วันที่ พุธ พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โรดแมพ ..สู่นรกอเวจี


อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  

โรดแมพ ของนายกอภิสิทธิ์ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม 2553 ไม่ใช่โรดแมพแรก

โรดแมพ เคยมีมาก่อนหน้าครั้งหนึ่งแล้วในเดือนเมษายน 2552 หลังเหตุการณ์เผากรุงเทพฯ ในวันสงกรานต์ 2552 ผู้เขียนได้สะท้อน ความคิด ความเชื่อและการกระทำของนายกอภิสิทธิ์ไว้ เป็นตัววัดภาวะความเป็นผู้นำของนายกอภิสิทธิ์ในครั้งแรก (ที่นี่: เหี่ยวทั้งประเทศ หลังประชุม 2 สภาฯ 2 วัน (เม.ย. 2552) http://bit.ly/cWq8uO)

โรดแมพที่ 1 (2552) มีสาระดังนี้
1) ให้ยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินทันที
2) ให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรง
3) ให้ทุกฝ่ายหยุดละเมิดสถาบัน
4) ให้ตั้งกรรมกลางเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงสงกรานต์เลือด (ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงอีก)
5) ให้ตั้งกรรมกลางเพื่อเสนอสูตรแก้ไขกติกาการเมือง (คิดแก้กฎหมาย เพื่อตัวเอง)

ชาวบ้านได้อะไร ? ไหนละเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย คนเสื้อแดงมีหรือโดนข้อหาอะไรบ้าง นายกอภิสิทธิ์ไม่ได้พูดถึง ความเสียหายจากการเผาบ้านเผาเมืองของกลุ่มนปก.แต่พูดว่าก็ยัง "ชุมนุมได้ ภายใต้กรอบกฎหมาย"

ที่บอกว่าให้ยุติความรุนแรง ก็ไม่ยุติ พบว่ามีความรุนแรงมากกว่าเดิม ให้ทุกฝ่ายหยุดละเมิดสถาบัน หยุดกันหรือไม่ พบว่าละเมิดสถาบันมากกว่าเดิม

ที่ให้ตั้งกรรมกลางเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงสงกรานต์เลือด ก็ไม่ก้าวหน้า ไม่มีคนให้ความร่วมมือ และไม่สามารถกล่าวโทษกลุ่มแกนนำได้ ผิดกับการที่พธม.เข้ายึดสนามบิน มีการกล่าวโทษบรรดาแกนนำครบถ้วน

ฝ่ายแกนนำนปก.ก็รู้สึกว่านายกอภิสิทธิ์ท้าทาย จึงเป็นที่มาของการเริ่มชุมนุมของบรรดากลุ่มคนเสื้อแดงอีก

รู้ได้ว่า นายกอภิสิทธิ์ พลิกจากมวยได้เปรียบ มาเป็นมวยรอง นำพาประเทศชาติตกเป็นรองฝ่ายอวิชชาชาติ หรือตัวเองก็เป็นฝ่ายอวิชชาเช่นเดียวกับเขา

ฝ่ายแกนนำนปก.ก็รู้สึกว่านายกอภิสิทธิ์ท้าทาย จึงกลับมาชุมนุมในเวลาอันรวดเร็ว มีสื่อทีวี มีสื่อสิ่งตีพิมพ์ ปลุกระดมเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดความแตกแยกทางความเชื่อมากขึ้น ทุกระดับชั้น ทั่วประเทศ มีกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองเข้า นักการเมืองท้องถิ่น กลุ่มล้มล้างสถาบัน กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ เข้าร่วมกลุ่มนปก.มากขึ้น 

ก่อให้เกิดปัญหาบานปลายรุนแรง อย่างที่เห็นได้ทุกวันนี้ ต้องถือว่าเป็นผลมาจากวิสัยทัศน์ปรัชญาของนายกอภิสิทธิ์โดยตรง


โรดแมพที่ 2 (2553)  มีสาระดังนี้
1. การเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์โดยทุกฝ่าย
2. การปฏิรูปประเทศเป็นหัวใจการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรม การสร้างความเท่าเทียมกัน
3. ข่าวสารที่นำเสนอไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง โดยมีกลไกอิสระควบคุม
4. คณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ความไม่สงบทุกกรณี
5. แก้ปัญหาทางการเมือง กลไกให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย แก้ไขรัฐธรรมนูญ

กำหนดวันเลือกตั้ง วันอาทิตย์ 14 พฤศจิกายน  2553
(สรุปโดย ชัยวัฒน์ สุรวิชัย)

จะเห็นได้ว่าสาระโรดแมพของการแก้ปัญหาปี 2553 คล้ายกับปี 2552

รัฐบาลพยายามที่จะแก้ปัญหา ที่ตนเองมีส่วนก่อให้เกิดการบานปลายที่รุนแรง แบบไม่เต็มใจ หรือแบบขายผ้าเอาหน้ารอด หรือพอให้ผ่านพ้นไปวันๆ กระทั่งมีการประกาศพรก.ฉุกเฉินร้ายแรงที่สุด มีศอฉ. ไม่ช่วยเป็นผลในทางปฏิบัติ  มีการฮึดแก้ปัญหาเป็นพักๆ แต่ล้มเหลวทุกครั้ง ไม่ว่าการขอพื้นที่คืนจากกลุ่มผู้ชุมนุมวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่มีคนตาย 25 คน คนเจ็บ 868 คน การพยายามจับแกนนำ 3 คน ที่โรงแรมเอสซีปาร์คก็ล้มเหลว การป้องกันพื้นที่ย่านสีลมก็มีการตายและเจ็บ มีการบุกเข้าไปตรวจค้นภายในตึกโรงพยาบาลจุฬา แล้วก็ปิดเส้นทางเข้าออกรพ. กลุ่มคนที่อ้างตัวเป็นกลุ่มเสื้อแดงที่ต่างจังหวัด มีการตั้งด่านตรวจคนและรถที่ผ่าน แทนที่ตำรวจทหารตรวจสอบคนที่ผ่านไปมา กลายเป็นว่ากลุ่มคนเสื้อแดงตั้งด่านตรวจสอบตำรวจและทหารที่ผ่านไปมาแทน เรียก "ขอนแก่นโมเดล" มีการบุกไปเผาเรือเผาบ้านชุมชนราชธานีอโศก ฯลฯ 

