วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประวัติชีวิต เมธี อมรวุฒิกุล ฉายา นู้ดแดง



เมธี อมรวุฒิกุล ได้รับฉายาว่า “นู้ดเสื้อแดง” คนส่วนใหญ่รู้แค่นั้น แต่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปมากกว่านี้ ณ วันนี้ เขาเหินห่างจากวงการนายแบบ – นักแสดงไปนานมากแล้ว ...จริงหรือ!? ที่เขาเคยอ้างว่า ถูกสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สกัดดาวรุ่งด้วยการทำหนังสือแจ้งไปยังสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ เกี่ยวกับดาราที่ขึ้นเวทีคนเสื้อแดง ถ้ามองจากสายตาของผู้ชม คงเห็นไม่ต่างกันว่า การทำงานของเมธีนั้น ไม่ว่าจะเป็นวงการไหน ไม่มีความชัดเจน และไม่เป็นชิ้นเป็นอันให้จับต้องได้ แม้แต่บทบาทการแสดงก็ไม่ได้โดดเด่น บทส่วนใหญ่เป็นแค่ “ผู้ร้าย และตัวประกอบ” ที่ใครก็เล่นได้ ประวัติของเขามีความยาวไม่เกิน 10 บรรทัด จนยากที่จะปะติดปะต่อเส้นทางบันเทิงของ “นู้ดเสื้อแดง” รายนี้
       ปี พ.ศ. 2538 หนังสือพิมพ์ “ผู้จัดการรายวัน” เคยพูดคุยกับเขาไว้ … วันนี้งานชิ้นที่ชื่อว่า “นู้ดเพื่อสุขภาพ” ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวของเขาในวันนี้ …
       
       วันที่ 28 เมษายน 2553
       เวลา 09.51 น. เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเมธี อมรวุฒิกุลไปขออำนาจศาลอาญา รัชดาฯเพื่อฝากขัง ในการนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจลได้เตรียมความพร้อมทั้งอาวุธ , โล่, หมวก และกระบอง อยู่ในที่ตั้ง และรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา
       เวลา 10.02 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า การสอบสวนเมธี อมรวุฒิกุล แนวร่วม นปช. ได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และซัดทอดไปยังผู้เกี่ยวข้อง 10 คนขึ้นไป และหลายคนเป็นที่รูจักกันดี
       ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ผู้ต้องหามีการสนับสนุนผู้ก่อสถานการณ์ความไม่สงบ จึงอนุญาตให้ควบคุมผู้ต้องหาต่อไปอีกเป็นเวลา 7 วัน
       
