วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มาร์คบานปลายปัญหา บานปลายความแตกแยกคนในชาติ



          อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นรม.                         ไพร่จตุพร พรหมพันธ์ แกนนำเสื้อแดง

โรดแมปที่นายกแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม 2553 สร้างความปรองดองคนในชาติ 
       
       1. เชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์โดยทุกฝ่าย
      
       2. ปฏิรูปประเทศ โดยการสร้างความเท่าเทียมกัน
      
       3. มีองค์กรอิสระและกฎหมายกำกับดูแลสื่อ
      
       4. ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ความไม่สงบทุกกรณี
      
       5. แก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เกิดกลไกที่ให้ความเป็นธรรมแก่การเมืองทุกฝ่าย
      
       (กำหนดวันเลือกตั้ง วันอาทิตย์ 14 พฤศจิกายน 2553)
      
มีการจาบจ้วง และหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตลอดเวลา ความไม่เท่าเทียมเอารัดเอาเปรียบประเทศชาติประชาชนมีมานานแล้ว โดยข้าราชการ-นักวิชาการระดับสูง พ่อค้า-นายทุน นักการเมือง และสื่อ สื่อมอมเมาด้วยข้อเขียน ละครน้ำเน่านำพาสังคมเสื่อม บางสื่อปลุกระดม ยั่วยุ ใส่ความ ก่อให้เกิดการเกลียดชัง เกิดความแตกแยก และเกิดความรุนแรง ได้อย่างเสรี
      
รัฐบาลและโดย ศอฉ.กำหนดแล้วว่า การชุมนุมเป็นการชุมนุมโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีผู้ก่อการร้าย และมีกลุ่มคิดล้มล้างสถาบัน มีการกล่าวโทษและออกหมายจับไปแล้ว แล้วทำไมจะตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ความไม่สงบทุกกรณีออกมาอีก
      
ประเด็นสุดท้าย ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เกิดกลไกที่ให้ความเป็นธรรมแก่การเมืองทุกฝ่าย เป็นการคิดแก้กฎหมายเพื่อตัวเอง ความผิดไม่ได้อยู่ที่กฎหมาย แต่อยู่ที่ผู้ใช้กฎหมาย นักการเมืองคิดไปเองว่าไม่เป็นธรรมต่ออาชีพเลือกตั้งของตน ความเป็นธรรมของนักการเมือง อาจจะนำมาซึ่งความไม่เป็นธรรมต่อประเทศชาติประชาชน
      
ที่จริงสิ่งไม่ถูกต้องทั้งหลายมีกฎหมายควบคุมพอใช้ได้อยู่แล้ว แต่คนบังคับใช้กฎหมายไม่ทำเองต่างหาก มักอ้างว่าไม่มีกฎหมายรองรับ คิดตรากฎหมายออกมาตลอดเวลา กฎหมายท่วมประเทศ



      
พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ ที่ออกเพิ่มในรัฐบาลอภิสิทธิ์ คือตัวอย่างการไม่มีความพยายามที่จะบังคับใช้จดหมาย แต่คิดออกกฎหมายแต่อย่างเดียว ปัญหาจริงกลับถูกซุกไว้ใต้พรม การชุมนุมส่วนใหญ่แล้วเกิดจากความไม่เป็นธรรมจากการบริหารจัดการแห่งรัฐ หากรัฐบาลให้ความสนใจเรื่องนี้จริงจัง การชุมนุมก็จะไม่เกิดขึ้น
 

   

โรดแมปสร้างความปรองดองคนในชาติปี 2553 ดูแล้วไม่ต่างจากการสร้างความสมานฉันท์ผ่าน 2 สภาฯ เมื่อเดือนเมษายน 2552 หรือหลังเหตุการณ์เผากรุงในวันสงกรานต์ปี 2552 (ที่มา: http://bit.ly/cWq8uO)
      
       1) ให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที
      
       2) ให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรง
      
       3) ให้ทุกฝ่ายหยุดละเมิดสถาบัน
      
       4) ให้ตั้งกรรมการกลางเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงสงกรานต์เลือด (ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงอีก)
       
       5) ให้ตั้งกรรมการกลางเพื่อเสนอสูตรแก้ไขกติกาการเมือง (แก้กฎหมายเพื่อตัวเอง)
      
