วันที่ พุธ พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประวัติหลวงพ่อปลื้ม วัดสวนหงส์ บางปลาม้า สุพรรณบุรี (๑๖)


๗. วิธีเล่าเรื่อง เล่าเรื่องเทียบคียง โดยปกติ หลวงพ่อจะสอนแล้วยกนิทาน/ชาดกมาประกอบได้อย่างกว้างขวาง ไม่อับจนนิทาน/ชาดกที่จะนำมาเล่าสอนใจศิษย์ ให้นำไปคิด นำไปพิจารณา หลวงพ่อมีความฉับไวเป็นเอก ในการดึงเอาชาดกและเรื่องราวในพระไตรปิฎก มาสอนเทียบเคียงกับคำถามของศิษย์ เช่น

ข้าพเจ้านมัสการถามหลวงพ่อ เกี่ยวกับเพื่อนคนหนึ่งเขาบอกว่า เรื่องศีล ถ้าแค่คิด ยังไม่ทำตามที่คิด อย่างนี้ไม่ผิด ? หลวงพ่อเมตตาให้คำอธิบายว่า... มิจฉาทิฏฐิ เห็นผิด จึงทำให้คิดผิด ก่อให้พูดผิด แล้วทำผิด พระเทวทัตเห็นผิด จึงคิดผิดอยากจะแทนพระพุทธเจ้า พูดผิดยุแยงพระเจ้าอชาตศัตรู จนทำผิดให้พระเจ้าอชาตศัตรูฆ่าพระบิดา... ไปอธิบายให้เขาฟัง เอาแสงสว่างจากหลวงพ่อไปถามเขาว่า เขาห้ามใจเขา ไม่ให้คิดอย่างนั้นได้ไหมล่ะ ?

หลวงพ่อเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้ฟังว่า... หลวงพ่อจะเล่าเรื่องขันที่ฟังมา  ให้ฟัง... ในพระอุโบสถ คนเห็นพระพุทธรูปถูกแดดส่อง จึงเอาผ้าขี้ริ้วบังแดดให้ แล้วออกไป อีกคนเข้ามาเห็น ว่าผ้าขี้ริ้วอยู่สูงกว่าพระพุทธรูป ไม่เป็นการเหมาะสม ก็ดึงออก

๘.วิธีชักนำให้ใส่ใจธรรมะ

คณะญาติโยมและกลุ่มศิษย์ที่ไปกราบถวายเพลหลวงพ่อทุก ๆ วัน และวันละหลาย ๆ คนไม่ขาดนั้น จะจัดเป็น ๓ ความประสงค์ใหญ่ ๆ คือ กลุ่มหนึ่งมีทุกข์ มากราบขอความช่วยเหลือทางใจ อีกกลุ่ม ต้องการโชคลาภทางทรัพย์สิน มารอตัวเลข ซึ่งกลุ่มนี้จะมารอในช่วงวันหวยออกและวันก่อนหวยออกหนึ่งหรือสองวัน ส่วนกลุ่มสุดท้ายต้องการความก้าวหน้าทางธรรม หลวงพ่อไม่เลือกที่จะเอื้อให้เฉพาะศิษย์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ท่านจะเมตตาเอื้อให้แก่ศิษย์ทุกกลุ่มและทุกคน

ในเรื่องหวยนี้ หลวงพ่อจะเมตตาเฉพาะศิษย์ที่ใกล้ชิด และมีทุนเก่าที่จะเรียกคืนได้ตามโอกาส ถ้าเป็นญาติโยมทั่วไปที่ไม่รู้ มาถึงก็กราบหลวงพ่อขอเลขบ้าง ขอโชคบ้าง หลวงพ่อก็จะเมตตาสอนด้วยการดุการเตือนกลับไป เพื่อให้ตระหนักถึงโทษว่า... ไม่เอา เรื่องการพนันไม่ใช่ของดี ให้ตั้งหน้าทำมาหากิน ไปเอาน้ำมนต์กินไล่ผี ผีการพนันเสีย และอีกครั้งที่ข้าพเจ้าได้ยิน... โชคลาภ แก้วแหวน เงินทอง จะเอาไปทำไม มันนำแต่ทุกข์มาให้ เอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้อยู่กับตัวดีกว่า ไม่ว่าจะนั่ง กิน ดื่ม ทำ พูด คิด ให้อยู่กับ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นโชคลาภที่ควรหา ให้นึกไว้ว่า วันนี้โชคดี ที่ได้มากราบพระพุทธ และกับอีกหลาย ๆ ครั้ง หลวงพ่อจะย้ำบอกไปว่า... หลวงพ่อไม่ใช่พระใบ้หวย

