วันที่ จันทร์ พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เปิด ‘คัมภีร์ผ่าวิกฤตชาติ’ถอดบทเรียน ‘อาทิตย์ อุไรรัตน์’


ท่ามกลางความระอุของอุณหภูมิการเมืองและการขอพื้นที่คืนจากกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกๆ วินาที ในมุมเล็กๆ ของกรุงเทพฯ ได้มีการจัดกิจกรรมการเปิดตัวหนังสือ ‘อาทิตย์ อุไรรัตน์ ก้าวข้ามวิกฤตชาติ’ ในการนี้ได้มีการเปิดวงเสวนาในประเด็นการผ่าวิกฤตชาติ ซึ่งถือว่าเข้ากับสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่
       
           
สุวิชชา เพียราษฎร์ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการรายวัน ในฐานะบรรณาธิการหนังสือ ‘อาทิตย์ อุไรรัตน์ ก้าวข้ามวิกฤตชาติ’ ออกตัวแบบเบรกเอี๊ยดว่า ผู้อ่านทั้งหลาย อย่าเพิ่งตัดสินเพียงหน้าปกหรือเพียงชื่อหนังสือ โดยที่ยังไม่ได้เปิดดูข้างใน
       

           
“หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงหนังสือประวัติชีวิตของบุคคลสำคัญ ที่มีขายอยู่ดาษดื่นในตลาดหนังสือแต่เพียงอย่างเดียว ถ้าคุณได้ลองเปิดและลองอ่านดู คุณจะทราบว่า ในระหว่างบรรทัดและทุกๆ ช่องไฟในตัวอักษร มันมีอะไรให้น่าศึกษามากมาย” 
       

            
           
เหยี่ยวข่าวในไร่ส้มยี่ห้อ ‘บ้านพระอาทิตย์’ อธิบายเพิ่มเติมว่า ‘อาทิตย์ อุไรรัตน์ ก้าวข้ามวิกฤตชาติ’ ได้รวบรวมเอาเหตุการณ์วิกฤตครั้งใหญ่ระดับชาติที่เกิดขึ้น โดยที่มีตัวละครเอกอย่าง ‘ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์’ ที่มักจะถูกโยนม้าขาวใส่ให้ขี่ควบเข้ามาแก้ไขสถานการณ์อันร้อนระอุ
       

           
 “ผมเชื่อว่าเมื่อพูดถึงดร.อาทิตย์ คนส่วนใหญ่จะเห็นภาพชัดที่สุดคือกรณีของ ‘พฤษภาทมิฬ’ ที่ดร.อาทิตย์เสนอชื่อคุณอานันท์ (ปันยารชุน) เป็นนายกฯ ทำให้สถานการณ์บ้านเมืองรอดพ้นจากความรุนแรงไปได้อย่างหวุดหวิด”
       

            ...แต่สิ่งที่หลายคนไม่ทราบก็คือ ‘วิกฤตพฤษภาทมิฬ’ เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ วิกฤติเท่านั้น ที่ดร.อาทิตย์เป็นผู้เข้าไปกอบกู้สถานการณ์ได้สำเร็จ
       

           
             
“ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปบริหารรัฐวิสาหกิจ ที่ในขณะนั้นเรียกได้ว่าแทบจะเจ๊งอย่างการประปานครหลวง การคิดแหวกขนบเพื่อนำพาประเทศให้รอดพ้นจากสถานการณ์ตึงเครียด กรณีพิพาทกับซาอุดิอาระเบียได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด หรือจะเป็นวิสัยทัศน์อันยาวไกลที่หยิบยกแนวคิดการเปิดคณะแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเอกชนเป็นแห่งแรกในไทย ท่ามกลางแรงเสียดทานจากแพทย์และนักวิชาการหัวเก่าๆ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแพทย์
       

          
  “ถ้าคุณได้อ่านหนังสือเล่มนี้ คุณจะไม่ได้อ่านประวัติดร.อาทิตย์ แต่คุณจะได้มุมมองการแก้ปัญหา และไม่ใช่ปัญหาธรรมดาๆ คุณจะได้ศึกษาแนวคิด วิธีการ และมุมมองใหม่ๆ ที่ผู้ชายคนหนึ่งใช้เป็นแนวทางการแก้ปัญหาและนำพาประเทศชาติให้รอดจากเหตุการณ์รุนแรงมาได้...คุณจะได้เห็นวิธีการแก้ปัญหาแบบอาทิตย์อาทิตย์ที่น่าสนใจมากครับ”
       

           
           
บรรณาธิการหนุ่มกล่าวพร้อมทั้งย้ำว่า ยิ่งสถานการณ์การเมืองที่ร้อนจนแทบปรอทแตกนี้ เหล่ารัฐบาล นักบริหาร นักการเมือง รวมถึงคนทั่วไปที่ใส่ใจการเมืองไม่ควรพลาด เพราะด้วยสารัตถะแห่งคัมภีร์ฝ่าวิกฤต ‘อาทิตย์ อุไรรัตน์ ก้าวข้ามวิกฤตชาติ’ เล่มนี้ อาจจะเป็น ‘ตัวช่วย’ ในการหาทางออกให้แก่ประเทศไทยก็เป็นได้
       

       
     ในขณะที่ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการอิสระกล่าวถึงดร.อาทิตย์ว่า ความรู้สึกแรกเมื่อถามถึงผู้ชายร่างสันทัด สวมแว่น และมีความสุภาพเป็นอาภรณ์รายนี้ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ ‘ดร.อาทิตย์เป็นคนกล้า’
       

