วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เอาให้เข็ด


เอาให้เข็ด

หากนำเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท ไปเทียบกับความเสียหายที่กลุ่มเสื้อแดงจัดชุมนุมแยกราชประสงค์ และบุกเผาห้าง ร้านค้า ตลอดจนธนาคาร รวม 35 แห่ง จนทำให้เมืองหลวงที่สวยงามแห่งหนึ่งของโลกกลายเป็นทะเลเพลิง บอกได้เลยว่า เทียบกันไม่ได้ เพราะดูเหมือนว่า การชุมนุมจะสร้างความฉิบหายวายวอดได้มากยิ่งกว่า แล้วเผลอ ๆ ตัวเลขความฉิบหายวอดวายของบ้านเมือง อาจทำให้บางคนที่อยู่ในต่างประเทศ แอบสะใจที่เหล่าบริวารสามารถ สร้างความเจ็บปวดให้กับประเทศไทยได้มากกว่าที่ตนเองได้รับ จำได้ว่า 2-3 วันก่อนเกิดเหตุ ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประเมินผลกระทบของการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงว่า การชุมนุมครั้งนี้จะทำให้ประเทศชาติเสียหายโดยภาพรวม 2.3 แสนล้านบาท ความเสียหายที่ว่า คงคำนวณจากค่าเสียหายที่ศูนย์การค้าบริเวณแยกราชประสงค์ค้าขายไม่ได้ 2 เดือน บริษัททัวร์ถูกลูกค้ายกเลิก ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ประเทศชาติไม่น่าท่องเที่ยวและ ลงทุนเพราะกลายเป็นแผ่นดินแห่งความวุ่นวาย เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน มีทั้งมือปืนซุ่มยิงและโจรห้าร้อยอยู่เกลื่อน เหตุที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคำนวณตัวเลขแค่ 2.3 แสนล้านบาท เพราะยังเชื่อในเรื่องพื้นฐานจิตใจคนไทยมีความงดงาม รักสงบ มีความละอายเกรงกลัวต่อบาป และรู้ผิดชอบชั่วดี บวกลบคูณหารแล้ว ผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่น่ามากไปกว่านี้ แต่พอเกิดเหตุสลายม็อบ แกนนำได้สั่งให้การ์ดเผาห้างสรรพสินค้าและร้านค้า หวังให้เกิดความวุ่นวายเพื่อให้พรางตัวหนี เจ้าหน้าที่ได้สะดวก หรือหวังสร้างความย่อยยับให้ชาติบ้านเมืองตามที่หัวหน้าผู้ก่อการร้ายในต่างประเทศสั่งมา กลุ่มเสื้อแดงไม่ได้คิดถึงหัวอกของเจ้าของกิจการที่มีน้ำใจตามประสาคนไทยดั้งเดิม ยอมให้ใช้ลานจอดรถเป็นที่พักพิง ยอมให้ใช้ห้องน้ำอำนวยความสบาย ไม่ต้องไปถ่ายเรี่ยราดตามข้างถนน แต่จะไปหวังอะไรกับบุญคุณน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ มอบให้พวกม็อบ เพราะแม้กระทั่งบุญคุณของชาติที่ใหญ่หลวงกว่าหลายเท่า ก็ยังแล้งในสำนึก สำนึกกันอย่างเดียว หากรบชนะจนล้มรัฐบาลสำเร็จ บัตรประจำตัวการ์ดสามารถเอาไปแลกได้ 1 แสนบาท หรือช่วยเหลือ เอาผู้ร้ายหนีคุกกลับมาได้ ก็จะมีคนเอาเงินหลวงไปโปรยให้ตามลัทธิประชานิยม เงินหลวงที่ได้รับสามารถไปซื้อหาสินค้าประโลมใจได้ตามต้องการ โดยไม่ได้คิดหรอกว่า เงินเหล่านี้เป็นเงินภาษีส่วนรวมที่ต้องใช้จ่ายเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่เงินส่วนตัวติดกระเป๋าของผู้ร้ายหนีคุกที่นึกจะแจกใครก็แจก ตรงนี้บอกอะไร บอกให้รู้ว่า สังคมไทยเคลื่อนไถลไปจาก รากเหง้าเดิมไกลพอสมควร จากเดิมที่ยืนอยู่บนความพอเพียง ยึดถือความดี ก็กลายมาเป็นคนโลภ หวังได้ของฟรี พวกเคยเก็บผักหญ้าข้างบ้านมาทำกับข้าว แต่ทุกวันนี้นั่ง รอรถเร่ขายกับข้าวมาจอดที่หัวกระไดบ้าน พอน้ำท่วมแทนที่จะเอาเรือออกไปจับปลามาตากแห้งไว้ขาย ก็นั่งชะเง้อรอราชการเอาบะหมี่สำเร็จรูปไม่กี่ห่อมาแจก ทั้งหมดเป็นปรากฏการณ์แห่งยุคสมัยของทุนสามานย์ที่ครอบงำสังคมไทย จนผู้คนเลิกคิดถึงเรื่องการพึ่งตัวเอง คิดแต่จะได้ฟรี ได้มาก ๆ มิหนำซ้ำยิ่งเป็นพวกโกงแล้วรวย ก็ยิ่งยอมรับนับ ถือว่าเป็นคนเก่ง พยายามแห่กันไปเป็นสาวก เพราะหวังขอส่วนแบ่งให้ได้รวยตามเท่านั้น แต่ในโลกนี้ยังมีระบบกรรมเวร ใครก่อเวรอะไรไว้จะต้องได้รับผลกรรมตามนั้น โดยเฉพาะพวกนักการเมืองที่หลอกคนจนมาช่วยกันเผาบ้านเผาเมือง บรรดาห้างร้านและธนาคารที่ถูกเผาคงคิดไม่ออกว่า จะเรียกค่าเสียหายกับคนจนอย่างไร จึงอยากแนะว่า ควรรวมตัวกันฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากแกนนำ นักการเมืองและนายทุนที่สนับสนุนการชุมนุม ซึ่งมีทั้งเข้าข่ายเป็นตัวการและผู้สนับสนุน รายชื่อ แกนนำ นักการเมือง และนายทุนที่ว่า หาได้ไม่ยาก เพราะวันก่อน ปปง. เพิ่งประกาศออกมา หากศาลกรุณาพิจารณาคดีให้รวดเร็วกว่าคดีปกติ ก็จะเป็น บรรทัดฐานให้กับสังคมเกิดความตระหนักได้ทันยุคทันสมัย รวมไปถึงพวกนักการเมืองและนายทุนที่ชอบชักใยอยู่ข้างหลัง จะได้ตระหนักรู้เสียบ้างว่า กรรมเวรมีจริง ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะเอาไปล้อเล่น. "เขื่อนขันธ์"
 


ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  

โดย wat

 

กลับไปที่ www.oknation.net