วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทักษิณคนต้นเหตุปฏิวัติ กับการใช้เงินและใช้สื่อทำร้ายประเทศ


 


ก่อนมีตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นช.ทักษิณมีสินทรัพย์เกือบ 50,000 ล้านบาท จากสัมปทานธุรกิจมือถือ แต่เงินที่ใช้ในการก่อกรรมทำเข็ญแก่ประเทศชาติ จะมาจากงบประมาณรัฐ และจากหวยบนดินเป็นส่วนใหญ่ เงินจากหวยบนดินใช้เป็นเงินนอกงบประมาณ จ่ายเป็นรายเดือนโดยตรงแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและข้าราชการตำรวจ มากน้อยตามยอดการจำหน่ายหวยบนดิน ผู้ว่าราชการบางจังหวัดได้เดือนละกว่า 1 ล้านบาท ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดจะนำไปแจกจ่ายข้าราชการในสังกัดหรือไม่อย่างไร ก็แล้วแต่ละจังหวัดจะจัดการกันไป  ทำให้ทักษิณได้รับความนิยมจากหมู่ข้าราชการ เงินที่ได้ง่ายและได้มาก ทำให้คิดการใหญ่ ซื้อพรรคการเมือง ซื้อนักการเมือง ซื้อข้าราชการ ซื้อองค์กรอิสระ ซื้อองค์กรการกุศล ซื้อมูลนิธิ และชื้อชุมชนต่างๆ ฐานะทางเศรษฐกิจของข้าราชการและชาวบ้านเบี่ยงเบน นำไปซื้อมอร์เตอร์ไซด์ ซื้อมือถือ ฟุ้งเฟื้อฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น

ทักษิณใช้ตำแหน่งหน้าที่ ใช้เวลาราชการ ใช้เครื่องมือและเครื่องอำนวยความสะดวกของทางการ เช่นเครื่องบินประจำตำแหน่ง ไปเพื่อประโยชน์ส่วนตนและเพื่อนพ้องเป็นหลัก การบริหารประเทศทั่วไปเป็นงานอดิเรก คนทั่วไปเชื่อว่านช.ทักษิณ คิดจะเป็นประธานาธิบดี

คอร์รัปชันเชิงนโยบาย เป็นเรื่องที่เลวร้ายต่อระบบ นักการเมืองได้ประโยชน์ส่วนตนจากการนำรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหุ้น รัฐวิสาหกิจที่เข้าตลาดหุ้นแล้ว ก็ขายสินค้า-บริการที่ราคาสูงขึ้น ขูดรีดผู้คนทั่วประเทศ ปตท.ขายน้ำมันสำเร็จรูปราคาสูง ทำให้ต้นทุนการผลิต การขนส่ง การเดินทาง และต้นทุนการเป็นอยู่ของผู้คนสูงขึ้น

เงินเฟ้อยุคทักษิณเพิ่มสูงมาก เช่นค่ารถเมล์เพิ่มจาก 3.50 บาท มาเป็น 7-8 บาท

เอาอสมท.เข้าตลาดหุ้น อสมท.ขึ้นอัตราค่าโฆษณาสินค้า ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นไปอีก

สมดุลแล้ว 30 บาทรักษาทุกโรคที่ได้มา ไม่คุ้มกับราคาสินค้าและบริการที่สูงขึ้น ไม่คุ้มกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

เศรษฐกิจของอเมริกาเสียหาย ทำให้เงินไหลเข้าประเทศต่างๆรวมทั้งไหลเข้าประเทศไทย ทำให้สภาพคล่องของประเทศไทยดีขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นสูงขึ้น ค่าเงินบาทสูงขึ้น ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นทุนสำรองฯสูงขึ้น ทำให้สามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้หมด (เช่นเดียวกับอินโดนีเซียและเกาหลีใต้)

แม้จะขายรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหุ้นถึง 5 แห่ง เงินคงคลังก็ยังติดลบ ได้มีการขายการทรัพย์สินของกระทรวงการคลังอื่นๆออกมาจำนวนมาก กระทั่งต่างชาตินำมาตั้งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ได้ถึง 2 ธนาคาร คือธ.สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ และธนาคารยูโอบี หนี้สาธารณะในรัฐบาลทักษิณเพิ่มสูงมาก

แท้จริงแล้วเศรษฐกิจของประเทศไทยยุคทักษิณน่าจะดีจากสภาพคล่องของระบบที่ดีขึ้น แต่ทักษิณก็ฉวยโอกาสตักตวงผลประโยชน์ต่างๆเข้าตัว ซ้ำเติมความเสียหายระยะยาวแก่ประเทศ

อาจสามารถโมเดล และมงฟอร์ดโมเดล ถูกสร้างมาลวงหลอกผู้คน ทักษิณไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นแต่อย่างใด ดีแต่เพียงวาจา ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อในรายการนายกพบประชาชนทุกเช้าวันเสาร์

นอกจากเศรษฐกิจจะไม่ดีแล้ว ยังมีมหกรรมคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ยิ่งใหญ่กว่าการคอร์รัปชั่นครั้งใด เรียกว่าคอร์รัปชันเชิงนโยบาย นอกจากไม่แก้ไขกฎหมายขายชาติ 11 ฉบับแล้ว ยังออกกฎหมายขายชาติเป็นฉบับที่ 12 ให้สามารถขายชาติ-ขายชินคอร์ปของตนเองให้ต่างชาติอีก เป็นที่มาของการปฏิวัติรัฐประหาร

ทักษิณคือคนต้นเหตุให้เกิดการปฏิวัติ เป็นต้นเหตุให้เกิดการทำลายประชาธิปไตยของประเทศ ผู้คนทั่วไป ไม่นิยมปฏิวัติ คนต้นเหตุให้เกิดปฏิวัติและทำลายประชาธิปไตยของประเทศสมควรถูกประนาม

