วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

May day de Paris สวยซ่อนร้ายได้แนบเนียน


คุณคะ...

ค่ำคืนของปารีส กว่าท้องฟ้าจะมืดลงจริงๆ ก็ล่วงเข้าสู่ใกล้สองยาม ขณะนี้แม้ใกล้จะดึกแล้ว แต่ยังคงเป็นวันเวลาของกรรมกรที่คึกคักกันทั่วเมือง

.

พวกเขาตั้งโต๊ะขายดอกไม้ช่อเล็กๆ ราคาย่อมเยา เพื่อสนับสนุนพรรคการเมืองของตนเอง พบเห็นได้ทั่วเมือง ผู้คนใช้วันหยุดกันอย่างอิ่มเอม แต่ไอรีน ลูกครึ่งเวียตนาม-เยอรมัน เธอมาช่วยงานที่ร้าน เพื่อให้เราออกไปชมเมืองได้อย่างสบายใจ

.

.

เป็นเพราะมีความรู้สึกว่าที่นี่ต้องสวยเริ่ด...เชิด หยิ่ง ตามสไตล์ฝรั่งเศส ซ่อนอยู่ในทุกพื้นที่ ทุกเนื้อหาของเมือง วันนี้จึงต้องออกเดินทางไปค้นหาความจริง ทั้งที่มีประชาชนล้นหลามมาเดินจับจ่ายซื้อของในงาน แต่เพราะเรามีนัดกับเพื่อนที่บินมาจากสวิส เพื่อมาดูแลเราโดยเฉพาะ ในเวลาชั่วสามสี่ชั่วโมง ที่พวกเขามีเวลาให้ ดังนั้น การทิ้งร้านไปลุยฝูงชนข้างนอกที่ทำกิจกรรมคึกคัก จึงไม่อาจพลาด


ปารีสในสายตาของคนต่างถิ่น ย่อมมีสิ่งนี้ในบันทึก ใช่หรือไม่...หอไอเฟลจึงเป็นที่แรกที่เราไปดู
(จะกระซิบบอกความลับสักอย่าง อย่างยอมเสียมรรยาท ฉันเห็นครอบครัวของคุณสุรินทร์ พิศสุวรรณ ถ่ายรูปกับเจ้าเหล็กยักษ์ยอดแหลมนี้ด้วยล่ะ)

ปารีส ที่ซึ่งมีแต่คนชมว่างามเลิศ ฉันก็เห็นเป็นอย่างนั้น แต่ความงามที่สมบูรณ์พร้อม หาใช่ความมีเสน่ห์ที่แท้จริงไม่ เพราะความบกพร่องต่างหากเล่า ที่น่าสนใจ......(สำหรับฉัน)

โคนต้นไม้ใหญ่ทุกต้น จะมีตะแกรงเหล็กครอบโคนแบบนี้ทั้งเมือง เพื่อเปิดโล่งให้น้ำฝนไหลลงสู่รากไม้ได้ นั่นคือสิ่งที่ฉันรู้สึกดีด้วยอย่างมาก แต่อะไรบางที่แปลกปลอมทำให้ฉันฉงน....มีอย่างนี้ด้วยเหรอ...ปารีส (เป็นแบบนี้เกือบทุกต้น...!!!)

ย่านโอเปร่า และพิพิธภัณฑ์ มีบางอย่างผิดปกติจริงๆ เมื่อเราเดินเข้าไปใกล้ๆ

รถตำรวจและแผงกั้น......

กระนั้น...ชาวปารีเซี่ยนยังวนเวียนเดินไปมาอย่างแย้มยิ้ม

ขบวนแห่แหนของพรรคSolidaires......กระหึ่ม

นับจำนวนคนที่ร่วมขบวนไม่น่าจะเกินสองร้อยคน

คนมุงดูเยอะกว่า......

ที่นั่งจิบกาแฟดู ก็มีไม่น้อย.....

ดูๆไปแล้ว คล้ายๆกำลังสลายตัวเสียด้วยซ้ำ.....

