วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

'จอมขวัญ' กรณีถูกมองเป็นสีเดียวกับผู้ชุมนุม และคนข่าวโดนคุกคาม!



“จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์” ผู้ประกาศข่าวและผู้ดำเนินรายการทางเนชั่น แชนแนล และโมเดิร์นไนน์ ให้ความคิดเห็นว่า การคุกคามสื่อมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งสิ่งที่กลุ่มนปช.ทำ เป็นการคุกคามสื่ออีกประเภทหนึ่ง ถ้ามองในแง่ดีเป็นการตรวจสอบการทำงานของสื่อว่า เสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่
       
       “จริงๆ การคุกคามสื่อมีหลายรูปแบบ มีหลายลักษณะ เช่นการใช้อำนาจรัฐคุกคามสื่อทั้งเห็นและไม่เห็น ได้ยินหรือไม่ได้ยิน อันนี้ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงช่วงเวลาใด การโดนคุกคามเฉพาะจากทุน ก็มีขู่ไม่ลงหรือลงโฆษณา มาบังคับกองบ.ก. ว่าให้เล่นหรือไม่ให้เล่นประเด็นไหน มันมีรูปแบบการคุกคามสื่อหลายอย่าง”
       
       “แต่ถ้าพูดถึงกรณีเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น จะเป็นนักข่าวภาคสนามที่โดนคุกคามเยอะ ก็มีการมาเล่าให้ฟัง ก็จะโดนเหมือนกันหมด ตอนนี้มีข่าวในเว็บไซท์ที่มีการเขียนรายชื่อว่า มีใครบ้างที่จะโดน คือจริงๆ ไม่ต้องแยกหรอกว่า จะอยู่สถานีไหน นักข่าวเครือใด คิดว่าโดนกันหมด”
       
       “ถ้ามองในแง่ดีถือว่าเป็นการตรวจสอบการทำงานของสื่อเองว่า ตรงไปตรงมาไหม แต่ถ้ามันเยอะถึงขนาดขู่ทำร้าย หรือจะกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง มันก็ถือว่าเกินกว่าเส้นการตรวจสอบ แต่ถ้ายังอยู่ในเส้นที่สามารถรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ได้ ยังถือว่าไม่โดนคุกคาม”
       
       “ที่นักข่าวโดนคือ เขาจะชอบหรือไม่ชอบในการรายงานข่าว หรือในสิ่งทีเขียน นักข่าวเองก็ต้องปรับตัวด้วย เพราะว่าสถานการณ์แบบนี้อารมณ์คนที่ฟังการรายงานข่าว คนที่เห็นเราเขียนข่าว คนที่เห็นเราใช้ภาพในการลงหนังสือพิมพ์ หรือใช้ในทีวี ก็แน่นอนที่มันจะคนละมุมมองกัน นักข่าวก็ต้องทำงานของเขาตามปกติ ก็ถือว่าเป็นรูปแบบหนึ่งที่นักข่าวจะต้องปรับตัว แต่อีกทางหนึ่งก็ต้องช่วยกันแก้ไขว่า ถ้าจะอยู่ในเส้นที่เขาสามารถตรวจสอบการทำงานเราได้ แต่ว่าไม่ถึงกับการคุกคามจะมีวิธีไหนบ้างไหม”
       
       “ในแง่ของสื่อก็ต้องยอมรับการตรวจสอบ และมาคิดว่าในหลักการสื่อแล้วเราถูกผิดประการใด ในขณะเดียวกันเราก็ต้องให้ช่องว่างของทั้งประชาชนทั่วไป หรือผู้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำความเข้าใจด้วยว่า สื่อต้องทำงานแบบไหน คือน่าจะมาคิดกันในวันข้างหน้าว่า เราจะทำงานกันไปในรูปแบบไหน และอะไรที่เป็นรูปแบบของการตรวจสอบ และเป็นการป้องกันการคุกคามทุกประเภท ไม่ใช่การคุกคามทางกาย ทางวาจาเท่านั้น แต่เป็นการคุกคามทางทุน การใช้อำนาจรัฐ หรือการใช้อิทธิพลมืด อันนี้ต้องมานั่งคุยกันและช่วยกัน เพราะตอนนี้ค่อนข้างที่จะตะลุมบอน ยังไงก็เอาทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมด มาคุยกันว่าจะเอายังไงกันต่อดี”
       
       บอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับช่อง 3 กลุ่มนปช.ทำเกินเส้น วอนเลิกใช้ความรุนแรง รู้ตัวเองมีชื่อโดนหมายหัวจะถูกทำร้าย เพราะถูกสงสัยเป็นสีไหนกันแน่
       
       “สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับช่อง 3 มันเกินเส้นที่ต่างฝ่ายต่างจะยอมรับได้ หรือพยายามจะทำความเข้าใจ คือจริงๆ แล้วการทำแบบนี้ต่อสื่อ มันเป็นการละเมิดสิทธิ์การรับรู้ของทั้งตัวผู้กระทำเอง และตัวคนอื่น ทั้งผู้ทำข่าว เพื่อนๆ ที่ทำงานทางช่อง 3 ในแง่ของสิทธิ ในแง่ของมนุษย์ด้วยกัน มันไปในแง่ของการคุกคามทางสภาพจิตใจ”
       