       เมธี - นายแบบนู้ดเมื่อ 15 ปีที่แล้ว
       คนส่วนใหญ่คุ้นเคยหน้าตาของเขาในฐานะที่เป็น “นายแบบ” ตามนิตยสารแฟชั่นและโฆษณา จนกระทั่งเมื่อปีพ.ศ. 2538 เมธี อมรวุฒิกุล อายุ 24 ปี ก็สร้างความฮือฮาให้แก่วงการสาวแท้ และสาวเทียม ด้วยผลงานอัลบั้มเฉพาะกิจ HEAT MEN ทั้งยังเป็นนายแบบคนแรกของหนังสือหัวนี้ !! …
       นายทุนนิตยสารเล่มนี้ รู้จักกันในนาม “กบ – ฮีท” ปัจจุบันเจ้าตัวล้างมือในอ่างทองคำ หันไปประกอบวิชาชีพอื่นแล้ว กลุ่มหนังสือในเครือ ประกอบด้วย HEAT , HEAT MEN, HEAT MEN SECRET, HEAT SPECIAL, BEACH BOY by HEAT และ HEART รายชื่อนิตยสารที่กล่าวถึงนี้ มีตั้งแต่นิตยสารแฟชั่นของหนุ่ม- สาววัยสดใส ไปจนถึงนิตยสารแสดงศิลปะแห่งเรือนร่างของนายแบบและนางแบบในแนวเซ็กซี่ ขณะเดียวกันก็มีนิตยสารเฉพาะ
       สำหรับกลุ่มเกย์ในแนวฮาร์ดคอร์ที่แสดงภาพพิเศษของ “บทรัก” ผ่านเรื่องราว ที่เปลี่ยนไปตามคอนเซ็ปต์ในแต่ละเล่ม
       ไอ้ตี๋เชื้อสายจีนคนนี้ “เก่ง” เมธี อมรวุฒิกุล เรียกพ่อว่า “ป๊า” !! เป็นลูกคนกลางของพ่อพิชัยและแม่นิรมล มีพี่ชาย 1 คน และน้องสาว 1 คน
       3 ปีที่แล้ว เมื่อเขาอายุได้ 36 ปี เขาเปลี่ยนชื่อจาก “เมธี” อันหมายถึง “ปราชญ์ และผู้มีความรู้” เป็น “ทัฬห์” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้ที่มีความมั่นคง” ไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะชื่อ ทั้งยังตั้ง “โคตรวงศ์” ใหม่ อีกต่างหาก!! เหตุที่เปลี่ยนเพราะว่า “ทัฬห์ อมรวุฒิกุล” ตัวเลขไม่ลงตัว ดังนั้น … โหราจารย์จึงเปลี่ยนนามสกุลให้ในคราวเดียวกัน เป็น “ทัฬห์ อมรบุณยกร”
       เมธี อมรวุฒิกุล จบการศึกษาระดับมัธยมตอนปลายที่โรงเรียนเซนต์ดอมินิก จากนั้นไปเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์จนจบระดับปริญญาตรี สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ ภายใต้หลักสูตรเต็ม 4 ปี แต่เขาใช้เวลาเรียนแค่ 3 ปีเท่านั้น ในช่วงที่เพื่อนๆ ยังร่ำเรียนอยู่ปีสุดท้าย แต่เขาพาหน้าตาและเรือนร่างเข้ามาทำงานในวงการแฟชั่นแล้ว
       หลังทำงานในวงการได้เพียงปีเดียวก็เหินฟ้าไปศึกษาต่อคอร์สบริหารธุรกิจ หลักสูตรอนุปริญญาโท ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ตอนนั้น “อนุปริญญาโท” เป็นหลักสูตรตัวใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม เป็นการย่นระยะทางของหลักสูตรปริญญาโท 2 ปีลงมาเหลือเพียงปีเดียว ทั้งยังสามารถไปเพิ่มเติมความรู้ภายหลังเพื่อให้จบหลักสูตรปริญญาโทได้
