วันที่ จันทร์ เมษายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เหตุเกิดที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ..ป๋ายักษ์ อนุสาวรีย์ชัยฯ


หลายคนที่เป็นสาวกก๋วยเตี๋ยวเรือ คงรู้จักร้านก๋วยเตี๋ยวเรือป๋ายักษ์ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เป็นอย่างดี เป็นร้านที่มีเอลักษณ์เฉพาะตัว ผมเองเคยไปทานที่นั่นอยู่หลายครั้งเหมือนกัน...

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมได้มีนัดพบแพทย์เพื่อตรวจครรภ์ (ไม่ใช่ของผมนะครับ) ของภรรยา ซึ่งตอนนี้ก็เจ็ดเดือนครึ่งเข้าไปแล้ว หลังจากตรวจเสร็จก็ตั้งใจว่าจะไปทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าประจำที่ซอยลือชา (พหลโยธิน ซอย 1) ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับโรงพยาบาล ด้วยสภาพที่ฝนแรกของปีนี้ตกลงมาในกรุงเทพ ทำให้ทางเดินเฉอะแฉะไปหมด และด้วยสภาพของคนท้องทำให้เหมือนกับผมเดินจูงนกเพนกวินไปตามฟุตบาท....

พอเดินไปได้หน่อยนกเพนกวินก็บอกว่า อยากกินก๋วยเตี๋ยวเรือมากกว่า "ไม่ดูสภาพตัวเอง" (ผมนึกในใจ) ก่อนที่จะตัดสินใจจูงเดินไปตามฟุตบาทเฉอะแฉะที่ไม่ผ่านทั้ง Safety และ ISO โขยกเขยกๆ ฝ่าดงรถตู้ วินมอไซด์ ขึ้นสะพานลอยไปจนถึงอนุสาวรีย์ด้วยความอดทน และยากลำบาก

ช่วงสงกรานต์ ร้านปิดทุกร้าน...ซวยละตรู..ท่าทางจะเหนื่อยฟรี???? แต่พอมองไปสุดทางก็เห็นแสงสว่างจากปลายอุโมงค์....

ร้านป๋ายักษ์เปิดวุ้ย...โชคดีแล้วเรา ว่าแล้วผมก็เดินนำหน้าเข้าร้านปล่อยให้นกเพนกวินตัวอ้วน เดินโขยกเขยก ตามไปติดติด

ช่วงสงกรานต์ ที่ทุกร้านปิดทำให้ร้านป๋ายักษ์ แน่นไปด้วยแฟนๆ โต๊ะจึงเต็มทุกโต๊ะ บางโต๊ะต้องนั่งรวมกันกับคนอื่น แต่คนไทยก็ยินดีและมีน้ำใจเสมอ...

เริ่มต้นด้วยคนละสี่ก่อน และเป๊ปซี่ น้ำแข็ง ช่างเข้ากั๊นเข้ากัน...จิงจิง..

ต่ออีกคนละสอง...

และก็อีกคนละสอง....ชุดสุดท้ายนี้ผมเริ่มอิ่ม ส่วนเจ้านกเพนกวินกินช้า เครื่องจึงเพิ่งเริ่มติดและเริ่มเมามันกับการเทชามโน้น รวมชามนี้ ปากก็เคี๊ยวหงับๆๆ ไม่พูดไม่จา.....

เฮ้ย..ไฟไหม้..ไปดูหน่อยซิ ใครคนนึงในร้านพูดขึ้นมา แล้วเด็กในร้านคนนึงก็ออกไปดู

คนแน่นร้านมันยังออกไปดูไฟไหม้อีก...ผมคิดในใจ คนไทยก็นิสัยยังงี้แหละ ชอบสนใจของความหายนะชาวบ้าน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก สนใจลูกชิ้นมากกว่า คนในร้านทุกคนส่วนใหญ่ก็เหมือนกัน นั่งโซ้ย...กันต่ออย่างเมามัน โดยเฉพาะไอ้นกเพนกวินที่นั่งอยู่ตรงหน้าผม