ศิษย์ใกล้ชิดจะรู้ว่าควรทำตัวเช่นไร เขาจะไม่เอ่ยปากขอจากหลวงพ่อตรง ๆ แต่จะตั้งจิตมาจากบ้าน มาถึงวัดก็นั่งตั้งใจฟังหลวงพ่อสอน เพื่อจะจับเป็นตัวเลข ซึ่งเป็นจังหวะที่ใครจะมีโอกาสก็จะได้ตัวเลขไป เช่น

วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๑ ตอนเพล หลวงพ่อฉันแล้วสั่งว่า... เอาลงไปกิน กิน ๆ เลือกที่ชอบใจกิน

วันที่ ๓๑ มีนาคม พงศ.๒๕๔๑ ตอนเพล หลวงพ่อฉันแล้วบอกว่า... ที่ฉัน พิจารณาเป็นเพียงธาตุ ๔

งวดนี้ กลุ่มรอหวย ได้เลข ๙ กับ เลข ๔ แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ติดตามว่าที่เขาตีเลขกันครั้งนี้ถูกหรือไม่ ?

กลุ่มรอธรรม  ได้คำสอนเรื่องการกิน อย่าเลือกนัก อย่ากินแพง อย่าติดในรส เพราะเป็นเพียงธาตุ ๔ กินเข้าไปเพื่อบำรุงเลี้ยงสังขาร เข้าไปอยู่ในท้องแล้วก็ปะปนกันไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

กลุ่มรอหวย จะคอยฟังทุกเรื่องที่หลวงพ่อเล่าด้วยความจดจ่อตั้งใจ แล้วเอามาทบทวนเป็นตัวเลข เขาจะแม่นยำในเรื่องที่หลวงพ่อเล่า แต่ไม่แจ้งใจ เพราะมุ่งไปที่ตัวเลข แต่ต่อไปภายหน้า เมื่อปัญญากล้าขึ้น เขาจะสามารถเข้าใจได้ สามารถที่จะดึงคำสอนของหลวงพ่อที่เขาจดจำจนขึ้นใจเหล่านั้น มาทบทวนเป็นธรรมะสอนตัวเขาเองได้ไมยาก เพราะคำสอนของหลวงพ่อจะวนเวียนอยู่ในเรื่องกรรมฐาน และในเรื่องราวจากพระไตรปิฎก ไม่หลุดไปจากนี้ นี่เอง !  คืออุบายวิธีสอนธรรมะของหลวงพ่อสำหรับกลุ่มรอหวย

