วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เธอคือเยาวมิตร “มุกดากับสาหร่าย” และลูกหมี (๑)


                                                                                                              
“มุกดากับสาหร่าย” และลูกหมี  (๑)

ดวงแก้ว  กัลยาณ์

“มุกดากับสาหร่าย” เป็นนิยายเยาวชนเล่มแรกของฉัน  ฉันเขียนเรื่องนี้ขึ้นจาก
ความทรงจำในวัยเยาว์และแต่งแต้มจินตนาการหลากสีเพื่อให้โลกของสองพี่น้องแห่ง
หมู่บ้านริมทะเลเจิดจ้าขึ้น 

ทุกครั้งที่หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน  ฉันยังคงได้กลิ่นหอมของทะเล  ความอุ่นจาก
กายแม่  และรอยยิ้มสดใสของน้องสาว  เสียงหัวเราะ  หยดน้ำตา  ตลอดถึงอาณาจักร
กองขยะของเรา 

“หัวใจ” ฉันได้รับการเติมเต็มและเยียวยาจากตัวหนังสือที่  “ตัวเอง”เขียนขึ้น
และฉันก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ใครหลายคนบอกว่า พวกเขารัก “ตัวละคร”ของฉัน

“มุกดากับสาหร่าย” ได้นำพาหัวใจหลายดวงเข้ามาในชีวิต  หัวใจเหล่านั้นล้วน
อ่อนโยนในโลกของความจริง  และอ่อนเยาว์เสมอเมื่อท่องไปในโลกแห่งจินตนาการ
ส่วนใหญ่มักจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้ในช่วงที่เรียนอยู่ชั้นประถมฯ  และเมื่อเติบโตเป็น
ผู้ใหญ่ก็ยังระลึกถึงเรื่องราวของเด็กผู้หญิงสองคนนี้เสมอ

“ลูกหมี” ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รู้จัก “มุกดากับสาหร่าย” เธอบอกฉันว่าได้
อ่านตอนที่เรียนอยู่ชั้น ป.๔  เธอชอบ “มุกดา” มาก  และรู้สึกว่าเธอกับมุกดา
สามารถเป็น “เพื่อนรัก” กันได้
  ฉันฟังความรู้สึกที่เธอมีต่อตัวละครของฉัน
ด้วยรอยยิ้มและไม่คาดคิดว่าในเวลาต่อมา  เด็กผู้หญิงที่ชื่อ “ลูกหมี” จะกลายมา
เป็น “มิตรแท้”ในชีวิตของฉัน

เมื่อ ๑๒ ปีที่แล้ว  ฉันได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรที่โรงเรียนมัธยมฯ ในอำเภอแห่งหนึ่ง
ของ จ.สุราษฎร์ธานี  ฉันกับลูกหมี-นักเรียนชั้น ม.๓  จึงได้พบกันที่นั่น  หลาย
ปีต่อมา...ลูกหมีเขียนโปสการ์ดระลึกถึงวันแรกที่เราพบกันว่า...

“ป้ารู้ไหม  ป้าทำให้หมีรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพิเศษ  จากเด็กคนหนึ่งที่ผลักดันตัวเอง
เข้าสู่ค่ายวรรณกรรม (ทั้งที่ไม่เคยได้เขียนอะไรเลย!)เพียงเพราะชื่นชอบหนังสือ
ของนักเขียนคนหนึ่ง  หมีจึงอยากให้นักเขียนคนนั้นรับรู้ว่า หมีชื่นชอบและปลื้มเค้า
มาก และหมีก็รัก “มุกดากับสาหร่าย” มากด้วย...ความสุขของหมีจึงอยู่ที่การ
ได้ยื่นผ้าเช็ดหน้าลายลูกหมีให้นักเขียนคนนั้น และการที่พี่ดวงแก้ว (ป้าดวง ?)
หยุดแจกลายเซ็น แล้วฝ่าวงล้อมของแฟน ๆ (หนังสือ) ออกมาขอบใจและกอดหมี”

วันนั้น เด็ก ๆ หลายคนได้รับลายเซ็นและที่อยู่ของฉัน  แต่ลูกหมีไม่ได้! เพราะ
เธอต้องรีบไปขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับไปอีกอำเภอหนึ่ง  เราจึงไม่ได้ติดต่อกันเลย