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ติดกลุ่มผู้คิดล้มล้างสถาบัน

มีกลุ่มลุ่มผู้ก่อการร้าย และกลุ่มล้มล้างสถาบัน เพิ่มขึ้นมา 

หลักนิติรัฐถูกละเมิด ใช้การไม่ได้

เกิดกลุ่มคนหลายสี และการกลับมาของพธม.

รัฐบาลมีความอ่อนแอต่อการใช้ ต่อการกำกับดูแลสื่อ

สรุปว่ารัฐบาลทำงานในส่วนความแตกแยกของคนในชาติน้อยมาก ส่วนที่ลงมือทำก็ล้มเหลว โดยสิ้นเชิง ผลที่สุด ก็ตามมาด้วยโรดแมบ 5 รายการ

ที่ผ่านมาล้มเหลวทุกเรื่อง แล้วเชื่ออย่างไรว่า โรดแมบ 5 ประการ ของปี 2553 จะไม่ใช่โรดแมบสู่นรกอเวจี

เท่าที่ติดตามกระแสหลักในสังคม ตลอดเดือนเมษายน 2553 ที่สะท้อนออกมาตามโหวตในรูปแบบต่างๆ ใน 2 เรื่องหลักคือ

1) ไม่ให้ยุบสภา
2) ให้สลายการชุมนุม

ปรากฎว่านายกอภิสิทธิ์ ทำไม่ได้แม้แต่ข้อเดียว คือมีจะการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ และไม่มีการสลายการชุมนุม (ตามกระแสหลักเสนอ)

มีเสียงสะท้อนว่า นายกอภิสิทธิ์ ทำตามข้อเสนอของบรรดานายทุนไม่กี่ตระกูล ที่มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ที่ธุรกิจของพวกเขาเสียหาย ทำอย่างไรก็ได้ ให้เลิกชุมนุม

ประชาชนต้องมาก่อน ไม่มีความเป็นจริงแต่อย่างใด นายกอภิสิทธิ์ไม่เคยฟังเสียงชาวบ้านและประชาชนทั่วไป แต่อย่างใด

การปรองดองชาติ เกิดจากการตกลงกันในทางลับระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มแกนนำ เป็นเพียงการปรองดองระหว่างรัฐบาลและกลุ่มแกนนำ

ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกระแสหลักของสังคม กล่าวว่าเป็นการปรองดองของผลกลุ่มประโยชน์ ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของชาวบ้าน

มีการละเมิดกฎหมาย รุนแรงและกว้างขวาง หลักนิติรัฐล้มเหลวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีความตั้งใจที่จะใช้หลักนิติรัฐให้เกิดความเป็นธรรม แล้วการปรองดองชาติจะเกิดได้อย่างไร แล้วยังคิดปรองดองกับผู้ที่ละเมิดกฎหมายอีก ประหนึ่งว่านำความดีไปรวมกับความชั่ว เอาความถูกต้องไปรวมกับความผิด เรื่องเช่นนี้จะเป็นกลยุทธการปรองดองชาติที่ดีได้อย่างไร

หลักนิติรัฐใช้การไม่ได้ การปรองดองที่ไม่ได้มาจากความรู้ความเข้าใจ ประเทศชาติประชาชน ไม่ได้อะไร เป็นซุกขยะไว้ใต้พรมเพิ่มขึ้นอีก

ปัญหามีมาต่อเนื่องทุกรัฐบาล นับเป็นเวลา 78 ปีแล้ว มาจากการแย่งอำนาจและแย่งผลประโยชน์ของคนระดับบน โดยเอาพ่อหลวง ประเทศชาติ ประชาชนมาเป็นข้ออ้าง และเอาชาวบ้านมาเป็นเหยื่อ

รัฐบาลชวน-2 ล้มเหลว เป็นที่มาของรัฐบาลทักษิณ รัฐบาลใดมา ก็ล้วนแต่ซ้ำเติมปัญหาให้ชาติ

นายกบอกให้คนไทยอดทน ทนจนเหลืออดแล้ว อดทนแล้วกลับได้โรดแมบปรองดองกับคนทำผิดกฎหมาย หรือปรองดองกับโจร นี่หรือคือผลตอบแทนจากการอดทน

โรดแมบปี 2552 ก็เห็นแล้วว่า ก่อให้เกิดปัญหาบานปลาย เกิดความเสียหายมากแค่ไหน

ดูเนื้อหาสาระของโรดแมบปี 2553 แล้ว ไม่ได้ต่างจากโรดแมบปี 2552

โรดแมบปี 2553 ก็จะเกิดความบานปลายต่อเนื่อง แบบไม่รู้จบ ซึ่งอาจจะรุนแรงและเลวร้ายมากกว่าเดิม ต่อเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองไทย

....................................................................................
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ท
http://twitter.com/indexthai

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net