ตามความเข้าใจของข้าพเจ้า เหตุที่หลวงพ่อไม่เปิดโอกาสเรื่องตัวเลขให้แก่ญาติโยมทั่วไป เพราะญาติโยมเหล่านั้นจะมาเพียงครั้งคราวแล้วก็ผ่านไป ไม่เปิดโอกาสให้หลวงพ่อได้ติดตามอบรมสั่งสอน หากหลวงพ่อสงเคราะห์ เขาก็จะลุ่มหลงพาตัวเองสู่เส้นทางวิบัติ หลวงพ่อจึงใช้วิธีขนาบดุอย่างรุนแรง เพื่อให้เขาได้เห็นชัดถึงโทษและผลที่จะได้รับ จะได้กลับตัวทัน ผิดกับศิษย์ใกล้ชิด ที่จะมากราบหลวงพ่อเป็นประจำ ก็จะได้ยินคำสอนซ้ำ ๆ บ่อย ๆ ย่อมซึมซับไว้ได้มากขึ้นเป็นลำดับ พอที่หลวงพ่อจะค่อย ๆ ดึงเข้าสู่ทางธรรมได้ในโอกาสต่อไป หรือหากไม่มีหลวงพ่อแล้ว เมื่อถึงโอกาสของเขา เขาก็จะเข้าทางธรรมได้ไม่ยากจนเกินไป แม้เข้าทางธรรมไม่ได้ แต่เมื่อถึงคราวคับขัน เขาอาจจะระลึกถึงและดึงเอาคำพูดคำสอนของหลวงพ่อ ออกมาใช้แก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ ซึ่งหลวงพ่อจะเตือนเสมอไม่ให้ลุ่มหลงในตัวเลข เช่น มีศิษย์คนหนึ่งมากราบนมัสการเรื่องความฝัน หลวงพ่อจะตักเตือนทันทีว่า... ให้โยงฝันเข้าหาธรรมะ  อย่าโยงเข้าหาตัวเลข เป็นการพนัน

๙.วิธีตอบคำถาม ยกตัวอย่างประกอบ แก้ไขคำพูด เช่น

ข้าพเจ้า ทุกสิ่งอย่าง ดิ้นรนอยู่ด้วยกรรม

หลวงพ่อ ดิ้นรนทำกรรม เช่นพระเทวทัต มันมีทั้ง ดิ้นรนที่จะทำกรรมดี ดิ้นรนที่จะทำกรรมชั่ว

ข้าพเจ้า    กรรมคือเครื่องร้อยรัดผูกพัน

หลวงพ่อ พระเทวทัตตกนรก เท้าถูกตรึงอยู่ในพื้นถึงตาตุ่ม มือถูกตรึงอยู่กับฝาผนังถึงข้อมือ ตรงส่วนหัวถึงหน้าผาก

ข้าพเจ้า ตัดกรรม ไม่ทำกรรมชั่ว กรรมดีทำ แต่ตัดได้ด้วยการ ไม่หวังผลในการกระทำ เช่นหลวงพ่อเมตตาสั่งสอนโดย ไม่หวังผลจากศิษย์

หลวงพ่อ สิ่งตอบแทน

อีกตัวอย่างหนึ่ง

ข้าพเจ้า    ทำไมครูบาอาจารย์จึงไม่ใช้อิทธิบาท ๔ ให้อายุยืน ละสังขารไปทีละองค์สององค์

หลวงพ่อ เราเป็นปุถุชน ไม่รู้ความรู้สึกของพระอรหันต์ ท่านไม่อยากแล้ว ตัวตัณหาท่านละแล้ว

ข้าพเจ้า ทำไมท่านไม่คิดเมตตาที่จะทรงสังขารอยู่ เพื่อดึงคนเข้าพบพระพุทธศาสนา ให้คนปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

หลวงพ่อ เมื่อพระสารีบุตรนิพพาน พระอานนท์ร้องไห้ พระพุทธเจ้าถามถึงสาเหตุ พระอานนท์ทูลตอบไปว่า เมื่อพระสารีบุตรยังอยู่ ยังได้ฟังธรรมเป็นที่เบิกบานใจ พระพุทธเจ้าจึงถามว่า เมื่อพระสารีบุตรนิพพาน ธรรมะสูญหายตามไปด้วยหรือไม่ ? พระอานนท์ตอบว่า ไม่

ข้าพเจ้า หากใช้อิทธิบาท ๔ เพื่อความมีอายุยืนยาว สังขารจะเป็นเช่นไร ?