       สำหรับการทำงานในวงการ … นิตยสารลลนา เปิดตัว “เก่ง” - เมธี อมรวุฒิกุล โดยใส่เสื้อของ “ฮิวโก จาร์เร” ที่มีชัยชน สวันตรัจฉ์ เป็นดีไซเนอร์ในตอนนั้น (ปัจจุบันดีไซเนอร์คนนี้มาทำเสื้อให้แก่แบรนด์ Good Mixer และ Muse) ด้วยสรีระที่เป็นเอกลักษณ์ของนายแบบหนุ่มคนนี้ จึงทำให้บรรดาดีไซเนอร์, สไตลิสต์หลายคนในยุคนั้นเรียกใช้เขามาถ่ายแบบให้กับนิตยสารเล่มนั้น เล่มนี้อยู่เป็นประจำ ถือว่าเป็นนายแบบที่ฮอตที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น
       โฆษณาชิ้นแรกของเขาคือ โค้กมิวสิกอวอร์ด ชิ้นอื่นๆตามมาเช่น โฆษณารถยนต์โตโยต้า และเอสโซ่
       งานชิ้นแรกนี้ สืบเนื่องจากวันที่เขาได้ไปส่งเพื่อนซึ่งต้องไปถ่ายเป็น “ตัวประกอบ” ที่บริษัทกันตนา และทีมงานคนหนึ่งขอเบอร์โทรศัพท์ไว้ … และต่อมามีการโทร.ติดต่อให้เขาไปทำงานโฆษณาชิ้นนั้น
       เมธี อมรวุฒิกุล เป็นนายแบบคู่บารมีของดีไซเนอร์ร้านนาการา “ต้อย - นคร สัมพันธารักษ์”
       นคร สัมพันธารักษ์ให้คุ๊กกี้ (ทินกร อัศวรักษ์) แห่งบริษัทคูโด้ ติดตามนายแบบหนุ่มมาเดินแบบให้กับห้องเสื้อนาการา โดยต่อมา นคร ได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่นายแบบหนุ่มด้วยการนำเรือนร่างมาปาดป้ายสีสัน หรือที่เรียกว่า “บอดี้ เพนต์” จนโด่งดัง เขาได้รับความไว้วางใจจากนคร สัมพันธารักษ์ให้เป็นนายแบบที่เดินในชุดฟินาเล่ของแฟชั่นโชว์ในช่วงนั้น เขาเรียนรู้กระบวนการทำงานในวงการแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนต่างๆ รวมถึงความรู้ในการเข้าหาลูกค้า และการวางตัวในสังคมจากดีไซเนอร์ผู้นี้
       ในยุคนั้น นายแบบอินเตอร์เริ่มเข้ามาทำมาหากินในเมืองไทย วงการนายแบบเริ่มสั่นคลอน เพราะนิตยสารแฟชั่นจำนวนไม่น้อยหันไปว่าจ้างนายแบบต่างชาติเพื่อรสชาติอันแปลกใหม่ของหนังสือ เขาเป็นนายแบบคนไทยไม่กี่คนในยุคนั้นที่ยืนอยู่ได้ในวงการ เขาตัดสินใจถ่ายแบบกับนิตยสาร HEAT MEN ในช่วงที่เขายังฮอตในยุคนั้น นายแบบหุ่นดีหลายคนในยุคนั้นที่หันมาทำอัลบั้มประเภทนี้กันหลายคน เช่น ท็อป วาทิน, ราเมศร์ ตั้งใหม่ดี ฯลฯ ค่าตอบแทนของนายแบบในยุคนั้นที่ยังฮอตในวงการจึงสูงกว่าปกติ