จำนวนตำรวจที่คุมเชิงมีมากกว่าหลายเท่าเครื่องมือครบครันในการปะทะ ท่าทีของเหล่านักรบไม่ได้เคร่งเครียดเลยสักนิด....ยังมีเวลาส่งยิ้ม ส่งสัญญาณทักทายนักท่องเที่ยวเสียด้วยซ้ำ (คนที่สองจากซ้าย)

ในขบวนรถที่ยาวเหยียด ตำรวจยังมีท่าทีสบายๆ แต่เพื่อนจากสวิสบอกว่าให้รีบเดินออกไปจากที่นี่เร็วๆ เพราะการปะทะกันน่าจะมีโอกาสมาก ฉันถามว่าทำไมหรือ...เขาบอกว่า สังคมชาวปารีสตึงเครียดมากๆในเวลานี้ โอกาสเจอลูกหลงมีสูงทีเดียว เพราะอารมณ์ไม่ชอบใจของคนปารีสแท้ ที่มีต่อคนสีผิวอพยพเพิ่มมากขึ้นทุกวัน คนปารีสตัวจริงนับวันจะหลายเป็นชนกลุ่มน้อย ทำงานหนักเพื่อเลี้ยงคนสีผิวที่เพิ่มจำนวนทวีคูณ เงินกองกลางที่ใช้เป็นเงินสวัสดิการร่อยหรอลง เนื่องจากนโยบายประชานิยมของนายกรัฐมนตรีเจ้าเสน่ห์คนนี้นี่เอง

.

.

ความงามความหรูหรา มีให้เห็นทุกซอกมุม แต่......

.

ถนนสายประวัติศาสตร์ ที่เลือดชาวฝรั่งเศสเคยอาบนอง เพื่อแลกกับประชาธิปไตยในอดีต ยังคงมีเรื่องราวของความขัดแย้งแห่งผู้คน ที่ต่างกันออกไป ยุคนี้...ความไม่เท่าเทียมในโอกาสทางสังคมถูกขจัดออกไปอย่างมากแล้วสำหรับประชากรหลากหลายชาติพันธุ์

แต่ไอรีนยังบอกว่า เธอต้องทำงานหนักมากเพื่อเลี้ยงตัวเอง อาทิตย์ละไม่ต่ำกว่าห้าวัน เธอไม่อาจเสี่ยงที่จะมีลูก ซึ่งเป็นภาระมากมาย ขณะที่คนเลือดปารีสเข้มข้น มองว่าคนแบบเธออาศัยสวัสดิการของรัฐมากเกินไป

ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 80 ยูโร ค่าเฝอ มื้อละ 7 ยูโร ถ้าจะกินเฝอวันละสามมื้อ ยังเหลือเงินอีกนิดหน่อยสำหรับจ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง ให้เหลือเก็บคงยาก เว้นแต่จะกลับไปใช้ชีวิตชั่วคราวในประเทศบรรพบุรุษ

บางอย่างจึงยังคงเป็นเรื่องแปลกสำหรับฉัน...ที่ต้องเรียนรู้ เช่นน้ำที่ไหลเจิ่งมาจากท่อน้ำข้างถนน ที่มีให้เห็นเกือบทั่วเมือง แอริค...ชาวสวิสที่รู้จักปารีสเป็นอย่างดีบอกว่า

"นี่คือระบบจัดการหมุนเวียนของน้ำในแม่น้ำเทมให้มีการไหลเทของออกซิเจน ทำให้แม่น้ำไม่เน่าเสีย และนี่คือระบบเก่าที่ถูกสร้างมานับร้อยปีแล้ว"

ฉันพอจะนึกภาพความยิ่งใหญ่ของนโปเลียนขึ้นมาได้บ้าง จากระบบท่อน้ำทิ้งนี้เอง...(ที่หมายถึงความฉลาด มองการณ์ไกล แต่ขยะที่แปะติดอยู่กับสายน้ำปริ่มๆ เป็นระยะ ใครนะช่างทำได้ลงคอ)

จะเป็นหนุ่มปารีเซียนอารมณ์ดีขี้เล่นคนนี้....

หมายเหตุ...ขณะนี้น่าจะเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว มีเสียงรถฉุกเฉินดังลั่นสองคัน สองครั้ง ผ่านทางหน้าโรงแรม เสียงสิงห์มอเตอร์ไซค์(คันใหญ่ๆ) บิดดังป้าดๆ ผ่านไปสักครู่ (คืนก่อนๆเวลาขณะนี้เงียบสนิททั้งเมืองแล้ว)

แปลกแต่จริงแห่งเมืองปารีสและทุกแห่งหนบนโลกนี้ ฉันจึงขอสรุปว่า......

"มนุษย์ไม่เคยรักกันจริง ตราบใดที่ผลประโยชน์ไม่สามารถแบ่งปันได้ลงตัว"

จะมีข่าวคราวการปะทะกันหรือไม่...ไม่รู้

........

ขอแก้ข่าว ราคาค่าผ่านประตูงานแฟร์ 12 ยูโรค่ะคุณปลัด พี่กู่จึงเหลือเงิน 38  ยูโรเท่านั้น เอิ๊กๆ

คุณชาลี กาแฟอร่อยเป็นที่สุดค่ะ อร่อยกว่าอาหาร แต่อาหารก็อร่อยอย่างเหลือเชื่อ...

โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net