วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ร่วมกันกำจัด 'มือซุ่มยิง' แห่งกองกำลังไม่ทราบฝ่าย?



ภาพจาก--เหตุการณ์จริง จากสำนักข่าวต่างประเทศhttp://www.boston.com/bigpicture/2010/05/protests_turn_deadly_in_thaila.html


มติชนออนไลน์.. พาดหัวข่าว

เครือข่ายสันติวิธี เรียกร้อง รบ.-นปช.4 ข้อเลิกฟัดกัน ร่วมกันกำจัด"มือซุ่มยิงกองกำลังไม่ทราบฝ่าย"


รายละเอียด ระบุว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 พฤษภาคม 2553 ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศเทศไทย ถ.สามเสน เครือข่ายสันติวิธีกว่า 10 องค์กร นำโดยนายโคทม อารียาผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลันมหิดล แถลงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรง โดย นายโคทม กล่าวว่า เครือข่ายฯขอร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันหยุดการฆ่า และให้ถนอมชีวิต โดยมีข้อเสนอ 4 ข้อ  ได้แก่ 


1. ขอให้แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)  ประกาศให้ผู้สนับสนุนที่อยู่รอบนอกไปรวมตัวกันห่างจากจุดที่ตั้งทหารมากกว่า 300 เมตร  เช่น ผู้ชุมนุมในรอบพื้นที่ปิดกั้นไปรวมกันที่ราชประสงค์  ผู้ชุมนุมที่บ่อนไก่ไปรวมตัวกันที่คลองเตย  ผู้ชุมนุมที่ดินแดงไปรวมตัวกันที่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น  และผู้ชุมนุมที่สามย่านถอยไปรวมตัวเลยแนวถนนบรรทัดทอง เป็นต้น 


2. ให้ทหารอยู่แต่ในฐานที่ตั้ง ไม่รุกคืบกระชับพื้นที่เพิ่มกดดันผู้ชุมนุม


 3.ขอให้แกนนำ นปช. และฝ่ายรัฐบาลเริ่มเจรจาโดยด่วนบนพื้นฐานเดิม 5 ข้อ  และกำหนดวันยุบสภา  และวันเลือกตั้งวันที่ 14 พฤศจิกายน จากนั้นทุกฝ่ายเดินเข้าหากระบวนการยุติธรรมโดยมีมาตรฐานเสมอเหมือนกัน


 และ  4. การเจรจาที่จะเกิดขึ้นจะมีคนกลางหรือไม่ก็ตาม  ควรนำไปสู่ข้อตกลงโดยเร็วภายใน 48 ชั่วโมง  เพื่อรักษาชีวิตประชาชนและยุติความสูญเสียที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจประมาณค่าได้

 
“นายชัยวัฒน์  สถาอานันท์ ศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ฝากข้อเสนอมาด้วยว่า  อยากให้ทั้งสองฝ่ายมุ่งความสนใจไปสู่กลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่าย หรือกลุ่มคนซุ่มยิง  ไม่ให้มีการหลบซ่อนตัวก่อความรุนแรง  และช่วยกันจับกุมดำเนินการตามกฎหมายเพื่อกลับเข้าสู่สันติสุข”  นายโคทม กล่าว

 
นายสมชาย หอมลออ มูลนิธิสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา กล่าวว่า องค์กรสิทธิมนุษยชนภาคประชาชนเห็นด้วยกับข้อเสนอยุติความรุนแรง ส่วนที่ผู้ชุมนุมห่วงว่า จะไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น องค์กรขอเสนอสามแนวทางคือ


1. พร้อมให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายกรณีผู้ที่ถูกยิงถูกจับกุม โดยจะพยายามระดมจัดหาทนายความโดยประสานกับองค์กรอื่น ๆ


 2. ดำเนินการตรวจสอบกระบวนการยุติธรรมความเป็นสองมาตรฐานหรือลำเอียงหรือไม่  โดยเบื้องต้นไม่เห็นด้วยกรณีจับกุมโดย พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วไม่ให้พบญาติหรือทนาย รวมทั้งไปกักตัวในสถานที่ที่ไม่ระบุ 


