วันที่ พฤหัสบดี พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จตุพร ปากดี หยาม... ศอฉ.แค่ขู่อย่างเดียว








เวลา 14.40 น. วันที่ 13 พฤษภาคมนายจตุพร  พรหมพันธุ์ ขึ้นเวทีปราศรัยสี่แยกราชประสงค์ว่า  เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ตนทราบมาว่าศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้ไปยื่นเรื่องต่อศาลอาญา ร้องขอปิดสัญญาณโทรศัพท์มือถือห้วงละ   6 ชั่วโมง ที่สี่แยกราชประสงค์แล้ว ซึ่งตนอยากให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประกาศมาให้ชัดเจนเลยว่าวันที่ 14 พ.ย.ไม่มีความหมาย พวกตนก็จะได้ประกาศเหมือนกันว่าจะชุมนุมต่อไปจนกว่านายอภิสิทธิ์ จะพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และหากไม่มีความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้ง เราก็จะชุมนุมยืดเยื้อ ไม่มีวันจบ เช่นเดียวกัน  เมื่อนายอภิสิทธิ์ ผิดคำพูดเรื่องวันเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้ง 14 พ.ย.ไม่มีความหมาย และรัฐบาลก็ทำเหมือนว่า การมอบตัวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีก็ไม่มีความหมาย หากวันนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังเสี่ยงทายด้วยการเลือกกินเลือด คุณก็ต้องมีจุดจบเช่นเดียวกัน


“การที่รัฐบาลประกาศสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงวันนี้นั้น ขอบอกเลยว่าพี่น้องของเราไม่ได้รู้สึกกลัวตาย หากทหารมาเร็ว พี่น้องของเราก็จะตีโอบทหารเหมือนขนมชั้น นอกจากนี้ยังพบว่ารัฐบาลสั่งเตรียมชุดแม่นปืนไว้ 40 คนแล้วก็ยังมีอีกชุด 1 วางแผนที่จะเผาห้างบริเวณนี้เพื่อความชอบธรรม ดังนั้นขอเตือนเจ้าของห้างทั้งเซ็นทรัล เวิร์ล และเกษรพลาซ่า เอาไว้เลยว่าให้ระวังไอ้พวกชุดเขียวให้ดี วันนี้วันพืชมงคล แต่มีสัตว์ไม่มงคล โผล่มา ซึ่งมันเป็นควายที่เสี่ยงทายด้วยการกินเลือ ขอให้หยุดเสียที ศอฉ. ที่พวกเรียกมันว่าศูนย์อำเฉยๆ เพราะที่ผ่านมามันขู่อย่างเดียว ไม่ทำอะไรเลย แม้วันนี้จะมีการเคลื่อนพลเพื่อดำเนินการจริง ก็ขอให้พี่น้องยืนหลักให้มั่น แล้วเราจะไม่มีทางที่จะแพ้พ่าย ขอให้ศรัทธาในการต่อสู้ หากทหารเคลื่อนพลบุกเข้ามาเมื่อไร คนเสื้อแดงในต่างจังหวัดทุกที่ และกรุงเทพฯ ก็จะลุกฮือขึ้นพร้อมๆ กัน” นายจตุพร กล่าว 

 

"ณัฐวุฒิ"เล็งหารือแกนนำ รับมือทหารส่งรถหุ้มเกราะปิดล้อมเย็นนี้

 

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 13 พ.ค. ที่สี่แยกราชประสงค์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวถึงการที่ ศอฉ.ระบุในเวลา 18.00 น. จะส่งทหารติดอาวุธกระสุนจริง พร้อมนำรถหุ้มเกราะเข้ามาปิดล้อมกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อไม่ให้มีการเพิ่มจำนวนผู้ชุมนุม ว่า นปช.ยืนยันว่าสถานการณ์ขณะนี้สัญญาณของความสันติภาพ แต่หากรัฐบาลจะให้เป็นสถานการณ์สงคราม และจะส่งทหารมาปราบปรามก็เชิญ เพราะวันนี้เรามีข้อเรียกร้องเดียวคือให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเท่านั้น ไม่มีข้อเรียกร้องอื่นเพิ่มเติม เพราะการที่นายสุเทพเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่ง่ายกว่ารัฐบาลจะมาสลายการชุมนุม อย่างไรก็ตาม เราจะพยายามรักษาสันติภาพเอาไว้ แต่ถ้ารัฐบาลจะเล่นสงครามเราก็พร้อมสู้โดยสันติวิธี แต่ทั้งนี้ตนยังสงสัยว่ารัฐบาลจะสลายการชุมนุมตามหลักสากลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารถถังหุ้มเกราะที่เข้ามานั้นในช่วงเย็นจะกลายเป็นงานวันเด็กที่รัฐบาลเอารถถังมาจอดโชว์ ซึ่งแกนนำจะมีการซักซ้อมความปลอดภัยของการชุมนุมด้วย ทั้งนี้ในเวลา 18.00 น.ทางแกนนำจะมีการหารือเพื่อซักซ้อมด้านความปลอดภัยเพื่อรับมือจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมด้วย