       จะเห็นว่าข้อ 4 และข้อ 5 ใน 2 ความคิด ในปี 2553 และ 2552 คล้ายกัน


แทนที่จะกล่าวโทษ แกนนำเผากรุง กลับมีข้อ 4 ให้ตั้งกรรมการกลางเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงสงกรานต์เลือด มาตรการข้อนี้ไม่มีความก้าวหน้า ไม่มีการตามเรื่องจริงจัง ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้อง และไม่มีการกล่าวโทษแกนนำเผากรุง ไม่เหมือนการเข้าไปในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิของกลุ่ม พธม. มีการกล่าวโทษแกนนำครบถ้วน และมีความพยายามจะให้เป็นข้อหาก่อการร้ายอีกต่างหาก
      
หลังเหตุการณ์เผากรุงในเดือนเมษายน 2552 จบลง ผู้คนต่างชื่นชมกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมโดยไม่เสียเลือดเนื้อ นายกฯ อภิสิทธิ์มีคะแนนนำ
      
การประชุม 2 สภาฯ นายกอภิสิทธิ์ ไม่ได้พูดถึงความเลวร้ายในการเผากรุง และจะลงโทษแกนนำแบบไหน อย่างไร กลับบอกว่า “ผู้ชุมนุมยังชุมนุมได้ ตามสิทธิ ภายใต้กรอบของกฎหมาย” ผู้ที่เข้าใจกลไกที่เกี่ยวข้อง ทราบทันทีว่า นายกอภิสิทธิ์พลิกนำประเทศไทยกลายเป็นมวยรองแค่ช่วงข้ามคืน
      
ฝ่าย นปก.งงที่รัฐบาลไม่ได้กล่าวโทษความผิดซึ่งหน้าต่อพวกเขา แต่กลับเกิดความรู้สึกใหม่ว่านายกฯ ท้าทายให้ชุมนุมได้ ทำให้มีการชุมนุมเกิดขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว และกว้างขวาง
      
มีสถานีโทรทัศน์ PTV และสื่อสิ่งพิมพ์ ของตนเอง เกิดขึ้นอย่างคึกคัก กว้างขวาง ทำการปลุกระดม ปลุกเร้า ยั่วยุ ให้เกิดความรุนแรง เข้าใจผิด และแตกแยกอย่างเป็นระบบ

      
กระแสหลักสังคม ติดตามได้ง่ายในโลกไซเบอร์ ตลอดเดือนเมษายน 2553 สะท้อนใน 2 เรื่องหลัก
      
80 เปอร์เซ็นต์ ไม่ให้ยุบสภา และให้สลายการชุมนุม
      
ที่สะท้อนออกมาเช่นนี้ ไม่ใช่ว่ากระแสหลักไม่เห็นด้วยหรือต่อต้านการปรองดองกันของคนในชาติ แต่เขาอยากเห็นรัฐบาลบังคับใช้กฎหมาย ทำให้ประเทศกลับเข้าสู่ภาวะนิติรัฐ มากกว่า
      
รัฐบาลได้มีความพยายามสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน และพยายามจับแกนนำผู้ชุมนุมที่โรงแรมเอสซีพาร์ค ที่รามคำแหง เช่นกัน แต่ทำการไม่สำเร็จ จากนั้นจึงพลิกกลับมาออก 5 มาตรการปรองดองประเทศแทน ดูเป็นการจำนนต่อกลุ่มผู้ที่ทำผิดกฎหมาย ผู้ก่อการร้าย และผู้คิดล้มล้างสถาบัน ปรองดองกับโจรหรือคนทำผิดกฎหมาย คนทำดีผิดหวัง


      
การสลายกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทำสำเร็จมาแล้วหลังเหตุการณ์เผากรุงในวันสงกรานต์ปี 2552 แต่กลับเกิดการชุมนุมเกิดขึ้นอีกในปี 2553 เกิดเป็นความเลวร้าย ซ้ำเติมประเทศชาติต่อเนื่องไปอีกนานเท่านาน เป็นความล้มเหลวของการแก้ปัญหาวิกฤตร้ายแรงของชาติ เกิดจากความหน่อมแน้ม และวิสัยทัศน์ปรัชญาที่อ่อนแอของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

............................................

ที่มา : http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000066059

Links ที่เกี่ยวข้อง ที่นำเสนอไว้ในปี 2552

1) เหี่ยวทั้งประเทศ หลังประชุม 2 สภาฯ 2 วัน (เมษายน 2552)... http://bit.ly/cWq8uO

2) นายกอภิสิทธิ์ ..อยู่กลางมหาสมุทรแล้ว (กรกฎาคม 2552)... http://bit.ly/bVPAUa



ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท
http://twitter.com/indexthai

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net