และ 3.เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายมีความโปร่งใสในการตรวจสอบสถานการณ์โดยให้มีคนกลางมาร่วมตรวจสอบ

 
นายอดุลย์  เขียวบริบูรณ์  ผู้ประสานงานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า ในฐานะเหยื่อในเหตุการณ์ครั้งนั้นอยากให้ทุกฝ่ายดูบทเรียนของเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 เป็นตัวอย่าง ว่าไม่มีประโยชน์ต่อฝ่ายใดเลย  มีแต่ความทุกข์ทรมาน  ซึ่งเมื่อปี 2546 ก็มีข้อเสนอต่อรัฐบาลแล้วว่าการควบคุมฝูงชนไม่ควรใช้ทหาร  แต่ให้ใช้ตำรวจหรือพลเรือนที่ผ่านการฝึก  เพราะแนวทางและอาวุธของทหารจะยึดหลักการทำลายมากกว่าการควบคุม


นางดารี  เจริญผลพิริยะ แกนนำเครือข่ายสันติวิธี  ผู้ประสานงานให้มีที่พักฉุกเฉินและเขตอภัยทานรองรับเป็นที่หลบภัยของเด็ก สตรีและคนแก่  รวมทั้งชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงจุดปะทะ กล่าวว่า  เท่าที่สำรวจกรณีวัดปทุมวรารามจะพบว่า ผู้ชุมนุมที่นำเด็กมาพักพิงมีสตรีและชายฉกรรจ์รวมอยู่ด้วย  ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ชุมนุมส่วนนี้มาร่วมชุมนุมทั้งครอบครัว  ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกชายฉกรรจ์ออกจากเขตอภัยทานตามที่บางฝ่ายเสนอ  แต่โดยหลักการแล้วในบริเวณเขตอภัยทานและเขตบ้านพักพิงที่จัดไว้  ควรมีกติกาคือต้องห้ามการนำอาวุธเข้าไปไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง  แต่หากมีการวางอาวุธแล้วก็สามารถเข้าไปได้  และต้องประสานกับรัฐบาลและฝ่าย นปช. ให้ตกลงยอมรับกันว่า ในเขตดังกล่าวจะไม่มีการทำร้ายไม่ว่าจากฝ่ายใดก็ตาม  และบ้านพักพิงที่อยู่บริเวณรอบนอกก็ยินดีต้อนรับไม่เฉพาะผู้ที่มีบ้านอยู่ในเขตปิดล้อม  แต่ผู้ที่พลัดหลงทุกคนที่ผ่านมาและมีเหตุปะทะก็สามารถเข้าไปใช้หลบภัยได้ ทั้งนี้ปัจจุบันมทีจุดพักพิงที่ทางเครือข่ายไปประสานไว้หลายแห่ง  อาทิ  ศูนย์เมอร์ซี่  โรงเรียนมาแตร์เดอี  วัดตะพาน ดินแดง  วัดมักกะสัน  วัดมะกอก  วัดปุทมวราราม  และกำลังประสานกับวัดคลองเตยใน และวัดคลองเตยนอกอยู่  โดยนายดารีเปิดเผยด้วยว่าจุดต่าง ๆ เหล่านี้เกิดจากการประสานของเครือข่าย ไม่ใช่เจ้าของสถานีที่จัดขึ้นเพราะเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด  แต่เป้นการช่วยเหลือทางมนุษยธรรม



............................

ในทัศนะส่วนตัว เห็นด้วยในความคิดของ ชัยวัฒน์  สถาอานันท์ ศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เสนอให้ "รัฐบาล-นปช." ช่วยกันกำจัด "กองกำลังไม่ทราบฝ่าย" หรือ กลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้ความรุนแรงแฝงอยู่

กลุ่มก้อนเหล่านี้ คืออุปสรรคที่นำไปสู้การ "ปะทะ" เสี่ยงสูญเสียชีวิต ดังนั้น ถ้าทั้งสองฝ่ายช่วยกันปลดล็อกความรุนแรงจุดนี้ได้ก็จะช่วยให้การเจรจาง่ายขึ้น!!

โดย Nity

 

กลับไปที่ www.oknation.net