วันที่ เสาร์ เมษายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สุนทรียสนทนา...ของฝากรอบดึกสำหรับ HR (ตอนที่ 1)


          วันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมาผมกับเพื่อนๆ รวมหนึ่งโหล หนีร้อนและความวุ่นวายของกรุงเทพฯ ไปดำน้ำที่ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างอยู่นอกประเทศได้บริกรรมในใจว่า อย่าปิดสนามบินหนอ.. อย่าปิดสนามบินหนอ...

ไปทริปนี้นอกจากได้พักผ่อนดำน้ำชมความงามของโลกใต้ทะเลแล้ว ตอนกลางคืนยังได้วิทยาทานจากเพื่อนรุ่นน้องที่มาล้อมวง สุนทรียสนทนา (Dialogue) ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานให้ฟัง

ไหนๆ ผมพาไปดูโลกใต้ทะเลที่ Anilao ประเทศฟิลิปปินส์มาแล้วตั้ง 6 ตอนก่อนหน้านี้ ทนอ่านเรื่องเล่าจาก Anilao อีกสักหนึ่งเอ็นทรี ผู้อ่านที่น่ารักทุกคนคงทำใจได้ใช่มั๊ยครับ

คืนวันสุดท้ายที่รีสอร์ท หลังอาหารมื้อค่ำเมื่อเม้าท์กระจายเสร็จแล้ว หลายคนเริ่มออกอาการตาหวาน หาวหวอดๆ อาการเหมือนคนติดกาว ทะยอยเดินกลับเข้าห้องพักทีละคู่ (ทีละคี่ก็มีนะครับ) เหลือที่ยังยืนระยะเข้าสู่รอบดึกกันแค่ 4 คนคือน้องพลอย น้องกอล์ฟฟี่ น้องเม่น และผม  

วงสุนทรียสนทนานั้น ต้องมีกระบวนกร (Facilitator) คอยชงและเช็ดให้ทุกคน open mind อย่างสร้างสรรค์ คืนนั้นกระบวนกรของเราเป็นชาวฟิลิปปินส์และชาวฝรั่งเศส (ไว้เฉลยตอนจบนะครับว่าเขาเป็นใคร) ยิ่งดึกกระบวนกรของเรายิ่งเร่งรอบทำให้ dialogue ครั้งนี้มีอรรถสุนทรีย์มากขึ้น

          หลังจากโหมโรงมาตั้งแต่หลังมื้อเย็น กอล์ฟฟี่ หนุ่มอารมณ์ดีเจ้าของกิจการจำหน่ายอุปกรณ์วิศวกรรมก็ Open mind เล่าความในใจเรื่องบริหารจัดการ ‘คน’ ให้ฟัง

“พี่อู๊ดรู้มั๊ยตอนผมจบใหม่ๆ เป็น sales engineer ลูกจ้างบริษัท ขยันทำงานโคตร วิ่งขายปั๊ม ขายวาล์ว ขายprocess control instrument แถวมาบตาพุด ทำยอดจนเป้าปรุ มีความหวังว่าเราจะโตไปพร้อมกับบริษัท แต่นายใหญ่ทำให้ผมต้องคิดใหม่ ผมกับพวกพี่คนอื่นทำยอดได้มากแค่ไหน พอสิ้นปีก็ได้ค่าตอบแทนเท่าเดิม ทั้งที่การทำธุรกิจลักษณะ agent แบบนี้มีค่าใช้จ่าย SGA1 แทบจะคงที่เลยนะพี่”

กอล์ฟฟี่ผ่อนลมหายใจ ยกกระบวนกรขึ้นกระดกแล้วเล่าต่อ

“ขายได้เยอะ เจ้านายใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทแกก็เอาเงินไปลงทุนแตกไลน์บิซิเนสอื่น พอดีปี 40 ฟองสบู่แต่เปรี้ยง เงินบริษัทชักหน้าไม่ถึงหลัง เราก็พลอยซวยไปด้วย คิดดูถี่ถ้วนแล้ว effort ที่เราใส่เข้าไปให้กับบริษัทมันไร้ประโยชน์ อยู่กับผู้นำที่ mismanage แบบนี้เราคงเจริญก้าวหน้ายากแน่ ลูกพี่เลยชวนลาออกมาเปิดบริษัทตัวแทนเองเลยดีกว่า เราก็รู้จักลูกค้าดีอยู่แล้ว รู้จักโปรดักส์ดีกว่าใคร ขายและ support เราก็ทำเองอยู่แล้ว...why not เป็นลูกจ้างเขาทำไม la”

“ตั้งแต่ออกมาหุ้นกับพวกรุ่นพี่เปิดบริษัทเป็นเจ้าของกิจการเอง เราคิดอยากเดียวว่า ‘อย่าทำกับคนอื่นแบบที่เราไม่อยากให้คนอื่นทำเรา’ ตอนนี้บริษัทผมมีพนักงาน 15 คน นี่นับพวกผมที่เป็นหุ้นส่วนแล้วนะ เราไม่อยากให้มีคนมากไปกว่านี้แล้ว อยากให้คนเข้ามาทำงานกับพวกผมแล้วแฮปปี้มาเป็นพี่ๆ น้องๆ กันอยากมาทำงานทุกวัน พวกผมหุ้นส่วน 4 คนมาพิจารณาสิ่งที่เราประสบมาในอดีต นำมาปรับปรุงพัฒนาให้บริษัทเราแหล่มแบบ small but beautiful”

“งานขายแบบนี้ sales incentive ใครก็อยากได้ แล้วกอล์ฟฟี่กับลูกพี่จัดการเรื่องนี้ไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยยังไงอะครับ” ผมถามด้วยความสงสัย น้องพลอย และน้องเม่นก็คงอยากรู้เหมือนกัน

