วันที่ พุธ พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผู้นำด้านสุขภาพ..โดย สิทธิ หลีกภัย เลขานุการนายกอบจ.ตรัง



 

หากกล่าวถึง "โรคหัวใจ" หลายท่านคงคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริงแล้วพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของท่านอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคนี้ในอนาคตอันใกล้ก็ได้ และหากกล่าวถึง "สถาบันโรคทรวงอก" แล้วหลายท่านอาจไม่คุ้นชื่อสถาบันแห่งนี้มากนัก บ้างก็คงสงสัยว่าสถาบันแห่งนี้มีความเป็นมาอย่างไร รับใช้สังคมประการใดบ้าง

สถาบันโรคทรวงอกนั้นในอดีตคือ "โรงพยาบาลวัณโรคกลาง" ซึ่งตั้งขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของวัณโรคในประเทศไทยและประชาชนจำนวนมากยังขาดความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคนี้โดยประชาชนในสมัยนั้นเรียกโรคนี้ว่า "ฝีในท้อง" และด้วยความจำเป็นที่ต้องมีโรงพยาบาลเพื่อรักษาโรคดังกล่าวรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้รับหลักการและอนุมัติการสร้างโรงพยาบาลวัณโรคแห่งแรกของประเทศไทยโดยได้ดำเนินการจัดซื้อที่ดิน 27ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ที่ริมถนนติวานนท์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ที่จำเป็นและการพัฒนาการให้บริการแก่ประชาชนได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และด้วยความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ทำให้สถาบันแห่งนี้ได้ให้บริการประชาชนเกี่ยวกับโรคในทรวงอกที่นอกเหนือไปจากการรักษาวัณโรคเพียงอย่างเดียวจึงทำให้ชื่อสถาบันแห่งนี้ได้เปลี่ยนไปหลายชื่อ และเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2545 ได้เปลี่ยนเป็น "สถาบันโรคทรวงอก" และได้ใช้ชื่อนี้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน 

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2553  ที่ผ่านมาเป็นอีกวันหนึ่งที่มีความสำคัญต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (อบจ.ตรัง) เนื่องจากสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดยการบริหารของนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอกได้มอบโล่เกียรติคุณแด่นายกิจ หลีกภัย นายกอบจ.ตรัง ที่ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรม "โครงการคนรักษ์หัวใจสัญจรสู่ภูมิภาค" ขึ้นในจังหวัดตรังซึ่งเป็นกิจกรรมที่สถาบันโรคทรวงอกออกให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิถีทางการดำเนินชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดตามจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งในปี 2552 ที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวได้จัดขึ้นในจังหวัดตรังถึง 2 รอบคือในวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 ที่โรงแรมเดอะแกรนด์ เอ็ม. พี.รีสอร์ท (โรงแรมเรือ) และในวันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ที่โรงเรียนห้วยยอด โดยกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวคือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และประชาชนชาวตรังผู้สนใจ โดยผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวมีจำนวนประมาณ 800 คน (รอบละประมาณ  400 คน) โดยกิจกรรมนี้ได้จัดควบคู่ไปกับ "โครงการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนชาวตรัง" ที่อบจ.ตรังร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง (สสจ.ตรัง) และโรงพยาบาลตรัง จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยทั้งสองโครงการดังกล่าวเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันจะพบว่ามีอุดมการณ์เบื้องหลังที่เหมือนกันคือ มุ่งไปที่การป้องกันการเกิดโรคมากกว่าการรักษาเยียวยา ตามสุภาษิตที่ว่า "กันไว้ดีกว่าแก้" 

ข้อมูลจากคู่มือ "การดูแลหัวใจตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง" ของสถาบันโรคทรวงอก ได้รายงานว่าในปี 2548 โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นโรคที่คร่าชีวิตมนุษย์ทั่วโลกไปถึง 17.5 ล้านคน และจากการคาดการณ์เชื่อว่าในปี 2553 โรคนี้จะเป็นสาเหตุการตายอันดับที่ 1 ของโลก นอกจากนี้ ทุก ๆ ปีประชากรโลกอย่างน้อย 20 ล้านคน จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันและอัมพาตสมองซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมากในการดูแลรักษาต่อไปอีกเป็นระยะเวลานาน สำหรับในประเทศไทย ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คนไทยมีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงติดอันดับ 1-3 มาตลอด โดยมีสาเหตุมาจากการขาดการใส่ใจตนเองและการมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรค โดยโครงการคนรักษ์หัวใจสัญจรสู่ภูมิภาคมุ่งให้ความรู้แก่ประชาชนในการปรับลดพฤติกรรมเสี่ยงในการเกิดโรค โดยปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวประกอบด้วย การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ การขาดการออกกำลังกาย การมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน การรับประทานอาหารอาหารอย่างไม่ระมัดระวัง โดยกิจกรรมการให้ความรู้และฝึกการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงของโครงการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 4 ฐานกิจกรรมคือ

 1.ฐานไม่ตีบไม่ตันรับประกันปลอดภัย

 2. ฐานรู้ทันบุหรี่ปอดดีหัวใจแข็งแรง

 3. ฐานสลัดไขมันออกจากตัวจะมัวรอช้าอยู่ทำไม และ

 4. ฐานอาหารปลอดภัยอาหารไร้ไขมัน 

การมอบโล่เกียรติคุณดังกล่าวได้เกิดขึ้นในช่วงการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การพัฒนาศักยภาพวิทยากรสุขภาพซึ่งจัดขึ้นที่สถาบันโรคทรวงอก อ. เมือง จ.นนทบุรี ในระหว่างวันที่ 29-31 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมาโดยนายสิทธิ หลีกภัย เลขานุการนายกอบจ.ตรัง นายจริน อินทอง ที่ปรึกษานายกอบจ.ตรัง พร้อมทีมงานเจ้าหน้าที่อบจ.ตรัง ได้เป็นตัวแทนนายกิจ หลีกภัย นายกอบจ.ตรัง รับโล่เกียรติคุณดังกล่าวและได้มีโอกาสเล่าให้ผู้เข้าร่วมการอบรมจากหลายจังหวัดได้ทราบเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ด้านสาธารณสุขของอบจ.ตรังซึ่งประกอบด้วย  1. โครงการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนชาวตรัง (ซึ่งมีเงาะป่าซาไกเป็นสัญลักษณ์ประจำโครงการ) 2.โครงการตั้งจุดสกัดผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อออกจากผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อ (ศูนย์แพทย์ชุมชนควนหาญ โรงพยาบาลตรัง) 3. โครงการเพาะพันธุ์ผักและกล้าไม้เพื่อแจกจ่ายราษฎรในพื้นที่จังหวัดตรัง 4. โครงการแลกเปลี่ยนกระเบื้องใสโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ฆ่าเชื้อโรค ฯลฯ โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นว่า "ผู้นำ" ไม่ว่าในระดับใดนอกจากจะเป็น "ผู้นำทางการเมือง" แล้วควรจะเป็น "ผู้นำด้านสุขภาพ" อีกด้วย ///////////// 

 

โดย บุษยมาศ

 

กลับไปที่ www.oknation.net