       การถ่ายแบบในครั้งนั้น … เมธี อมรวุฒิกุลมีเงื่อนไขบางประการ เช่น หนึ่ง ขอเป็นคนเลือก “ทีมงาน อันได้แก่ สไตลิสต์ - ช่างภาพ และโลเกชัน” ทั้งหมด !! เขาเลือกประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเขาเคยประทับใจเมื่อครั้นที่มีโอกาสไปเล่าเรียนหลักสูตรอนุปริญญาโท ในคอร์สบริหารธุรกิจที่นั่น !! สอง ไม่มีภาพลับเฉพาะ ทุกภาพที่จะใช้ตีพิมพ์ขอสกรีนก่อน
       เหตุนี้ สไตลลิสต์ จึงต้องทำหน้าที่ช่วยหลบ บัง ซุกซ่อน “เมธีน้อย” สุดชีวิต ซ่อนอย่างไรเพื่อให้งานออกมาแล้วดูเซ็กซี่ !! แต่ไม่ลามกหรือเข้าข่ายอนาจารเกินไป เรื่องเล่าจากออสเตรเลียในครั้งนั้น ว่า เมธี หวงเนื้อ หวงตัวมาก โดยเฉพาะ ช่วงล่างด้านหน้า ในกรณีที่ถ่ายกับกางเกงบางๆ ห้ามโดนน้ำเด็ดขาด !! รักษาความปลอดภัยทุกขั้นตอนเพื่อไม่ให้ “หลุดทั้งยวง” ด้วยการหุ้มห่อเมธีน้อยด้วยกระดาษทิชชู่ ช็อตที่ต้องถ่ายทำท่ามกลางหิมะ เมธี อมรวุฒิกุล หนาวสั่นสะท้าน และทำท่าจะไม่ยอมถ่าย !! จนต้องให้ 2 นางแบบ - วีนัส มีวรรณ์ และ ธิดา ธีระรัตน์ ที่ร่วมเดินทางไปในทริปนั้นเพื่อทำอัลบั้ม HEAT ทำงานกันไปก่อน แล้วค่อยให้เขามาตบท้าย … การทำงานในครั้งนั้น ใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์
       การถ่ายอัลบั้มเฉพาะกิจในคราวนั้น ค่าตัวเมธี อมรวุฒิกุล อยู่ที่ 2 แสน 5 หมื่นบาท ส่วนวีนัส มีวรรณ์ และธิดา ธีระรัตน์ ค่าตัวอยู่ที่ 5 แสนบาท / คน
       ครั้งนั้น... เขาได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการถ่ายภาพนู้ดว่า
       “จริงแล้ว วัฒนธรรมไทยนี้เป็นวัฒนธรรมที่ดีครับ เรื่องการถ่ายนู้ดนี่เป็นวัฒนธรรมตะวันตก ผมว่ามันขึ้นอยู่กับแบบและคอนเซ็ปต์ที่ออกมามากกว่าจะให้ภาพนั้นออกมาสวยงามหรืออนาจาร ถ้าผลงานออกมาดี คอนเซ็ปต์ดี น่าจะเป็นความคิดที่แปลกออกไป ถ้าทำออกมาแล้วไม่ดีก็สมควรโดนด่า ถ้าจะให้วิเคราะห์กันมากกว่านั้น ผมว่าตัวแบบของเมืองไทยกับเมืองนอกจะต่างกัน ฝรั่งเค้ามีสรีระดีกว่ามีคอนเซ็ปต์ภาพที่ดีกว่า ภาพที่ออกมาจึงดูเป็นศิลปะ มีการจัดองค์ประกอบของแสงเงาช่วย แต่นู้ดเมืองไทยเคยชินกับการถอดเสื้อถ่ายเท่านั้น ซึ่งทำให้มาตรฐานของนู้ดต่ำลง
       การที่ผมมาทำงานตรงนี้ ซึ่งผมไม่ทราบว่าจะมีคนชอบหรือเปล่า แต่โดยหลักส่วนตัวแล้ว หนึ่ง อยากให้คนดูรูปแบบว่า หุ่นดี มีสุขภาพดี คือเป็นแรงจูงใจให้คนหรือกระตุ้นให้คนรู้จักการรักษารูปร่าง สอง ภาพที่ออกมาสวยและเป็นงานที่ดี ผมอยากเก็บภาพของงานเหล่านี้ไว้ เพราะดูแล้วสบายตาสบายใจเท่านั้นเอง เหมือนกับอยากให้ทุกคนหันมาออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพดีขึ้น ผมขอเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ช่วยผักดันและส่งเสริมจุดนี้ โดยผ่านการถ่ายนู้ด”
