ  ทักษิณและแกนนำหนีทัพทิ้งมวลชน เหมือนครั้งที่เคยลาออกจากหัวหน้าพรรคพลังธรรม ในยามเลือกตั้ง

เสียงเพลงชาติไทยที่ดังก้องขึ้น  ทำให้คนเสื้อแดงเกิดกลับใจ ได้ปฏิบัติการที่ยิ่งใหญ่ รวมตัวไปจับหัวหน้าและแกนนำไพร่ เหตุการณ์จึงยุติลงอย่างปฏิหารย์

พระสยามเทวธิราช ถูกรบกวนบ่อยมาก  ได้กล่าววาทะที่มีคุณค่ายิ่งครั้งสุดท้าย
“หากเรายังอยู่ในโลกนี้ เราคงถูกรบกวนอ้อนวอนอย่างไม่มีที่สุด ซึ่งเราก็มิได้เบื่อหน่าย
แต่ผลเสียที่ยิ่งใหญ่  คือ พี่น้องประชาชนไทย จะขาดความคิดในการพึ่งพาตนเอง
ทำให้เป็นเด็กไม่รู้จักโต หากเราไม่อยู่แล้ว ประชาชนจะได้คิด สำนึกได้เอง “


 …ชัยวัฒน์  สุรวิชัย  1 เมษายน  2553 …..

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net