เวลาล่วงผ่านไปอีกสามปี  ฉันกลับไปเป็นวิทยากรที่โรงเรียนอีกแห่งหนึ่งในจังหวัด
เดิม  แล้วจดหมายของลูกหมีก็เดินทางมาถึงมือฉันโดยน้ำใจของอาจารย์ที่พาเธอ
มาเข้าค่ายเมื่อครั้งก่อน  อาจารย์บอกว่าเธอเสียดายมากที่ไม่ได้มาเข้าค่ายในวันนี้
เพราะต้องไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยที่เธอสอบได้ แม้เราจะไม่ได้พบกันในวันนั้น 
แต่จดหมายของลูกหมีก็เป็นดั่งสายธารให้ความรู้สึกดี ๆ ของเราล่องไหลไปด้วยกัน 
การที่ฉันตอบจดหมายของเธอในครั้งนั้น  จึงเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่มากกว่า
ความชื่นชอบของนักอ่านที่มีต่อนักเขียน  และมากกว่าความยินดีที่นักเขียนมีต่อ
นักอ่านที่ชื่นชอบผลงานของตน เราเขียนจดหมายและโปสการ์ดถึงกันสม่ำเสมอ
ครั้นเมื่อมีโทรศัพท์มือถือ เราก็ส่งข้อความและโทร.ถึงกันบ่อย ๆ  ฉันไปเยี่ยม
ลูกหมีที่มหาวิทยาลัยเมื่อกลับไปเยี่ยมบ้านที่หาดใหญ่  ทุกครั้งที่เราสื่อสารหรือพบปะ
กัน  ฉันจะสัมผัสได้ถึง “ความรักความจริงใจ”ที่เธอมีให้ฉันเสมอ  ทั้งจากน้ำเสียง
หวานใส  ดวงตาแจ่มกระจ่าง  และรอยยิ้มเปิดเผยแบบเด็ก ๆ เมื่อเธอเข้ามาในชีวิต 
“เด็กคนนี้” โปรยหว่านแต่เมล็ดพันธุ์ดี ๆ ลงบนแผ่นดินใจของฉัน  ความรัก 
ความชื่นชม ความจริงใจ ความห่วงใย  ความเอื้ออารี ฯลฯ เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ได้เติบโต
เป็นต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา  และผลิดอกออกผลแก่ฉันในวันที่ล่วงเลยสู่วัยกลางคน

“และแล้ว ป้าก็ทำให้หมีรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่งดงามมาก  ป้าให้ความสำคัญกับหมี
อย่างที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับ  ป้าจะรู้ไหมว่าเด็กคนหนึ่งรู้สึกมีความสุขมากเมื่อป้า
บอกว่า หมีเหมือนน้องสาวของป้า  ป้ารู้รึเปล่าว่าหมีรู้สึกขอบคุณป้ามากแค่ไหน  หมีไม่
เคยรู้สึกโดดเดี่ยวเลย  ป้าสร้างแรงบันดาลใจหลาย ๆ อย่างให้หมี  หมีสัมผัสป้าได้จาก
สิ่งที่ป้าทำ  งานที่ป้าเขียน ทั้งความรัก ความดีงาม และความเศร้า  การได้รับในสิ่งที่ป้า
ให้  ยิ่งทำให้รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของหัวใจป้า  หมีเองก็อยากทำอะไรให้ป้าบ้าง อยาก
เป็นกำลังใจให้ป้า  หมีไม่แปลกใจเลยนะว่า ทำไมเราจึงรักและผูกพันกันได้มากขนาดนี้
เพราะว่าหัวใจที่แบ่งปันกันอย่างจริงใจไงคะ  ความรักมันจึงสะท้อนกันไปสะท้อนกัน
มา..เจิดจ้าอยู่ในหัวใจของเรา”

วันหนึ่งกลางเดือนมีนาคม  ฉันพาเธอไปที่บัวเก็บกระดูกของน้องสาวคนเดียวของฉัน 
ท้องฟ้าฤดูร้อนสวยสว่างด้วยสีฟ้าสด  และดอกเบญจมาศสีขาวช่อเล็ก ๆ ก็สวยเศร้าอยู่
ใต้แสงเทียนกลางแสงแดดบ่าย  ฉันบอกแก่น้องสาวในใจว่า “พี่พาลูกหมีมาให้รู้จัก
ไม่ต้องเป็นห่วงพี่แล้วนะ เพราะพี่มีลูกหมีคอยดูแล  พี่รู้สึกว่าลูกหมีเป็นน้องสาวของเรานะ
อืม...ความจริงลูกหมีก็รู้จักน้องบ้างแล้วจากนิยายของพี่น่ะ...” บอกแก่
น้องสาวได้แค่นี้...ฉันก็แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่  วันนั้น ฉันไม่รู้ว่าลูกหมีพูดคุย
อะไรกับ “สาหร่าย” บ้าง  แต่ฉันเห็นดวงตาของเธอเอ่อท้นไปด้วยน้ำใส ๆ เช่นกัน
ลูกหมีคงไม่รู้หรอกว่า  ความรักที่เธอมีให้ “มุกดากับสาหร่าย” และตัวฉันนั้น  มีผลต่อ
ชีวิตฉันอย่างไร  เธอทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพิเศษและไม่โดดเดี่ยวเช่นกัน
“ขอบคุณนะลูกหมี...ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างป้าเสมอ”.

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net