       “ก็อยากจะขอความเข้าใจหน่อย ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ชอบหรือไม่ชอบ น่าจะแสดงออกในรูปแบบอื่นที่ไม่รุนแรงดีกว่า เพราะทุกคนก็ยังมีความหวาดกลัว คือทุกคนมีเลือดเนื้อ มีอารมณ์ มีความรู้สึกเหมือนกัน เพียงแต่เรามีหน้าที่ต่างกันก็เท่านั้นเอง คือไม่ใช่แค่คนที่เป็นสื่อ แต่คนที่ไม่ได้เป็นสื่อก็ต้องโดนไปด้วย คือว่าเอาเถอะเข้าใจ แต่อยากให้ใช้วิธีการที่ไม่มากขนาดนี้ได้ไหม ก็วิพากษ์วิจารณ์กันเท่าที่ทำได้ดีกว่า เพราะแบบนี้มันเสี่ยง และช่อง 3 ก็ขวัญเสียพอสมควร เพราะไม่ใช่แค่สื่อที่โดน แต่มีคนอื่นที่ได้รับผลกระทบก็น่าจะเข้าใจหน่อย”
       
       “สำหรับเครือเนชั่นเราระวังอยู่แล้ว และก็ถือเป็นความโชคดี ก็ต้องขอบคุณด้วยที่เขาละเราไว้ ไม่ได้มา เพราะตามข่าวว่าจะมา ทางเนชั่นก็ตัดสินใจให้นักข่าวทุกคนกลับบ้าน และก็ยอมที่จะไม่ทำหน้าที่ในช่วงเวลาหนึ่ง ส่วนตัวเองก็พอทราบว่าจะโดนลักษณะไหนบ้าง ตอนแรกที่มีการออกรายชื่อที่เป็นเป้าหมายมีชื่อ จอมขวัญ ทางผู้ใหญ่หลายๆ ท่านก็บอกว่า ให้ระวังตัวในการทำหน้าที่ เพราะเราเป็นคนหน้าจอก็จะโดนจำหน้าและรู้ชื่อ”
       
       “แต่ถามว่าความกังวลจะทำให้เรารายงานข่าวบิดพลิ้วไปไหม ไม่หรอกค่ะ หน้าที่ก็คือหน้าที่ ต้องให้เวลาในการพิสูจน์ แต่พอมาระยะหนึ่งก็กลายเป็นว่า จอมขวัญ ก็ถูกโจมตีในรูปแบบหนึ่งว่า สีไหนกันแน่ แต่สังเกตได้เลยคือ เราไม่เคยไปตอบโต้ที่ไหนแม้แต่ทีเดียว จะมีก็แค่เขียนในเฟซบุ๊คว่า ทุกคนลดทอนกันมาหน่อยนะ”
       
       “เหมือนกับว่าเริ่มแรกที่มีการชุมนุม จอมขวัญ ก็จะเป็นเป้าหมายหนึ่งของผู้ชุมนุม แต่พอมีการชุมนุมไปสักระยะหนึ่ง ก็มีการถูกกล่าวหาว่า จอมขวัญ เป็นสีเดียวกับผู้ชุมนุม ก็แอบยิ้มในใจว่าเอ๊ะ....มีคนที่ชอบเราไหมนะ เอ๊ะ...สีนั้นสีนี้แล้วจะมีชอบเราไหม มันเหมือนเป็นการให้กำลังใจตัวเอง แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ค่ะ เราก็ทำหน้าที่ไป และให้เขาลองพิสูจน์งานดูว่า เราเป็นอย่างที่เขาคิดว่าไม่เป็นกลาง ไม่ยุติธรรม เลือกข้างจริงอย่างที่เขาว่าไหม”
       
       “ยอมรับค่ะว่ามีความกดดัน มีอาการเสียใจบ้างเหมือนกัน บางทีเราไม่ได้ตั้งใจทำให้เข้าใจแบบนั้น แต่ก็ไม่เป็นไรเราเข้าใจ ก็จะให้ตรวจสอบ และจะพร้อมพิสูจน์ตัวเองต่อไป คือเราทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ ให้ประชาชนได้รับทราบในทุกๆ มุม แต่ข้อกล่าวหาอื่นใดที่เขียนไว้ในเว็บไซท์ก็รับฟัง แต่อยากให้ลองดูระยะยาว และดูจุดมุ่งหมายในหลักการในสื่อกันสักนิดหนึ่ง”
       
       “อย่างเนชั่นก็เคยโดนปิดล้อม ตอนนั้นก็ตกใจทำตัวไม่ถูก ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมของใคร เมื่อก่อนก็เป็นการชุมนุมของพันธมิตร ตอนนั้นไม่ใช่ว่าไม่โดน ณ วันนี้ก็เป็นนปช.ก็โดนอีกว่า เนชั่นเป็นสีนั้นสีนี้ ก็ทำตัวลำบากเพราะนานาจิตตัง มุมมองหลากหลาย เราไม่มีวิธีอื่น แค่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ในแง่ของฐานะสื่อตัวเรา จอมขวัญ ไม่ได้เสนอข่าวเพื่อแบ่งสื่อแบ่งสี เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะทำอะไรให้ใครพอใจ”
       
       “ก็อยากจะบอกกลุ่มนปช.ว่า สื่อสามารถตรวจสอบได้เป็นเรื่องปกติ และก็เป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ แต่ลักษณะของการตรวจสอบสื่อ ด้วยความเคารพอยากจะบอกว่าใช้วิธีที่ไม่รุนแรง เพราะสื่อเองก็มีความรู้สึกเหมือนกับทุกคน ทั้งกลัว ทั้งวิตก ทั้งกังวล ทั้งหวาดหวั่น ท้อแท้ เวลาโดนวิพากษ์เราก็เป็นเหมือนคนปกติทั่วไป แต่ไม่อยากให้เลิกที่จะวิพากษ์วิจารณ์สื่อ เพราะสื่อไม่ใช่เทวดามาจากไหนเหมือนกัน”

ที่มา..ผจก.ออนไลน์ http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9530000070008&Page=2

.................................

ทัศนะส่วนตัว(nity) = โนคอมเมนต์

โดย Nity

 

กลับไปที่ www.oknation.net