วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทางเดินสายน้ำค้าง


น้ำค้างที่ตกต้องใบไม้บวกกับอากาศเย็นยามอรุณรุ่ง เธอกระชับเสื้อกันหนาวตัวใหญ่สีน้ำตาลคล้ำแต่ซีดหมองตัวนั้นอย่างเผลอไผล กริยาที่กอดอกเหมือนกระชับอารมณ์ให้มั่นคงช่างเป็นอาการน้อยครั้งนักที่เธอจะทำ ไม่มีใครได้เห็นผู้หญิงคนนี้เหม่อลอย ครุ่นคิด หรือปล่อยอารมณ์ให้ไหลเลื่อนไปกับบรรยากาศสักเท่าไหร่นัก

เธอเป็นคนที่เก็บความรู้สึกเอาไว้ข้างในได้ได้อย่างมิดเม้มกระนั้นหรือ

เปล่าเลย เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันต่างหาก

แววตากล้าแกร่ง มีพลังลึกลับ เหมือนจะอ่านคนอื่นได้อย่างทะลุทะลวง คือเครื่องหมายที่ประกาศว่าคนอย่างเธอไม่ใช่คนที่ตกเป็นธาตุของห้วงอารมณ์  แต่เธอมีอารมณ์ เฉกเช่นคนอื่นๆ โดยเฉพาะยามนี้ ยามที่น้ำค้างทอประกายแวววาวบนเรียวหญ้า ราวมณีใสสะท้อนเล่นแสงไฟอยู่กระนั้น แม้นมิใช่สิ่งที่ชวนให้วูบไหวเสียทั้งหมด  แต่เพราะอากาศที่เหน็บหนาว อากาศที่ชวนให้หวนหาใครสักคนมานั่งอยู่ข้างๆ มารับฟังเรื่องราวของชีวิตที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ของชุมชนที่นี่ ที่มีอะไรไม่ปกติเหมือนที่อื่นๆทั่วไป แต่ในความรู้สึกของเธอ ที่นี่กลับปกติยิ่งกว่า ปกติราวกับว่าโลกไม่ได้ผันแปรเปลี่ยน มานานนักหนาแล้ว

ก็ดูสิ น้ำค้างหยดนั้น บนไม้ใบนั้น แม้มิใช่หยดเดิม มิใช่ไม้ใบเดิม แต่เรื่องราวที่สะท้อนออกมาสู่หัวใจนี้ คือความอ่อนโยนเช่นเดิม มันเหมือนยิ้มรับทักทายเสียงก้าวเดินของเธอ ที่เดินผ่านไปทุกวัน.....เสียงทักทายซึ่งกันและกันของหลากหลายชีวิตที่นี่ ช่างซ้ำเดิม แต่มิเคยเบื่อหน่าย มิเคยรำคาญ กลับก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหัวใจใหม่ได้ทุกวัน

หมอกหนาลอยเรี่ยยอดไม้บนขุนเขา เป็นเหมือนที่เคยเป็น เพียงแต่เช้าวันนี้กลับหนาหนักกว่าทุกวัน เพราะอากาศชื้นจากหมอกเหมยห่อหุ้มโอบกอดยอดเขาเอาไว้  คล้ายไม่ยอมจากลา

วันนี้...ใครคนนั้นกำลังจะกลับมา

เธอก้มเก็บผักจากแปลง เลือกเด็ดใบผักสีเขียวอ่อนสดนั้น เฉพาะส่วนที่เป็นใบแก่ด้านนอก ปล่อยให้ยอดอ่อนเติบโตของมันต่อไป ตะกร้าไม้ไผ่ใบเก่ายังทำงานของมันตามหน้าที่ในทุกเช้าตรู่ ร่องรอยการถูกใช้งานมานาน เป็นไปอย่างทนุถนอม

เพราะเธอคิดถึงมือแกร่งคู่นั้น ยามก้มหน้าจักสานถักทอ

ชีวิตของเธอที่ยากจะบอกเล่าแก่ใครให้เข้าใจได้ ว่าทำไมจึงได้ผูกพันกับที่นี่มากมายนัก และทำไมชีวิตจึงต้องลงเอยเช่นนี้ 

วันนี้...เขาคนนั้นกำลังจะกลับมาอีกหน อย่างที่เคยบอกกับเธอไว้

และแล้วเขาก็มา เธอเห็นเขาจากแนวป่าไกลๆ ด้วยก้าวย่างที่มั่นคง จนมาถึงตัวเธอในขณะที่กำลังเปิดประตูบ้านเพื่อจัดการกับอาหารมื้อเช้านี้


“นี่คุณ ผมว่าคุณน่ะควรจะย้ายออกไปจากที่นี่ได้แล้วนะ” ใบหน้าบึ้งตึงภายใต้หมวกแก้ปสีเขียวเข้ม ดวงตาสีสนิมยิ่งเข้มจัดยามจ้องมองมา ราวกับเธอเป็นเด็กน้อย

“ทำไมต้องไป ในเมื่อฉันต้องการอยู่ที่นี่ คุณมาเดือดร้อนอะไรด้วย” เธอหันไปเผชิญหน้าอย่างท้าทาย แม้ร่างกายจะดูบอบบางราวเด็กรุ่น แต่แววตาคู่นั้น กลับทำให้เขาชะงัก สบตาเธออย่างลังเล

“คุณนี่ดื้อจริงๆ  ดื้อมหาวายรายเลย” เขาส่ายหน้าพึมพำกับตัวเอง คล้ายครั่นคล้าม แต่ไม่หรอก เขาแค่ไม่อยากเสียเวลากับการฉุดดึงหรือผลักไสใครให้ทำอะไรที่ไม่ต้องการ ทุกคนควรจะรู้ว่าอันตรายเป็นอย่างไร ยิ่งผู้หญิงอย่างเธอด้วยแล้ว การสูญเสียคนที่รักไปจนหมด จะมัวเสียเวลาเฝ้าทรัพย์สมบัติอยู่ทำไม และเหตุการณ์ต่างๆยิ่งเลวร้าย เขาเข้ามาเพื่อยื่นเงื่อนไขการย้ายออกไป ทำไมผู้หญิงคนนี้จึงดื้อรั้นหนักหนา

“อย่าให้ฉันต้องอธิบายอีกเลย ปล่อยฉันไว้ตามลำพังเถอะค่ะ ไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตฉัน ไปดูแลคนอื่นเถอะ”

“ผมรู้ว่าคุณคิดยังไง ขอบอกนะ มันไม่เข้าท่าเลย ในเวลาแบบนี้” 

และแล้วร่างสูงผิวคล้ามแดด ค่อยๆลับหายไปจากสายตา เธอกระพริบตาถี่ๆไล่อารมณ์ขุ่นมัวออกไป อีกใจหวังอยากให้ร่างนั้นยังคงยืนอยู่ตรงหน้า บางทีเธออาจทำดีกับเขาสักนิด ให้เขาผ่อนคลายก่อนที่เรื่องเลวร้ายอื่นๆจะตามมา เธอรู้ดีว่ามันจะต้องเกิดขึ้นตามมา ทุกครั้งที่เขาปรากฏกายขึ้นที่นี่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net