 

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 10.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)-แดงทั้งผ่านดิน แถลงที่หลังเวทีการชุมนุมสี่แยกราชประสงค์ ถึงท่าทีของกลุ่มคนเสื้อแดงต่อการประกาศเริ่มกระบวนการจัดการพื้นที่การชุมนุมของรัฐบาล ว่า เวลานี้ข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงที่สำคัญ มีเพียงข้อเดียวคือการทวงความยุติธรรมให้กับประชาชน 20 กว่าชีวิตที่สูญเสียไปจากการสั่งการให้สลายการชุมนุมของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 เมษายน  ดังนั้น มติที่ประชุมแกนนำ นปช. จึงขอเรียกร้องในจุดนี้และขอตั้งคำถามไปถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าคดีการสลายการชุมนุม 10 เมษายนนั้นเป็นคดีพิเศษแล้วหรือ ซึ่งล่าสุด นายธาริต เพ็งดิษฐ อธิบดีอดีเอสไอ ระบุว่า คดีการสลายการชุมนุมนั้นเป็นคดีพิเศษแล้วตามกฎหมาย ก็เกิดคำถามตามมาว่านายสุเทพ เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้แล้วหรือไม่ เพราะการไปปรากฎตัวที่ดีเอสไอของนายสุเทพนั้นชัดเจนว่ามีลักษณะเป็นการตรวจราชการของรองนายกรัฐมนตรี โดยไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาและดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด เพราะถ้าเป็นคดีพิเศษแล้วดีเอสไอก็ต้องออกหมายเรียกและนายสุเทพ ก็ต้องไปรายงานตัวกับดีเอสไอ คดีใช้ จ้างวานฆ่าประชาชน ซึ่งถ้ากระบวนการยุติธรรมยังไม่เกิด รับรองว่าพวกตนจะไม่มีทางจบ และไม่ยุติการชุมนุม เพราะเราไม่ทราบว่าจะไปตอบวิญญาณผู้เสียชีวิต 20 กว่าศพอย่างไร


นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คดีใช้และจ้างวานฆ่าประชาชนต้องมีผู้รับผิดชอบ หากมีการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ก็ต้องมีความผิดและมีผู้ต้องหา จากนั้นเมื่อสั่งฟ้องก็ต้องมีจำเลย และหากฟ้องไปจนถึงขั้นตอนของศาลพิพากษาออกมาก็ต้องมีผู้รับโทษ แต่ขั้นตอนที่นายสุเทพ ไปที่ดีเอสไอนั้นถือว่ายังไม่ได้นับหนึ่งในฐานะผู้ต้องหาเลย ซึ่งตนไม่ทราบว่าเพราะอะไรรัฐบาลจึงไม่ทำตามข้อเรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามกระบวนการของคนเสื้อแดงให้เป็นมาตรฐานขึ้นมา หากเปรียบเทียบกับการที่คิดจะตัดน้ำ ตัดไฟ และตัดสัญญาณโทรศัพท์ บริเวณพื้นที่โดยรอบแยกราชประสงค์ และใช้กำลังทหารออกมาเพื่อปราบปราบประชาชนนั้นร้ายแรงยิ่งกว่าการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ความยุติธรรมอยู่แล้ว หรือรัฐบาลคิดแต่เรื่องจะฆ่าประชาชนและเพิ่มจำนวนศพประชาชนบนท้องถนนตลอดเวลาอยู่แล้ว


“สำหรับเราชีวิตประชาชนที่ถูกฆ่าตายบนถนนเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องยุบสภา เรื่องการเลือกตั้งเป็นเรื่องเล็ก ซึ่งเราขอเรียกร้องให้หยุดคิดที่จะปราบปรามประชาชนแล้วมาทุ่มเทให้กับการปฏิบัติตามหนทางที่จะสร้างความยุติธรรมให้ประชาชนจะดีกว่า ขณะนี้เริ่มมีกระแสข่าวว่านายอภิสิทธิ์ เตรียมตัดสินใจยกเลิกวันเลือกตั้ง 14 พ.ย. เพราะคนเสื้อแดงไม่ยอมรับเงื่อนไขการปรองดอง ซึ่งเราขอเตือนว่า นายอภิสิทธิ์ อย่ามาทำตัวเป็นนักฉวยโอกาส ด้วยการใช้สถานการณ์นี้เป็นข้ออ้างในการยกเลิกสิ่งที่ได้แถลงเอาไว้ ซึ่งถ้านายอภิสิทธิ์ ประกาศยกเลิกวันเลือกตั้งก็แสดงความชัดเจนในสิ่งที่นายอิภสิทธิ์ คิดมาตลอด คือการรอเวลาหาเงื่อนไขยกเลิกสิ่งที่เคยประกาศออกมาตลอดเวลา เพราะอาการวันนี้นายอภิสิทธิ์ เหมือนคนจะเอาหมดทุกอย่าง ทั้งเลิกวันเลือกตั้งและเข้าปราบปรามคนเสื้อแดง ด้วยการบอกว่าคนเสื้อแดงมีเงื่อนไขหยุมหยิมแล้วล้มกระดานทั้งหมด” นายณัฐวุฒิ กล่าว


นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า นอกจากนี้ตนทราบมาว่า พ.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยึดสนามบิน ได้สรุปสำนวนการสอบสวนและเสนอ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขออนุมัติหมายจับแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งเพิ่งมีความคืบหน้าหลังเวลาผ่านมาถึงปีครึ่ง แต่กรณีของคนเสื้อแดงที่เพิ่งเกิดเหตุการณ์ขึ้นกลับมีการอนุมัติออกหมายจับคดีก่อการร้ายอย่างรวดเร็ว จึงขอให้ พล.ต.อ.ปทีป ดำเนินการอย่างเต็มที่ด้วยการไม่ลงนามอนุมัติให้ออกหมายจับแกนนำพันธมิตรฯ เพื่อจะได้มีความตื่นเต้นในการอยู่ในตำแหน่งรักษาการ ผบ.ตร.บ้างแต่ที่สำคัญคือพอมีข่าวว่าจะมีการอนุมัติหมายจับแกนนำพันธมิตรฯ ก็มีข่าวออกมาทันทีว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ เตรียมจะออกรายการโทรทัศน์ในวันศุกร์ที่ 14 พ.ค.นี้ ซึ่งเข้าใจว่าจะเป็นการออกรายการทีวีเพื่อแฉเรื่องราวภายในรัฐบาล ซึ่งไม่ทราบว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ จะทำอย่างไรกับหมายจับแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ในขณะที่บิดาของรัฐบาล กำลังแฉข้อมูลภายในของรัฐบาลเอง 


นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้คนเสื้อแดงที่ถูกทหารดักทำร้ายตามด่านต่างๆ นั้นกำลังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นรายวัน เพราะล่าสุดสมาชิกคนเสื้อแดง ชื่อนายบัญญัติ นิชากรณ์ ชาวจ.อุดรธานี ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารทำร้ายร่างกายโดยไร้เหตุผลและมนุษยธรรม บริเวณแยกเจริญผล ในช่วงคืนวันที่ 12 พ.ค. ซึ่งก็ต้องถามไปยังนายอภิสิทธิ์ ว่าในขณะที่ประชาชนเรียกร้องความยุติธรรมนั้นรัฐบาลก็ก็สร้างความอยุติธรรมตลอดเวลาหรืออย่างไร ซึ่งวันหนึ่งเรื่องลักษณะนี้จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ซึ่งนายอภิสิทธิ์ นั้นจะต้องรักษาความยุติธรรม และถ้าทำไม่ได้พวกตนก็ไม่จบ


“หาก ศอฉ. ยังไม่ดำเนินการอะไรกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันแล้วแต่ วันนี้ ศอฉ.ก็ยังนิ่งอยู่ พวกเราก็ต้องกำหนดมาตรการการตอบโต้การที่คนเสื้อแดงถูกดักทำร้าย ซึ่งไม่ทราบว่ารัฐบาลเคยอ่านหนังสือเรื่องเขาบังคับให้ผมเป็นโจรหรือไม่ เพราะวันนี้เราไม่ทราบเลยว่าทหารที่มาตั้งด่านนั้นถูกสั่งให้มาดักทำร้ายคนเสื้อแดงหรือไม่” นายณัฐวุฒิ กล่าว


นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีกระแสความแตกแยกภายในแกนนำคนเสื้อแดง และนายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. เตรียมถอนตัวออกจากแกนนำหลังจากหายไปจากเวทีปราศรัยคนเสื้อแดงบริเวณสี่แยกราชประสงค์ 2-3 วันแล้วนั้นตนยืนยันว่าภายในแกนนำคนเสื้อแดงไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน และตนเองก็ยังโทรศัพท์พูดคุยกับนายวีระ เป็นประจำทุกวัน ซึ่งการที่นายวีระ ไม่ได้มาปรากฎตัวก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คนที่กรำศึกมาหลายวันจะต้องการการพักผ่อน เพราะตนขนาดเป็นคนหนุ่มยังป่วยและหลบหายไปจากเวทีปราศรัยเพื่อพักผ่อนและรักษาตัวมาก่อนหน้านี้ 2 วัน เชื่อว่าในวันที่ 13 พ.ค.นายวีระ จะมาปรากฎตัวยังเวทีปราศรัย 

 



ติดตามเรื่องราวดีๆได้ที่ WhO? Magazine ฮู แมกกาซีน 

ทุกวันที่ 1 และวันที่ 16 ของเดือน

http://www.whoweeklymagazine.com/





สมัครสมาชิก WhO? Magazine ฮู แมกกาซีน

วันนี้ รับเหรียญยันต์ 5 แถว หนุนดวง  

มูลค่า 1,000 บาท(ฟรี)



อบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ 

โทร.086-389-5835 

โทรสาร  02-654-7577 




โดย ท่านเจ้าคุณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net