       การแก้ผ้าในต่างแดนชุดนี้แหละที่เป็นตราประทับให้กับเมธี อมรวุฒิกุล มาจนถึงทุกวันนี้ …
       บางส่วนของผลงานละครโทรทัศน์
       ผลงานละครในอดีตของเมธี อมรวุฒิกุล ประกอบด้วย ดอกไม้ในป่าหนาว, โปลิศจับขโมย, พรุ่งนี้ฉันจะรักคุณ, เพลิงรัก ไฟแค้น, อตีตา, นายฮ้อยทมิฬ, แม้เลือกเกิดได้, นิราศสองภพ, หัวใจไกลปืนเที่ยง, หลังม่านมายา, ตากสินมหาราช, หลงไฟ, หักเหลี่ยมพระกาฬ, จิตสังหาร เป็นต้น และในระยะหลัง เมื่อเมธี อมรวุฒิกุลเข้ามาอยู่ในกลุ่มแนวร่วม นปช. และสมาชิกพรรคเพื่อไทย เราก็แทบไม่ได้เห็นผลงานของเขาอีก นอกจากบท “ดาวร้าย” นอกจอเท่านั้น และไม่น่าเกี่ยวข้องกับกรณีที่อ้างถึงสาทิตย์ วงศ์หนองเตยแต่อย่างใด
       ธุรกิจของนู้ดเสื้อแดง
       เมธี อมรวุฒิกุล คลุกคลีในวงการแฟชั่นก่อนที่จะไปเรียนต่ออนุปริญญาโท ที่ประเทศออสเตรเลีย ดังนั้น … เมื่อเขากลับมาเมืองไทยได้เพียง 2 วัน ป๊าพิชัยได้เรียกเขาไปหารือเกี่ยวกับห้องว่าง 2 ห้องที่เซ้งจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในย่านสยามสแควร์ ตอนนั้น ห้องว่าง 2 ห้องนี้บังเอิญผู้เช่าเดิมเพิ่งหมดสัญญาไป ป๊าตั้งใจใช้ 2 ห้องว่างนี้เป็นธุรกิจของคนในครอบครัว
       เขาเห็นว่า ย่านสยามสแควร์ไม่มีธุรกิจใดเหมาะกับการลงทุนเทียบเท่าธุรกิจแฟชั่นและความสวย ความงาม ดังนั้น พ่อจึงเป็นผู้ควักทุน ทำร้าน INTER GROOM ให้แก่พี่น้องและเครือญาติ “อมรวุฒิกุล” ถึง 5 คน ร้านนี้ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความสวย ความงาม อันประกอบด้วยส่วนของร้านทำผม, สถานเสริมความงาม ประเภท นวดหน้า นวดตัว รวมไปถึงฟิตเนส
       นอกจากนี้ เมธี อมรวุฒิกุลยังเคยดำเนินงานธุรกิจอีกหลายตัวซึ่งเป็นที่เปิดเผยแก่สาธารณชน เช่น
       1. บริษัท ช.ช้าง เพื่อทำงานด้านโปรดักชันเฮาส์ และโมเดลลิ่ง ซอยรัชดาฯ 3
       2. ร้านขายเครื่องเงิน ชื่อร้าน 49ers ซ.สำเพ็งวานิชย์ 1
       3. ร้านหมูกระทะชื่อ ดาราย่างเกาหลี ย่านพระราม 9
       4. เปิดโรงเรียน เมธารักษ์การบริบาล สอนการพยาบาล ถ.สามัคคี จ.นนทบุรี (โดยร่วมหุ้นกับเพื่อนชื่อ ไก่ มัทนา สาระคุณ)
       