หลังจากหมดอำนาจ พบว่าทักษิณมีเงินอยู่ต่างประเทศเป็นจำนวนมาก มีการเข้าไปลงทุนกับทีมฟุตบอลแมนซิตี้ในอังกฤษ มีข่าวการลงทุนในตลาดทุนในมาเลเซีย ประมาณแล้ว รวมทั้งสินทรัพย์ในประเทศไทย มีมูลค่า 500,000 ล้านบาท การร่ำรวยขึ้นอยากรวดเร็ว เชื่อว่ามาจากธุรกรรมโทรคมนาคม รวมทั้งธุรกรรมทั้งในที่ลับและที่แจ้งผ่านตลาดหุ้น

ทักษิณมั่งคั่งขึ้น แต่ประเทศไทยจนลง

นอกจากใช้เงินซื้อความนิยม และการสวามิภักดิ์แล้ว ทักษิณมีการใช้สื่อเป็นอาวุธได้อย่างชั่วร้าย

สื่อคือดาบ 2 คม ที่คมมาก ถ้าใช้ในทางสัมมาทิฏฐิ จะทำให้สังคมรุ่งเรื่อง มีความอบอุ่น และเจริญก้าวหน้า แต่ถ้าใช้ในทางมิจฉาทิฏฐิ จะทำให้ตกต่ำ เดือดร้อน เกิดการแตกแยก และเกิดความรุนแรง

เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 คือตัวอย่างความสูญเสียการใช้สื่อ “ปลุกระดม” ผ่านสถานีวิทยุยานเกราะ ใส่ความ ว่าในธรรมศาสตร์มีแกว (ญวน) คอมมิวนิสต์ มีการสะสมอาวุธ กำลังจะทำการยึดประเทศไทย ออกข่าวว่านักศึกษาที่แสดงละคร มีใบหน้าคล้ายเจ้าฟ้าชายถูกแขวนคอ การปลุกระดม ไม่จำเป็นว่าจะใช้ข้อมูลจริง แต่นำเสนอให้เร้าอารมณ์ผู้ฟัง ให้เกิดการเกลียดชังในเป้าหมาย โกรธแค้น น้ำเสียงที่พูด ท่วงท่าทำนอง ลีลาที่พูด สามารถปลุกเร้าและปลุกระดมได้ ข้ออ้างการปลุกระดม 6 ตุลา ไม่มีอะไรเป็นจริง แต่ก็ทำให้คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันอย่างโหดร้ายทารุณ อย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่จังหวัดอุดร อุบลฯ เชียงใหม่ ทุกวันนี้ ก็เกิดจากการใช้วิทยุท้องถิ่นนำเสนอแบบ “ปลุกระดม”

สื่อเป็นเครื่องมือชี้นำสังคมที่สำคัญ สื่อที่เห็นแก่ตัว ชมรัฐบาลว่าไม่แทรกแซงสื่อเป็นรัฐบาลที่ดี แท้จริงแล้วต้องมีการบริหารจัดการที่เหมาะสม สื่อที่ดีต้องได้รับการส่งเสริม สื่อที่ไม่ดีควรมีการแทรกแซง สื่อทั่วๆไปคุณภาพก็ไม่ถึงมาตรฐาน ทำการเผยแพร่อบายมุขได้อย่างกว้างขวาง นำความเสื่อมมาสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง โดยไม่รู้ตัว

ทักษิณยังคงใช้สื่อในแนว “ปลุกระดม” อย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ตกจากอำนาจ ทั้งโฟนอินและวีดิโอลิงค์ ช่วยเหลือพรรคตัวแทนหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งการโฆษณาชวนเชื่อและการให้ร้ายป้ายสีผู้อื่นแบบเห็นแก่ตัว แบบขาวเป็นดำและดำเป็นขาว คำเหล่านี้เป็นคำของทักษิณ อำมาตย์ ต้นเหตุปฏิวัติ อยู่เบื้อหลังปฏิวัติ ทำลายประชาธิปไตย เศรษฐกิจไทยถอยหลัง 30 ปี กลั่นแกล้ง ไม่ยุติธรรม สองมาตรฐาน ยุบสภาฯ แท้จริงทักษิณนั่นเองเป็นต้นเหตุปฏิวัติ หรือกล่าวได้ว่าอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ และทำลายประชาธิปไตยของประเทศ

“การปลุกระดม” ด้วยการย้ำนำเสนอซ้ำๆ ทำให้เกิดความเชื่อในในทางที่ผิด ทำให้เกิดการเบี่ยงเบนในเนื้อหาสาระของประเทศรุนแรง ยากที่จะประเมินความเสียหายได้ถูกต้อง ส่งผลทำให้สังคมแตกแยกทางความเชื่อทุกระดับชั้น

ประเทศไทย มีความเสียหายทับซ้อนอยู่แล้ว และไม่มีใครที่จะสมบูรณ์ 100% การปลุกระดมของทักษิณ ไม่เคยนำเสนอถึงสิ่งเลวร้ายที่ตนเองก่อไว้ แต่ทำให้เห็นว่าตนเองเป็นคนดีคนเก่ง อีกด้านหนึ่งกลับนำเสนอคนดีให้เห็นเป็นคนชั่ว ก่อให้เกิดการเข้าใจผิดใหญ่หลวง และหากไม่สามารถแก้ไขให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ประเทศก็จะเดือดร้อนวุ่นวายไปนาน


ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ฉบับศุกร์วันที่ 30 เมษายน 2553
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000058874

……………………………………………………………
http://twitter.com/indexthai

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net