หลวงพ่อ ให้คาดคะเนเอาใช่ไหม ? หลวงพ่อจะเล่าเรื่องโบราณ ไม่ค่อยมีคนเล่า ให้ฟัง มีพระอยู่องค์หนึ่ง ท่านไปไหน ท่านจะหาบขี้วัวขี้ควายแห้งไปด้วย ใครก็ว่า พระบ้า ก็เพราะทำอะไรไม่เหมือนคนอื่นเขา คนทำอะไรไม่เหมือนคนอื่นเขา เขาว่าบ้า

๑๐.วิธีใช้อุปกรณ์ของจริงสาธิตให้ดู เช่น

หลังฉันเพลแล้ว หลวงพ่อฉันกล้วยน้ำว้าสามลูก แล้วแยกกล้วยที่เหลือ เอาเปลือกกล้วยและกล้วยที่สุกงอมจนเละออกมา สั่งให้อาจารย์ลักขณาเอาถุงมาใส่ จากนั้นหลวงพ่อจัดกล้วยที่ลูกยังสวยอยู่ใส่อีกถุง มีถุงไม่พอ ท่านจึงเทกล้วยงอมเละและเปลือกกล้วยออกจากถุงลงไปข้างกุฏิให้ไก่กิน ส่งถุงเปล่าให้อาจารย์ลักขณาใส่กล้วยที่เป็นหวี แล้วให้วางทั้งสองถุงไว้ต้ตู้พระธรรม จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า... กล้วยที่ไม่สวย ก็คัดแยกออกไปแล้ว เหลือแต่กล้วยที่สวย พระพุทธเจ้าตรัสสอน ให้พิจารณาสังขารร่างกายว่า มันไม่สวย ไม่งาม เน่าเหม็น ก็แปลกนะ พระพุทธเจ้าเอาร่างกายที่สวยงาม มาสอนว่าไม่สวย ไม่งาม  ข้าพเจ้านมัสการหลวงพ่อตามภาพที่เห็นหลวงพ่อแสดงว่า... พิจารณาแยกสังขารที่ไม่งามออกมาเรื่อย ๆ เหมือนหลวงพ่อแยกกล้วย ก็จะเหลือแต่ความงาม เหมือนกล้วยในถุง กล้วยในถุงที่สวยงาม ที่หลวงพ่อคัดออกมาแล้วนั้น ต่อไปก็จะต้องเน่าเหม็น ไม่สวย ไม่งาม ก็ต้องถูกคัดทิ้งไป จนกระทั่งไม่มีอะไร ว่างเปล่า

วิธีสอนที่กล่าวมาแล้ว และกับอีกหลาย ๆ วิธีสอนที่เกินความสามารถของข้าพเจ้าที่จะนำมากล่าวได้... สืบเนื่องมาจากปฏิภาณไหวพริบที่ปรากฏมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ ซึ่งหลวงพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า... ตอนเป็นเณรอยู่ที่วัดน้อย หลวงพ่อเด็ดดอกจำปี เพื่อน ๆ ว่าจะต้องถูกตี หลวงพ่อก็คิดว่า ทำอย่างไรจะไม่ถูกตี ? ก็เอาดอกไม้ไปถวายพระที่จะตีนั่นแหละ ท่านก็ถามว่าชอบไหม ? หลวงพ่อตอบท่านไปว่าชอบ ท่านบอกว่าชอบก็เอาไป เป็นอันไม่ถูกตี... เพราะปฏิภาณไหวพริบในการคิดค้นวิธีการและการโต้ตอบที่เฉียบคมทันควันนี้ ส่งผลให้หลวงพ่อปลื้มมีกลวิธีที่แยบคายในการปรับเปลี่ยนวิธีอบรมสั่งสอนศิษย์ได้อย่างไม่รู้จบ

.

