วันที่ จันทร์ เมษายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนีเรื่องร้อน ๆ ไปดำน้ำที่กระบี่...ดีกว่าาาา



by Yaowapan


                                                         ความสุนทรี...ที่กระบี่

 

การเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยศิลปากร

ทำให้เรารู้จักสีเขียวประเภทหนึ่ง

สีที่หลาย ๆ คนอาจจะไม่เคยได้ยิน

ซึ่งสีนี้เป็นสีประจำมหาวิทยาลัย

นั่นก็คือ  "สีเขียวเวอร์ริเดียน"


หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  สีเขียวของน้ำทะเลลึก

ซึ่งคุณจะไม่มีทางเข้าใจได้เลย ถ้าคุณไม่เคยเห็นน้ำทะเลลึกด้วยตาตนเอง

(เราก็ไม่เคยเห็นทะเลที่ลึกมาก ๆ )


ในเมืองไทย ถ้าพอจะมองหาสีนี้ได้บ้าง

ทะเลอันดามัน ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี

  

ทะเลในอันดามันที่เราโชคดีได้ไปคลายร้อนในหน้าร้อนนี้

คือ...ทะเลกระบี่


การเที่ยวทะเลในหมู่เกาะกระบี่

หลาย ๆ คนอาจจะตั้งความหวังว่าต้องไปที่เกาะพีพีเท่านั้น

แต่ความเป็นจริงมีอีกหลายเกาะทีเดียว

ที่ สวย...งาม...ธรรมชาติยังไม่โดนทำลาย

ซึ่งเราสามารถเสพธรรมชาติได้มากกว่า  90%





ที่แรกที่ไปคือ  อ่าวนาง  หรือเปล่าไม่รู้ หรือไม่ใช่  ฮาๆ ลืม(_ _)"


 

เยาวพรรณ  &  กันต์กมล


 


ที่นี่...สวย   สงบ

มีแม่ค้ามาขายของประมาณสี่ห้าร้าน

ของที่ขายก็เป็นน้ำ  ข้าวโพดปิ้ง

สัปปะรด และขนมปัง  นอกจากนี้ก็จะมีนวดแผนไทยตามชายหาดบ้าง





แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเลย

มีแต่ฝรั่งนอนอาบแดดอย่างสงบ

แม่ค้าบอกว่า...ฝรั่งมากันเป็นร้อย  หาดก็ยังเงียบ

แต่ถ้ามีทัวร์คนไทยมา  แค่ 2-3 คน หาดก็ดังโหวกเหวกได้  ฮาๆ 


ที่ต่อมาคือ...


เกาะไก่  ดูแว๊บเดียวก็จะเห็นว่าลักษณะเหมือนไก่เลย

ที่นี่ไม่มีหาดทราย  แต่นักท่องเที่ยวมักจะจอดเรือ

และกระโดดลงไปดำน้ำเล่น



 


เสน่ห์ของที่นี่ก็คือ  ...  ปลาเสือ

เวลาเราลงไปดำน้ำ  ก็จะมีปลาเสือเป็นร้อย ๆ ตัวมารุมตอด 

ทำให้ตัวเองรู้สึกป๊อบปูล่าขึ้นมาทันที

 

 

 


 


กล้องถ่ายใต้น้ำ  ถ่ายดี แต่คนถ่าย ไม่โอเคอย่างแรง

 


ที่ต่อมา  คือ  เกาะปอดะ




ที่นี่เป็นเกาะที่น่าหลงใหลอีกที่หนึ่งก็ว่าได้

ถ้าจะเปรียบความสวยของหาดทรายเป็นอะไรสักอย่าง

ก็คงจะเปรียบได้กับ สาวญี่ปุ่น ล่ะมั้ง เพราะขาวพอ ๆ กัน

 

 


 


 


ที่นี่ปลาเสือเยอะว่าเกาะไก่อีกละมั้ง

แล้วก็สนิทกับคนมากกว่าด้วย



อยู่ในทะเลมาครึ่งวัน

มีความรู้สึกว่าปวดฉี่มากกกกก

ลูกศิษย์ยุให้ฉี่ใส่ทะเล  เด็ก ๆ บอกว่าใคร ๆ ก็ทำกัน

เราไม่เชื่อ... แต่มันบอกให้สังเกตได้เลย

ถ้าใครเดินไปเล่นน้ำห่างผู้คนสักหน่อย

นั่นแหล่ะ...เค้าเดินไปเยี่ยวแน่ ๆ  ฮา ๆ

แถมมันยังท้าอีกว่า ใครที่บอกว่าตัวเองไม่เคยฉี่ใส่ทะเล  น้ำตก  และห้องอาบน้ำเวลาอาบน้ำ  ...คนนั้น โกหก  แน่นอน)


 



แต่...

