วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พล.ท.ดาวพงษ์ ยืนยันมีกองกำลังติดอาวุธแน่นอน วอนประชาชนเชื่อมั่นไม่มีเจตนาทำร้ายคนไทย




   ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์  พล.ท.ดาวพงษ์  รัตนสุวรรณ  รองเสนาธิการทหารบก พล.ท.คณิต สาพิทักษ์  แม่ทัพภาคที่ 1  พล.ต.กัมปนาท รุดดิษฐ์  ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ พล.ต.อุทิศ สุนทร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9  พล.ต.สุรศักดิ์ บุญศิริ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ และ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษก ศอฉ. ร่วมกันชี้แจงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจในการควบคุมสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณแยกราชประสงค์ 

 

พล.ท.ดาวพงษ์  รัตนสุวรรณ  รองเสนาธิการทหารบก  กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศแผนปรองดองออกมา และมีการยื่นข้อเสนอจากผู้ชุมนุม จนมาถึงการปฏิเสธแผนการปรองดองของรัฐบาลนั้น ทาง ศอฉ.ก็ได้รับมอบภารกิจจากรัฐบาลว่าจะทำอย่างไรจึงจะยุติการชุมนุมเพื่อคืนความสงบสุขให้ประชาชนได้ นอกจากนั้นรัฐบาลยังให้โจทย์ว่าจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงการสูญเสียให้มากที่สุด  แต่โจทย์ที่ได้รับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ของง่าย  อย่างไรก็ตามเราได้ดำเนินมาตรการปิดล้อม ซึ่งได้ทำ 2-3 วันแล้ว ซึ่งเจตนารมณ์ของการปิดล้อมคือให้เขาสลายการชุมนุมไปเอง โดยไม่ต้องใช้กำลังเข้าสลายอย่างที่กลัวกัน จึงมีทั้งมาตรการสกัดกั้นคนไม่ให้เข้าไปเพิ่ม การตัดสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และได้พยายามทำจากมาตรการเบาไปหาหนัก เช่นเดียวกับในต่างจังหวัดก็ได้ใช้มาตรการแบบเดียวกัน

            

 “ในห้วงนี้เรายังคงยึดถือจากมาตรการเบาไปหาหนักเช่นเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งที่ทั้งรัฐบาล และศอฉ.ได้ย้ำเตือนกับหน่วยปฏิบัติตลอดเวลา เพราะคำนึงเสมอว่าผู้ชุมนุมเป็นคนไทยด้วยกัน แต่หลังจากที่ปรากฏชัดเจนว่ามีกองกำลังติดอาวุธแฝงตัวอยู่ในผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ได้รับการสูญเสียอย่างเห็นได้ชัดด้วยอาวุธสงคราม เราจึงจำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนในการป้องกันชีวิตตัวเอง  และเราพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ปืนที่เป็นอาวุธสงคราม โดยใช้ปืนลูกซอง

  

  เราได้กำหนดไว้ว่ากระสุนจริงนั้นใช้ได้ใน 3 กรณีเท่านั้น คือ 1. เพื่อหยุดยั้งการพยายามเข้ามาประชิดตัวของเจ้าหน้าที่  ซึ่งกฎการใช้กำลังอันใหม่ของเรา เราพยายามรักษาระยะต่อไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามาติดแนวเจ้าหน้าที่  ถ้ายังเข้ามาจะใช้ปืนลูกซองยิง  แต่ถ้าจำเป็นต้องยิงก็ให้ยิงต่ำยิงที่พื้น ช่วงล่าง ช่วงขา  และไม่ให้ยิงผู้หญิงกับเด็กเป็นอันขาด  2.ใช้ป้องกันชีวิตตัวเอง และ 3. ใช้ตอบโต้กองกำลังติดอาวุธที่แฝงตัวอยู่ในผู้ชุมนุม  ซึ่งได้ย้ำว่าให้ยิงไปเมื่อเห็นเป้าหมายเท่านั้น  และต้องไม่ให้เกิดความสูญเสียกับประชาชน  และสิ่งที่เราห้ามไว้เด็ดขาดคือเจ้าหน้าที่ทุกคนจะไม่มีการใช้ลูกระเบิดขว้าง M 79 และอาร์พีจี เพราะเป็นอาวุธที่ใช้ในสงครามเท่านั้น  อำนาจทำลายล้างไม่ได้ตายเฉพาะคนที่ถือปืน แต่คนที่อยู่ใกล้เคียงก็ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไปด้วย อาวุธที่ใช้จึงมีเพียงปืนพก ปืนลูกซอง ปืน M 16 หรือเอสเค” รองเสนาธิการทหารบก

               