       เมธี กับนปช. และสมาชิกพรรคเพื่อไทย
       กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่มีชื่อเสียงในสายของดารานั้นมี ตั้ม - พร้อมพงศ์ (นพพร) นพฤทธิ์ เป็นผู้ชักจูงคนเหล่านี้เข้ามาร่วมวงศ์ไพบูลย์ด้วยกัน !! ในวิกิพีเดีย กล่าวระบุถึงบุคคลในกลุ่ม “ดารา” นี้หลายคน เช่น เมธี อมรวุฒิกุล • อรรถชัย อนันตเมฆ • สมบัติ เมทะนี • ฤทธิ์ ลือชา เป็นต้น
       มื่อ “เด็จพี่” - พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ เชื่อมร้อยเมธีกับอรรถชัยให้อยู่ร่วมก๊วนเดียวกัน ก็มีความสนิทสนมกันมาก เนื่องจากพื้นฐานอุปนิสัยใกล้เคียงกัน แจ้งเกิดต่างกรรม ต่างวาระบนหนังสือพิมพ์หน้า 1 ทุกฉบับ
       เมธี อมรวุฒิกุลชกอดิศราช ธรรมพิทักษ์ ทีมงานเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 1 สุราษฎร์ธานี ณ บริเวณที่ทำการพรรคเพื่อไทย ในขณะที่โด่ง - อรรถชัย อนันตเมฆ เมาแล้วขับและเกรี้ยวกราดใส่ตำรวจ เนื่องจากในวันนั้น เบาะด้านหลังมีนักศึกษาคนหนึ่งอยู่ในสภาพเลือดตกยางออกนั่งมาด้วย โด่ง - อรรถชัยบอกว่า เธอคือแฟนคลับ
       นั่งรถจากกรุงเทพฯ มาพบที่กองถ่ายเลยพามางานเลี้ยงฉลองด้วยกัน ระหว่างอยู่ในงานเกิดมีปากเสียงเพราะหึงหวง จึงตัดสินใจพาออกมานั่งรถกินลมและปรับความเข้าใจ ซึ่งยังมีปากเสียงกันอยู่ แล้วจู่ๆ ฝ่ายหญิงก็เปิดประตูกระโดดลงไปบนถนน เขาตกใจมากจอดรถอุ้มขึ้นมาและจะขับรถไปโรงพยาบาล แต่เพราะไม่คุ้นเคยเส้นทางและเป็นตอนกลางคืนด้วย จึงหลงไปหลงมา สุดท้ายก็มาเจอตำรวจ แต่เนื่องจากความเมาจึงแสดงท่าทีที่ไม่ดีและเป็นปากเป็นเสียงกับตำรวจ และ ยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายแฟนคลับสาวคนนั้นแต่อย่างไร
       "โด่ง" อรรถชัย อนันตเมฆ ทุกวันนี้เป็นคอลัมนิสต์ให้แก่หนังสือพิมพ์บันเทิง และมีความฝักใฝ่กับกลุ่มนปช. และพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เป็นอย่างมาก เริ่มต้นเข้าสู่วงการ ด้วยการแจ้งเกิดในฐานะที่เป็นนายแบบ DOMON MAN มาก่อน ภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตคือ "เธอร้องไห้เมื่อคืนนี้" และเป็นพระเอกเต็มตัวในเรื่อง "ไอ้เข้" โดยแสดงละครชิ้นแรกเรื่อง "คนเริงเมือง" จากนั้นมีผลงานละครหลายสิบเรื่อง ซึ่งมีทั้งบทดีและบทร้าย
       ทั้งคู่ได้ร่วมหุ้นกันเปิดโรงเรียนสอนการแสดงขึ้น แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
       เมธีกับบท 'ผู้ร้าย' นอกจอ
       เมธี อมรวุฒิกุล แจ้งเกิดอย่างสวยงามกับคดีทำร้ายร่างกายอดิศราช ธรรมพิทักษ์ ทีมเลือกตั้งซ่อมส.ส. เขต 1 จ. สุราษฎร์ธานี ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังกว่าการเอาผลงานทั้งหมดที่เขามีในวงการบันเทิงมารวมกันเสียอีก
       วันเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย เขายอมรับหน้าตาเฉยว่า “ของขึ้น” เนื่องจากเห็นอดิศราชที่ขับรถซึ่งมีตัวหนังสือเขียนว่า “แพ้แล้วหนี หนี้ไม่จ่าย” มาจอดหน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย แล้วพูดปราศรัยหน้าที่ทำการพรรคเกี่ยวกับกรณีที่พรรคเพื่อไทยค้างเงินค่าผลิตสื่อในการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมของสุราษฎร์ธานี
       เมธีพูดแถไถว่า ไม่ได้ตั้งใจจะไปทำร้ายร่างกาย แต่หลังจากที่ตนโยนสายไมโครโฟนอ้อมไปด้านหลังของอดิศราชแล้วเห็นเขากำหมัด ฟิวส์ก็ขาดสะบั้นทันที
       “ผมยอมรับผิดทำร้ายร่างกาย ขอโทษที่ทำร้ายร่างกายพี่ แต่ถ้าใครทำแบบนี้ต่อหน้าผม ผมก็เอาอีก ถ้าใครมาทำอะไรกับพานพุ่มหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระราชินี เพราะผมเทิดทูนในหลวง" เป็นคำสารภาพที่เขากล่าวอ้างว่าเห็นคนกลุ่มของอดิศราชนำพานพุ่มที่สักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ไปมอบให้แก่สมชาย วงศ์สวัสดิ์