ถึงลูกศิษย์จะพูดถูก และแม้จะปวดฉี่มาก

แต่ความรู้สึกบางอย่างก็ต่อต้านกันเหลือเกิน

เรารู้สึกว่า...แค่รู้สึกว่า

มิบังอาจที่จะเอาฉี่อันประกอบด้วยยูเรียของเรา

ไปทำร้ายความใสของน้ำทะเลเลย

เราเลยตัดสินใจอดทนอดกลั้นฉี่ไว้  รวม ๆ ทั้งวันก็ประมาณ  9  ชั่วโมง


มันอาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในทางการแพทย์

แต่ในความคิดและความรับผิดชอบของคณะกรรมการอนุรักษ์

ธรรมชาติของโรงเรียนสตรีพัทลุงอย่างเรา

ก็ทำให้คิดได้ว่า  มันน่าจะดีที่สุดแล้วล่ะ




ที่ต่อไป  ที่สุดท้ายของการทัวร์กระบี่ครั้งนี้  คือ

ทะเลแหวก  อันโด่งดัง

 


 


เราไปถึงทะเลแหวกตอน  บ่าย 3 

น้ำทะเลยังเต็มทะเล

แต่ก็พอจะมองเห็นได้ว่าข้างใต้ทะเลมีหาดทรายอยู่เป็นทาง



 

 


แต่พอเวลาผ่านไป  30  นาที

ธรรมชาติก็เริ่มทำหน้าที่ของมันได้อย่างน่าพิศวง

ลึกลับ  รวดเร็ว  และ...สวยงาม

ระดับน้ำทะเลเริ่มลดตัวลงทั้งสองฝั่ง (จากสันทรายที่นูนขึ้น)

น้ำทะเลแยกออกจากกันทีละนิด ๆ  จนดูเหมือนทะเลโดนแหวกออกเป็นสองฝั่ง


ทำให้นึกถึงวรรณดคพื้นบ้านเรื่อง  ไกรทอง

ที่พระเอกสามารถแหวกน้ำทะเลออก

เพื่อจะไปช่วยตะเภาแก้ว  และตะเภาทองได้

 


เวลาผ่านไปอีก 15 นาที

น้ำทะเลก็แหวกออกจากกันสนิท

จนนักท่องเที่ยวสามารถเดินไปมาระหว่างเกาะ 3 เกาะได้



พอเที่ยวทะเลแหวกเสร็จประมาณบ่าย 4 โมง

จะขึ้นเรือกลับก็ปรากฏว่า

ท้องเรือติดกับหินโสโครกใต้ทะเล

และเนื่องจากน้ำลด  ทำให้เรือขยับตัวไม่ได้อีกต่างหาก

เราและชาวคณะเลยต้องนั่งรอบนเรือจนกว่าน้ำจะขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

เรือถึงจะสามารถหันหัวเรือกลับ และออกมาจากหินโสโครกได้



เราตกลงกันว่าไม่อยากจะรอเพราะมันเริ่มมืดแล้ว

ก็จะลงไปเข็นเรือกันเอง


แต่พอลงไป  หอยเม่นที่รอจะสวัสดีเท้าของพวกเราอยู่แล้ว

ก็ทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์

คนที่ลงไปคนแรก  โดนหอยเม้นเสียบ  ทำแผลกันแทบไม่ทัน

พวกเราก็เลยต้องรอน้ำขึ้นอยู่ประมาณ  4  ชม. เต็ม ๆ 


ในโลกนี้มนุษย์สามารถคิดค้นและทำอะไรได้หลายอย่าง

เพื่อเอาชนะความต้องการของตนเอง

แต่สิ่งหนึ่ง...ที่มนุษย์ไม่มีทางที่จะชนะได้เลย 

นั่นก็คือ...ธรรมชาติ


**สรุปทริปนี้ได้ออกจากทะเลแหวกประมาณ ทุ่มนึง  เกินกำหนดการไป 2 ชม.**

 

 



   


 

 

  การท่องเที่ยวในครั้งนี้ ได้ข้อคิดว่า


โลกใบนี้มีความสมดุลอยู่ทุกอย่าง 

ความมืด ความสว่าง

ความสูง ความเตี้ย

สสาร ปฏิสสาร

ความยุติธรรม ความอยุติธรรม

แม้แต่ธรรมชาติ

ก็ให้ทั้งความสุข และความทุกข์แก่มนุษย์

ได้อย่างสมดุล



เยาวพรรณ  พาเพลิน

 

 

 

 

โดย Yaowapan

 

กลับไปที่ www.oknation.net