เด็กนอกร้านเริ่มวิ่ง มีเสียงโวยวายบ้าง แต่ทุกคนในร้านเริ่มค้าง ใครคีบอะไรอยู่ก็คีบคาอยู่อย่างนั้น เงียบ!!! ในร้านไม่มีใครพูดอะไร มีแต่เสียงทีวี กับเสียงแอร์ดังหึ่งๆ ทุกคนในร้านเริ่มสบตากัน ขณะที่พนักงานนอกร้าน เริ่มวิ่งกันวุ่นวายมากขึ้น..แล้วไอ้คนเดิมมันก็บ่น..ว่า "กูบอกแล้วว่าไฟไหม้..ไม่เชื่อ"

ผมคิดในใจแล้วทำไมต้องเชื่อและสนใจมันด้วย งานมีให้ทำต้องเยอะ แต่ยังไม่ทันจะคิดอะไรต่อ.......ก็..

ใครคนนึง...(เด็กเสริฟ) วิ่งเข้ามาในร้านแล้วพูดอะไรไม่รู้สั้นๆ ดังๆ (จริงๆ ถ้าเข้าอบรมหลักสูตร Communication Skills ที่ผมสอน มันน่าจะดีกว่านี้...แต่...มันไม่ใช่ก็เลย.....) และสิ้นสุดคำพูด อุปทานหมู่ก็เริ่มเกิดขึ้น ทุกคนลุกขึ้นพร้อมกัน ตะเกียบกระจาย.. ไม่รู้ใครออกตัวก่อน ออกตัวหลังถึงขนาดต้องใช้กล้องถ่ายตัดสิน รวมถึงผมและเจ้านกเพนกวินที่โดนเบียดจนหมุนติ้วๆๆด้วย หลังจากนั้นประตูก็แคบ...แคบ...แคบ....และก็แคบมาก...มากจริงๆ..

วางระเบิด  ม๊อบบุก แก๊สระเบิด ไฟไหม้ อะไรก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ วิ่งไว้ก่อน คนละทางสองทาง ได้ยินแต่เสียงโหวกเหวกโวยวาย ออกเร็วๆ อย่าขวางทาง หุบร่ม เก็บร้าน เดี๋ยวดับเพลิงเข้าไม่ได้ เสียงเหล่านี้ดังอยู่ตลอดเวลา และเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเพนกวินวิ่งหางจุกตู..ด.....เกี๊ยวกรอบยังคาปากอยู่..

มารู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่บนสะพานลอยเรียบร้อยแล้ว...ผู้ร่วมอุดมการณ์ไม่รู้หายไปไหนกันหมด วิ่งไปคนละทางสองทาง ผมมายืนหอบแฮ่กๆ อยู่บนสะพานลอยมองดูไฟไหม้ร้านก๋วยเตี๋ยวป๋ายักษ์ และความสามัคคีของเด็กในร้านที่ใช้กระป๋องตักน้ำดับไฟที่กำลังไหม้ร้านตัวเองอย่างสุดชีวิต

และแล้ว...ไฟ...ก็แพ้ความสามัคคี การกินฟรีถือเป็นลาภปาก..555... เห็นคนในร้านยังวิ่งวุ่นอยู่ก็คิดว่าจะไปใช้หนี้วันหลังละกัน ...อิอิ

ที่เขียนมาเล่าให้ฟังก็อยากบอกว่าความสามัคคีทำให้เรารอดพ้นหายนะทุกอย่างไปได้ และก็อยากให้ทุกท่านที่อ่านช่วยแวะไปกินกันหน่อยครับ ถือว่าช่วยผมจ่ายดอกเบี้ย ส่วนค่าก๋วยเตี๋ยววันหลังผมจะแวะไปจ่ายเอง ไม่ต้องจ่ายให้ผมนะครับ...55

ระหว่างที่ยืนหอบอยู่ ผมได้ยินเสียงนกเพนกวินครางอ่อยๆ "อดเลย...เสียดายจังยังไม่อิ่มเลยกำลังมันส์เชียว"

เฮ้อ!!..................

โดย อาจารย์เศก

 

กลับไปที่ www.oknation.net