          
  “ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จำดร.อาทิตย์ได้จากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ตอนนั้นบ้านเมืองหน้าสิ่วหน้าขวานมาก เราก็เป็นห่วงว่าใครจะมาเป็น พอผลออกมาปรากฏว่าเป็นคุณอานันท์ ทุกคนตอนนั้นปรบมือให้ ผมจำได้ว่าตอนที่ทราบผมฟังวิทยุอยู่ในรถ พอได้ฟังผลแบบนั้น ผมดีใจ โล่ง และคิดว่าผู้ชายคนนี้กล้ามาก กล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูกเพื่อให้ประเทศชาติไปรอด”
       

           
         
   ในขณะผู้เป็นตำนานและที่มาของหนังสือเล่มสำคัญนี้ กล่าวถึงหนังสือที่บันทึกเหตุการณ์วิกฤตในชีวิตแต่เพียงสั้นๆ ว่า พอใจกับเนื้อหาข้างในหนังสือ ที่ไม่ได้เป็นบันทึกเรื่องราวส่วนตัวในชีวิต หากแต่เป็นการนำประสบการณ์การทำงานและการแก้ไขปัญหามาเปิดเผยอย่างละเอียด และมีที่มาที่ไป อ่านง่าย และได้ใจความครบถ้วน เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางให้ผู้ที่อ่านได้
       

       
     ดร.อาทิตย์ให้แนวคิดการแก้ปัญหาการเมืองในขณะนี้ต่อไปว่า ความมั่นคงของชาติและสวัสดิภาพของประชาชนต้องมาเป็นอันดับแรก ซึ่งหากรัฐบาลคำนึงถึงเรื่องนี้ปัญหาก็คงจบไปนานแล้ว
       

           
“รัฐมัวแต่มองปัญหาอื่น มัวแต่คิดว่าเสื้อแดงจะเอาอะไร จะทำอะไร ทำให้ลืมมองถึงประโยชน์ส่วนรวม ทำให้แก้ปัญหากันไม่ตรงประเด็น หากรัฐมุ่งมั่นจะแก้ปัญหาอย่างชัดเจน และตั้งเป้าหมายว่าเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหา จะไม่เสียเลือดเสียเนื้อขนาดนี้ ที่เป็นอยู่นี่คือรัฐเหยาะแหยะ เหมือนที่คุณคำนูณ สิทธิสมานกล่าวไว้อย่างเห็นภาพ คือเสื้อแดงให้รัฐบาลไปเต้นจ้ำบ๊ะ รัฐบาลก็ทำ มันไร้สาระมาก”
       

       
     ดร.อาทิตย์กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลเองก็รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่บางเรื่องเป็นสิ่งที่ค่อนข้างที่จะไร้สาระ รัฐบาลจึงไม่ควรประนีประนอม เพราะผลจากการประนีประนอมในเรื่องไร้สาระ จะส่งผลสร้างความเสียหายต่อชาติ การสร้างความเข้าใจให้ทุกฝ่ายเข้าใจเหมือนกัน ร่วมกัน เป็นสิ่งจำเป็น เพราะหากทุกฝ่ายเข้าใจร่วมกัน ปัญหาทุกอย่างจะคลี่คลายไปได้
       

           
“ที่เป็นอยู่คือเข้าใจคนละแบบ รัฐบาลคิดว่าเรื่องนี้ยอมได้ สั่งการไม่ได้ ไม่เอาจริง จึงทำให้เกิดเรื่องยุ่ง มันถึงบานปลายมาจนขณะนี้และไม่รู้จะจบอย่างไร แนวทางการแก้ปัญหาที่ผ่านมาที่ผมใช้ก็เป็นแนวเดียวกันทุกเรื่อง”
       

       
     ผู้ให้กำเนิดมหาวิทยาลัยรังสิต ยกตัวอย่างแนวทางการแก้ปัญหา โดยหยิบเหตุการณ์พฤษภาทมิฬมาเป็นตุ๊กตาเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า ประเด็นคือหากเสนอชื่อตามน้ำ ประเทศคงหนีไม่พ้นการนองเลือด ทางแก้คือต้องก้าวข้ามไป และผ่าทางตันด้วยการทำในสิ่งที่ตรงตามคาดหวังขอคนส่วนใหญ่ ภายใต้ทำนองคลองธรรม
       

           
“สำหรับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ต้องยอมรับกันว่า รัฐล้มเหลว ตำรวจล้มเหลว กองทัพล้มเหลว การเมืองเหลว ข้าราชการด้วย ทุกอย่างล้มเหลวหมด เราต้องสังคายนาระบบใหม่ทั้งหมด พวกนักการเมืองห้าร้อยในสภา ใช้ไม่ได้ ถ้าถามว่าจะเอาใครมาแก้วิกฤติ ตอบได้เลยว่าใครก็ได้แต่ไม่ใช่ท่านๆ ทั้งหลายที่อยู่ในสภาในขณะนี้ ใครก็ได้ครับ คนไทยคนไหนก็ได้ แต่ต้องตั้งใจทำจริง” ดร.อาทิตย์กล่าวอย่างหนักแน่น
       

                          ................
       
              
เรื่อง : ทีมข่าวคุณภาพชีวิต
               ถ่ายภาพ ดร. อาทิตย์โดย : วารี น้อยใหญ่


ติดตามเรื่องราวดีๆได้ที่ WhO? Magazine ฮู แมกกาซีน 

ทุกวันที่ 1 และวันที่ 16 ของเดือน

http://www.whoweeklymagazine.com/





สมัครสมาชิก WhO? Magazine ฮู แมกกาซีน

วันนี้ รับเหรียญยันต์ 5 แถว หนุนดวง  

มูลค่า 1,000 บาท(ฟรี)



อบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ 

โทร.086-389-5835 

โทรสาร  02-654-7577 




โดย ท่านเจ้าคุณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net