“เราเลยต้องการแค่ ‘ครอบครัว’ ขนาดเล็กไงพี่ มากคนมากความ เป็นเอเย่นตัวแทนสินค้าอย่างเรา แก่นหลักของบริษัทคืองานขาย headcount จึงเป็นเซลเกือบทั้งหมด มี logistics support กะ office admin ไม่กี่คนเป็น support function มากกว่า ที่เหลือนอกนั้นเรา outsource หมด เงินเดือนพนักงานผมให้ไม่ขี้เหร่กว่าตลาดนะ แต่ทุกคนต้อง active ทำงานของตัวเองและต้องช่วยเหลือคนอื่นด้วย เราถือว่าทีมเป็นเรื่องสำคัญ นี่คือบริษัท ไม่ใช่ one-man game ต้องทำเป็นทีม”

“เซลของผมไม่ได้ commission นะพี่ ไม่งั้นต่างคนต่างแย่งจำทำแต่โปรเจคใหญ่ งานจิ๊บๆ ไม่อยากดูแล commission ไม่ได้ส่งเสริมบรรยากาศของทีมเลย ที่ว่าใครขายได้มากควรได้ค่าคอมฯมาก ขายน้อยได้ค่าคอมฯน้อย มันฟังดูแฟร์ดี แต่ก็ไม่จริงเสียทีเดียวนะ เพราะแค่พื้นที่รับผิดชอบหรือ sector ที่ได้รับมอบหมายต่างกัน sale effort ที่ใช้ก็ต่างกันริบแล้ว ใครได้ของขมไปต่อให้ขยันยังไง ลูกค้าแฮปปี้แค่ไหน ยอดขายก็เท่านั้น ผิดกับคนที่ได้พื้นที่ชิ้นเนื้อแดงไป ไม่ต้องออกแรงมากก็ได้ออร์เดอร์เพียบเพราะ demand มันต่างกันเยอะครับ” 

กอล์ฟฟี่ส่งซิกให้พนักงานรีสอร์ทนำ ‘กระบวนกร’ มาเพิ่มแล้วเล่าต่อ

“ผมให้เป็นโบนัสแทนครับ ไม่ต้องรอถึงสิ้นปี ผมจ่ายทุก 6 เดือนเลย คนทำงานจะได้มีกำลังใจ หุ้นส่วนผู้บริหาร 4 คนจะมานั่งโต๊ะกลมพิจารณาทีละคนเลยว่าใครเป็นยังไง นอกจากจะเก่งเดี่ยว แล้วต้องมีน้ำใจในการทำงานกับคนอื่นและ contribute ให้องค์กรด้วยถึงให้โบนัสเยอะ น้องที่เพิ่งจบมาบางคนขายไม่ได้ แต่ขยันวิ่งเข้าหางาน support ลูกค้าดี แต่ว่ายังยิงไม่ตรงกรอบหรือดีลมันยังไม่ bear fruit ผมก็ให้โบนัสนะ มันต้อง recognize เด็กนะ ผมก็เคยเป็นน้องใหม่มาก่อน จำได้เลยตอนคนอื่นขายได้ แต่ของเราเป้าสะอาด มันรู้สึกแย่จริงๆ พอมาเป็นเจ้านายคนผมถึงเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้นว่า tactic และประสบการณ์การทำงานมันต้องใช้เวลาบ่มบ้าง ดังนั้นถ้าใครขยันเราต้อง reward และ cheer up เขาทันทีเพื่อไม่ให้เขาสูญเสียโมเมนตัมของความพยายามไป”

ผมรู้สึกขอบคุณรุ่นน้องที่อายุน้อยกว่าเกือบ 10 ปีคนนี้ที่เล่าเรื่องราวส่วนตัวเป็นวิทยาทานให้เราฟังอย่างเปิดเผย และรู้สึกทึ่งในความเหนือชั้นที่เขาสามารถเปลี่ยนประสบการณ์ของมุมที่เคยเป็นลูกจ้างเป็น lesson learned แล้วตกตะกอนเป็นปรัชญาสำหรับบทบาทใหม่ในฐานะเจ้าของกิจการและนายจ้างได้อย่างลงตัว

 “แล้วพวกลูกน้องพี่กอล์ฟหละ มาจากที่เดิมหมดรึปล่าว หรือหาใหม่” ถึงคราวน้องพลอย ลูกสาว เจ้าของกิจการเทรดดิ้งส่งออกสินค้าถามบ้าง

กอล์ฟฟี่เติมผู้ช่วยกระบวนกร 2 ก้อนในของเหลวสีทองฟองปุยนุ่ม ก่อนเติมให้เม่นด้วย น้องเม่นจบวิศวกรเครื่องกลจากแดนปลาดิบ ปัจจุบันเป็นผู้จัดการโรงงานญี่ปุ่นในย่านบางพลี  

กอล์ฟฟี่กดปุ่ม ‘pause’

“ไปกรวดน้ำแป๊บนึง เดี๋ยวมานะครับ” 

ปล่อยให้เรา 3 คนอารมณ์ค้างซะนี่ -_-“

....

งั้นผมขอไปกรวดน้ำบ้างดีกว่า

เดี๋ยวกลับมาเจอกันตอนหน้าครับ

1 – SGA Expenses หรือ Selling, General, and Administration Expenses คือค่าใช้จ่ายด้านการขาย การบริหารและการจัดการทั่วไปขององค์กร ได้แก่เงินเดือน โบนัส ค่าคอมมิชชั่น ค่าเดินทางที่พัก เลี้ยงรับรองแขก ค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

 

 

โดย SutinTan

 

กลับไปที่ www.oknation.net