รองเสนาธิการทหารบก  กล่าวอีกว่า ในส่วนของผู้ชุมนุมนั้น ตั้งแต่หลัง 10 เมษายนเป็นต้นมาปรากฏชัดเจนว่ามีกองกำลังติดอาวุธอยู่ในผู้ชุมนุมแน่นอน  โดยผู้ชุมนุมมีการดำเนินการในสองส่วนคู่กันไป ส่วนแรกเป็นผู้ที่ชุมนุมโดยสงบ สันติ และพร้อมเข้าสู่กระบวนการปรองดอง อีกพวกเป็นพวกที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยใช้ความรุนแรง ซึ่งพวกนี้บางส่วนได้พยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดสภาพของสงครามกลางเมืองให้ได้ สร้างความสูญเสียให้เกิดกับประชาชนแล้วมาอ้างว่าทหารฆ่าประชาชน เพื่อลดความชอบธรรมของเจ้าหน้าที่และรัฐบาล และสร้างภาพความวุ่นวายว่าเจ้าหน้าที่คุมสถานการณ์ไม่ได้ ซึ่งคิดว่าสถานการณ์แบบนี้ยังคงเป็นต่อไป และผู้ชุมนุมบางส่วนก็ได้ปล่อยข่าวว่ามีทหารส่วนหนึ่งมาช่วยผู้ชุมนุมแล้ว หรือมีการยิงกันขึ้นในกรมทหารราบที่ 11 ซึ่งไม่จริง ในทางตรงข้ามสิ่งที่เกิดขึ้นกับแกนนำบางส่วนก็ได้รับการปกปิดจากแกนนำ มีการทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างการ์ดหลายกลุ่ม ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสีย 

           

รองเสนาธิการทหารบก  กล่าวยืนยันว่าขอให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ทุกคน ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร เป็นลูกหลานของพี่น้องประชาชน  และเราไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายประชาชนคนไทยด้วยกันโดยเด็ดขาด  แต่มีคำกล่าวของแกนนำบางคนใช้คำพูดว่า “ให้ทหารหยุดฆ่าประชาชน”  ซึ่งเป็นคำกล่าวที่ใช้ผลของการสูญเสียที่เกิดขึ้นมาเป็นเครื่องมือในการบิดเบือนข้อเท็จจริงโดยพยายามสร้างภาพให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะทหารนั้นเป็นศัตรูกับประชาชน  ซึ่งคนที่พูดไม่ได้พูดถึงเหตุ เหตุซึ่งเกิดจากการกระทำของการชุมนุมของพวกที่ไม่ได้ชุมนุมโดยสันติและไม่ได้พูดถึงเหตุซึ่งเกิดจากกองกำลังติดอาวุธที่แฝงตัวอยู่ในผู้ชุมนุม  ซึ่งแกนนำจะปฏิเสธความรับผิดชอบในเรื่องนี้ไม่ได้  ในข้อเท็จจริงนั้นเจ้าหน้าที่ทุกคนได้ใช้อาวุธตามหลักเกณฑ์ที่ได้กล่าวไปแล้วในตอนต้นเท่านั้น และเจ้าหน้าที่ทุกคนจะมุ่งมั่นดำเนินการทั้งปวงเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยแก่ชาติบ้านเมืองโดยเร็วที่สุด โดยยึดถือตามกรอบกฎหมายบนพื้นฐานของมนุษยธรรม และความเป็นคนไทยด้วยกัน  พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมโดยสันติและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายได้กรุณาออกจากพื้นที่การชุมนุม  รวมทั้งผู้ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่าได้เข้าไปในบริเวณการชุมนุม  ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และที่สำคัญที่สุดมีกองกำลังติดอาวุธปะปนอยู่  เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง       

 

  ด้าน  พล.ท.คณิต สาพิทักษ์  แม่ทัพภาคที่ 1  กล่าวว่า การปฏิบัติที่ผ่านมาได้ใช้ความอะลุ่มอล่วยในการปฏิบัติ ไม่ใช้ความรุนแรง เมื่อมีมวลชนมากดดันพยายามหลีกเลี่ยงและถอนตัวออกมา แต่หลังเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายนเป็นต้นมา ทำให้เราประจักษ์ว่ามีกองกำลังติดอาวุธแฝงตัวในผู้ชุมนุม ทำให้เกิดความเสียหายบาดเจ็บล้มตายกับเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเราใช้กำลังจาก 3 หน่วยคือ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ และกองพลทหารราบที่ 9  เข้าไปดำเนินการ แต่ล่าสุดมีการยิง M 79 ลูกระเบิดขว้าง และอาวุธสงครามเข้าใส่พื้นที่ที่ทหารและตำรวจวางกำลังอยู่นับครั้งไม่ถ้วน รวมทั้งประชาชนที่สัญจรไปมาได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต มีการเผารถ เผายางรถยนต์ ทำให้เราต้องมีมาตรการปฏิบัติให้รัดกุมเข้มงวดมากขึ้น จะต้องพยายามแยกแยะประชาชนผู้บริสุทธิ์ หรือมวลชนที่มาชุมนุมโดยสงบ สันติ ออกจากกลุ่มก่อการร้ายให้ได้ อย่างไรก็ตามหน่วยต่าง ๆ ยังคงใช้มาตรการ 7 ขั้นตอนตามที่ได้รับคำสั่ง และกำชับในเรื่องการใช้อาวุธ หลีกเลี่ยงอย่างที่สุดไม่ให้กระทบต่อชีวิตประชาชน และไม่ทำให้เกิดความเสียหายในภาพรวม             


ติดตามเรื่องราวดีๆได้ที่ WhO? Magazine ฮู แมกกาซีน 

ทุกวันที่ 1 และวันที่ 16 ของเดือน

http://www.whoweeklymagazine.com/





สมัครสมาชิก WhO? Magazine ฮู แมกกาซีน

วันนี้ รับเหรียญยันต์ 5 แถว หนุนดวง  

มูลค่า 1,000 บาท(ฟรี)



อบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ 

โทร.086-389-5835 

โทรสาร  02-654-7577 




โดย ท่านเจ้าคุณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net