หลักธรรมของพระพุทธองค์

ย้อนความทรงจำจากคำกล่าวสอนของหลวงพ่อปลื้ม

เรียบเรียงโดยอาจารย์วสันต์ กัลย์จารึก

เสริมสร้างกำลังใจกำลังกายด้วยสมาธิ พยายามรักษาจิตและกายให้เสื่อมช้า รักษาใจอย่าพ่ายแพ้ต่ออารมณ์ที่มารบกวน พยายามค้นหาความสุขที่แท้จริง  พยายามหลีกเลี่ยงความสุขที่เกิดจากการปรุงแต่ง  ดำรงตนอยู่ด้วยความพอดี คิดค้นความพอดีเหตุให้เกิดความสุข  สร้างความสบายกายและใจให้พอดี รักษาสันโดษให้สม่ำเสมอ พอใจในสิ่งเฉพาะหน้า รู้จักปล่อยวาง  รำลึกเสมอว่าทุกสิ่งเป็นธรรมดา มองโลกในแง่ดี พูดจาอ่อนหวานและเสริมสร้างประโยชน์แก่ผู้ฟัง มองสิ่งรอบตัวเราให้เป็นครู เมื่อใจสงบกายก็เย็น พยายามนึกว่าธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ทำใจให้เข้าถึงธรรมะอย่างแท้จริง  เดินทางสายกลาง ใช้ธรรมะเป็นแสงสว่างทางใจ มีจิตใจสุขโดยไม่ได้ปรุงแต่ง  รู้เท่าทันต่อสิ่งทั้งปวง เรียนรู้หลักเกณฑ์เพื่อความอยู่รอดในสังคม โอนอ่อนผ่อนตาม ลดทิฏฐิมานะ ให้รู้ว่าสรรพสิ่งมีความเปลี่ยนแปลง ใช้ธรรมะพิจารณาสิ่งที่อยู่รอบตัว ขจัดความทุกข์จากการปรุงแต่ง หาความสงบจากธรรมชาติ หาความสุขที่เกิดจากวิเวกและจำไว้ว่าสุขใดยิ่งกว่าความสงบไม่มี  อามิสสุขความสุขที่ต้องอาศัยเครื่องจูงใจ ทำใจให้มีความสงบทุกสถานที่ ตั้งสติควบคุมสภาพจิตใจให้คงที่ รักษาใจให้มั่นคง มีชีวิตอยู่ในโลกอย่างสงบสุข หมั่นควบคุมอารมณ์ของตนเอง เตรียมตัวในการรับการกระทบจากสิ่งต่าง ๆ ไว้เสมอ สติในการกำหนดรู้  เรียนรู้กฎของธรรมชาติ  ตอบรับธรรมชาติด้วยหลักการของธรรมะ  ใช้ธรรมะต่อสู้กับปัญหาชีวิต  ต้องรู้ว่าตัณหาต้นเหตุของการเกิดทุกข์ ค้นหาหลักธรรมเพื่อการหลุดพ้นจากความทุกข์ ใช้กำลังใจตนเองยกตนขึ้นจากหล่มแห่งความทุกข์ ใช้ธรรมะเป็นแสงสว่างนำทางให้ชีวิต  ช่วยเหลือและพึ่งตนเอง ควรรู้ว่าตัวต้นเหตุของทุกข์ทั้งปวงเกิดจากความยึดถือ ควรใช้สติปัญญาเป็นเครื่องควบคุมจิตใจ พยายามอยู่อย่างผู้ชนะตนเอง...

 

ดิฉันขอฝากประวัติหลวงพ่อปลื้มไว้
เพื่อผู้ที่สนใจและสะสมวัตถุมงคลของหลวงพ่อ
จะได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมในส่วนประวัติของท่าน
นอกเหนือจากความเป็นเกจิอาจารย์ที่ผู้คนภายนอกมองเห็น
ในส่วนภายในที่แท้จริงของหลวงพ่อนั้น
ท่านเป็นครูกรรมฐานที่เสียสละและทุ่มเทเวลาทั้งหมดของชีวิต
ให้กับการอบรมสั่งสอนกรรมฐาน

ประวัติของหลวงพ่อที่นำมาเผยแพร่นี้
รับฟังมาจากคำบอกเล่าของหลวงพ่อ  ญาติ  ศิษย์  และผู้ที่เคยรู้จักหลวงพ่อ
เมื่อเรียบเรียงแล้วได้นำไปอ่านถวายท่าน
เพื่อป้องกันความผิดพลาดและไขว้เขวของเนื้อความ

เรียนท่านผู้อ่านมาด้วยความเคารพ
ผู้เรียบเรียง

โดย อักษราภรณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net