       ขณะที่ก่อเรื่องดังกล่าว อดีตนายแบบหนุ่มยังอยู่ในช่วงประกันตัวจากคดีก่อความไม่สงบในระหว่างขึ้นเวทีเสื้อแดงแท้ๆ แต่เขาก็เหิมเกริมก่อเรื่องเพิ่มเติมขึ้นอีก 1 คดี และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ถูกรวบคาสนามบินจากข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ในการไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มนปช. ในช่วงเดือนเมษายนปีที่แล้ว เขาถูกรวบตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนปีที่แล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับกับนักข่าวหน้าตาเฉยว่า “รู้อยู่แล้วว่าสักวันจะต้องถูกจับแบบนี้”
       เมธี อมรวุฒิกุลเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงมาทั้งหมด 2 ครั้ง คือสมัยก่อนที่รัฐบาลจะประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน 1 ครั้ง และสมัยที่หลังประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินแล้วอีก 1 ครั้ง และก็ทำใจมาโดยตลอดว่าจะต้องถูกจับ “ผมเดินทางไปประเทศเวียดนามเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน แล้วหมายจับออกเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน จนเดินทางกลับมาประเทศไทยวันนี้ ผมก็ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะไปมอบตัว แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน”
       หลังจากนั้นเขาก็ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และได้รับการประกันตัวไปเช่นเคย
       เวลาผ่านมาเกือบปี กลุ่มเสื้อแดงเหิมเกริมระดมพลป่วนเมืองอีกครั้ง ซึ่งเขาไม่พลาดที่จะเข้าร่วมและใช้นิสัยที่หยั่งรากลึกมานานให้เป็นประโยชน์แก่กลุ่ม นปช. อีกครั้ง
       ซึ่งในครั้งนี้ เขาปวารณาตัวเข้าเป็นแนวร่วมกลุ่มเสื้อแดงมากขึ้นด้วยการร่วมกับพลพรรคบุกปล้นปืนจากทหารและก่อนเหตุการณ์สลายการชุมนุมค่ำวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ได้นำอาวุธปืนที่ปล้นได้ไปเก็บไว้ในคลังอาวุธของคนเสื้อแดง
       หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ (191) ได้เข้าจับกุมเขาตามหมายจับ พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
       วันนั้น... เขากำลังขับรถกระบะไปตามถนนเจริญนคร เพื่อมุ่งไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ณ บริเวณราชประสงค์ หลังจากถูกรวบตัวไว้ได้ เขาถูกพาไปยังศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินหรือ ศอฉ. และถูกพาขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังเซฟเฮาส์ในต่างจังหวัด เพื่อป้องกันกลุ่มคนเสื้อแดงฮือมาใช้กฎหมู่บีบบังคับให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัว
       หลังจากการสอบสวนผ่านไปหลายชั่วโมง ในที่สุดเขาก็ยอมรับสารภาพหมด
       นั่นเป็นที่มาของการถูก 'ตัดหางปล่อยวัด' จากบรรดาแกนนำที่อ้างมาตลอดว่า เขาป็นคนเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวอิสระ ไม่ขึ้นตรงกับกลุ่มคนเสื้อแดงแต่อย่างใด !?
       “ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของนายเมธีเป็นอิสระไม่ได้ผูกพันกับมติแกนนำแต่อย่างใด แต่เป็นแนวร่วมคนหนึ่งที่อยากมาก็มา ไม่อยากมาก็ไม่มา เช่นเดียวกับนายทอม ดันดี แต่เมื่อมาก็ได้ขึ้นพูด ไม่ได้มีส่วนในการตัดสินใจเคลื่อนไหว ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากนายเมธีว่าจะให้แกนนำส่วนกลางดำเนินการช่วยเหลืออย่างไร แต่หากมีการประสานเข้ามาแกนนำพร้อมให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย”
       นั่นคือคำแถลงการณ์ของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ที่มีต่อการถูกจับกุม ถึงเวลานี้ เมธี อมรวุฒิกุล กลายเป็นแดงเทียมหัวเน่าที่กัปตันสละทิ้งไปแล้วเรียบร้อย





ติดตามเรื่องราวดีๆได้ที่ WhO? Magazine ฮู แมกกาซีน 

ทุกวันที่ 1 และวันที่ 16 ของเดือน

http://www.whoweeklymagazine.com/





สมัครสมาชิก WhO? Magazine ฮู แมกกาซีน

วันนี้ รับเหรียญยันต์ 5 แถว หนุนดวง  

มูลค่า 1,000 บาท(ฟรี)



อบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ 

โทร.086-389-5835 

โทรสาร  02-654-7577  02-654-7577



โดย ท่านเจ้าคุณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net