วันที่ อาทิตย์ เมษายน 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทวิตเตอร์ของเด็กคนหนึ่ง และบทสัมภาษณ์ของนักวิจารณ์คนหนึ่ง เราเศร้าเลย


วันนี้ได้ข่าวข้อความที่เด็กคนหนึ่งฝากไว้ในทวิตเตอร์

"มนุษย์เผ่าพันธุ์กรุงเทพฯเป็นมนุษย์ที่อยู่ในจำพวกมนุษย์ 6 จำพวกของประเทศสาระขันฑ์"

"ปลูกข้าวไม่ได้ หาปลาไม่เป็น ที่เก่งที่สุด คือดูถูกมนุษย์เผ่าพันธุ์อื่น คิดว่าเค้าโง่ เค้าควาย ฯ"

คิดว่าตัวเองคงโง่เกินไปที่จะเข้าใจได้ว่าประโยคแรกหมายถึงอะไร
พอมาประโยคต่อมาก็ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกเกลียด
ถูกเกลียดที่เกิดเป็นคนกรุงเทพฯ
และไม่มีปัญญาจะมีที่นาเป็นของตัวเอง

ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าครอบครัวนี้กำลังเล่นเกมเสี้ยมให้คนไทยเกลียดกัน
สร้างความคิดเรื่องพวกเขาพวกเราเรื่องจังหวัด เรื่องชนชั้น ขึ้นมา
เพื่อให้คนไทยลุกขึ้นมาเกลียดชังกัน
ทั้งๆ ที่เรื่องเหล่านี้มันไม่เคยเป็นประเด็นที่รุนแรงมาก่อนในสังคมไทย
เพราะมันถูกเจือจางลงด้วยอัธยาศัยเอื้อเฟื้อ มีน้ำใจของคนไทย "ส่วนใหญ่"
และเสริมความแข็งแกร่งของวัฒนธรรมนี้ด้วยความรักในในหลวงองค์เดียวกัน

น่าเสียดาย คนเพียงหยิบมือเดียวกำลังทำลายสายใยนี้ วัฒนธรรมเหล่านี้
ให้พังทลายลงไปอย่างราบคาบ ราวกับว่าประเทศเราไม่เคยมีมาก่อน
สิ่งที่เคยดำรงอยู่อย่างเข้มแข็งเป็นที่ภูมิใจอวดสายตาชาวโลกได้
ก็กลับถูกไดโนเสาร์เห็นแก่ตัวบางพวกทำลายอย่างไม่เห็นแก่หัวใจคนไทยอีกนับล้าน

ใจร้าย... ใจร้ายที่สุด

ทำไมหนอ เราต้องยอมเกลียดชังกันเพื่อให้คนเห็นแก่ตัวพวกนี้ได้ในสิ่งต้องการด้วย
คำพูดของเด็กคนนี้ชัดเจนเหลือเกินว่าเขาต้องการให้เราเกลียดกัน
คนไทยกำลังโง่อยู่หรือเปล่าที่ยอมลงทุนเกลียดชังกันเอง
ยอมละทิ้งสิ่งที่ประเทศอื่นๆ ล้วนเห็นว่าเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้เขาอยากมาสัมผัส

ประเทศไทยในวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ถ้าคนไทยเกลียดกัน
ประเทศนี้คงไม่น่าอยู่อีกต่อไป

คิดแล้วเศร้า

....

เมื่อวานนี้ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของนักเขียนนักวิจารณ์คนหนึ่งในอะเดย์บูเลติน
เพิ่งรู้ว่าบ้านเรามันมีรอยแยกที่ลึกและรุนแรงขนาดนี้
ทำไมเราไม่เคยรู้ ทำไมเราไม่เคยคิดมาก่อน
ที่เข้าใจมาตลอดว่าเมืองไทยนี้น่าอยู่ คนไทยนี้รักกัน
มันไม่ได้เป็นความจริงเลยใช่ไหม ที่ผ่านมา เราไม่ได้รักเลยอย่างนั้นใช่ไหม
มันรู้สึกโดดเดี่ยวบอกไม่ถูก เหมือนบ้านที่เราเคยรักมันตบหน้าเรา
เหมือนพี่น้องที่เราเคยยิ้มให้ ลึกๆ แล้ว เขามองเราเป็นศัตรูมาตลอด
แล้วมันก็เกิดความรู้สึกว่า...

คิดว่าชนชั้นกลางมีทางเลือกมากกว่าเหรอ 
มีความสุขมากกว่าเหรอ 
เราต่างมีปัญหาของตัวเอง 
เราต่างมีข้อจำกัดกันคนละอย่าง 
เราต่างมีความจนของตัวเองทั้งนั้น 
เราอาจมีโอกาสต่างกัน แต่ไม่ใช่ใครโอกาสมากกว่าใคร 
มันอยู่ที่ว่าเราจะจัดการตัวเรา
ให้มีชีวิตอยู่กับโอกาสและข้อจำกัดของเรานั่นได้ยังไงมากกว่า

เพราะฉะนั้น ชนชั้นไม่มีจริง ถึงใครจะอยากทำให้มันมีก็ตาม 
มีคนลำบากกว่าก็จริง แต่คนที่เขาลำบากกว่าเรา 
เขาก็ได้เปรียบมากกว่าเราในบางแง่มุม 
เปิดใจมองบ้าง อย่ามองแต่ตัวเอง 
แล้วบอกว่ากูมีปัญหาๆๆๆๆๆ 
คนกลุ่มนี้เขามีปัญหาๆๆๆๆๆๆ 
คนทุกคนมันมีปัญหากันทั้งนั้น 
อย่าพยายามกดตัวเองให้ต่ำเพื่อหาความชอบธรรมใส่ตัว 
เราทุกคน "เท่ากัน" 
เพราะต่างก็กระเสือกกระสนอยู่กับการพยายามดำรงชีวิตทั้งนั้น 
ตามแต่วิธีการ จังหวะ โอกาส และข้อจำกัด

เมื่อวานนี้เขียนประโยคข้างบนนั่นใส่เฟสบุ๊คแบบรวดเดียวจบ

....


พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
เมืองไทยจะเป็นอย่างไร
เศร้าใจจริงๆ ค่ะ

ป.ล. สำหรับเด็กคนนั้นคงไม่ต้องบอกว่าเป็นใคร

ส่วนนักวิจารณ์คนนั้น ลองอ่านดูแล้วกันนะคะ http://www.daypoets.com/adb/?tag=a-day-bulletin-issue-92

โดย เสี้ยว

 

กลับไปที่ www.oknation.net