วันที่ ศุกร์ พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไพศาล พืชมงคล เล่าถึงคำสาปเซ็นทรัลเวิล์ดพินาศ


ต่อไปนี้คือคำบอกเล่าของ "ไพศาล พืชมงคล" อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่เล่าให้ฟังถึงเรื่องลี้ลับในอดีตนำมาสู่ความหายนะของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด ซึ่งได้กล่าวผ่านทางเว็บไซต์ twitter.com/paisalvision (โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม)

• • •

เห็นข่าวเรื่องเวอลเทรดฯแล้วนึกถึงคำสาปของเจ้าของเดิม แทบไม่น่าเชื่อ ผมเองนี่แหละที่เป็นผู้นั่งเป็นพยานในการเปิดพินัยกรรมที่กินแปลงนี้

ในคำสาปก็บอกข้อยกเว้นไว้ ต้องแก้บางอย่าง แต่ไม่มีใครเชื่อ คิดว่าเอาตรีมูรติมาไว้จะแก้ได้ ไม่มีทางหักล้างได้

เรื่องคำสาบมีมานานนักหนาตั้งแต่ตำนานกำเนิดรามเกียรติ์โน่น แต่คำสาบเกี่ยวกับวังอันลือชา มีอยู่ ๒ วังคือวังหน้ากับวังเพชรบูรณ์

วังหน้าแห่งรัตนโกสินทร์นั้นเป็นของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทในรัชกาลที่ ๑ ทรงรักหวงห่วงมากไม่อยากให้ตกเป็นสมบัติคนอื่น

จึงทรงสาปแช่งไว้เป็นสาหัสว่าถ้าผู้ใดที่มิใช่เชื้อสายมาเป็นเจ้าของครอบครองให้มีอันฉิบหานตายโหงสามชั่วโคตรและทรงอาราธนาสงฆ์สวดญัตติคำสาบด้วย

หลังเสด็จสวรรคตแล้วไม่มีผู้ใดกล้ารับเป็นเจ้าของครอบครอง แม้พระเจ้าอยู่หัวก็ไม่มีพระราชประสงค์จะให้วิบัติตกแก่ท่านผู้ใด เพราะเกรงคำสาบนั้น

จนกระทั่งรัชกาลที่ ๕ ทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้าหรือตำแหน่งกรมพระราชวังบวรแล้วก็ไม่มีท่านผู้ใดกล้ารับเป็นเจ้าของครอบครอง จนเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ทางราชการจึงต้องปรับใช้เป็นพิพิธภันฑ์แห่งชาติมาจนทุกวันนี้ แต่ก็มีที่ปลายวังแสดงความขลังให้ปรากฎ โดยท่านปรีดี ได้ใช้เป็นที่ทำการของนายก

ในที่สุดท่านปรีดีผู้มีคุณูปการยิ่งต่อชาติก็มีอันเป็น ครั้งหนึ่งพันโทชาติชาย ชุณหวัน เอารถถังบุกพังทำเนียบท่าช้างวังหน้านั้น เพราะมีรัฐประหาร

ท่านปรีดีต้องลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศจนตลอดชีวิต นี่ก็แค่ที่ปลายวังหน้าข้างที่อาบน้ำช้างเท่านั้น ถ้าตรงที่ตั้งวังจะขนาดไหน

อีกวังหนึ่งคือวังเพชรบูรณ์อันเป็นที่ตั้งเซ้นทรัลเวิลในทุกวันนี้ เดิมเป็นของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก ในรัชกาลที่ ๕

สมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นี้ทรงกรมในพระนามว่ากรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย สิ้นพระชนม์ในปี ๒๔๖๖ ขณะมีพระชันษาเพียง ๓๑ พรรษา

ระหว่างทรงพระชนม์ รัชกาลที่ ๖ ได้พระราชทานที่ดินตรงนี้สร้างวังให้ เรียกว่าวังเพชรบูรณ์ ทรงปรานถนาให้ตกทอดเฉพาะเชื้อสายของพระองค์เท่านั้น

ทรงเกรงว่าทายาทยังเล็กหากทรงเป็นไปจะถูกผู้อื่นฉ้อโกงเอาไป จึงทรงทำพิธีสาปโดยนัยทำนองเดียวกับคำสาบของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท

แต่ทรงเชี่ยวชาญด้านศิลปและดนตรีจึงมีน้ำพระทัยอ่อนผ่อนปรน ตั้วข้อยกเว้นไว้ว่าในกาลเบื้องหน้าถ้าผู้ใดมีน้ำใจเป็นกุศลใคร่ได้วังนี้ไปก็ต้องทดแทน

ทรงรุบะในข้อยกเว้นแห่งคำสาปว่าต้องไปสร้างศาลเจ้าพ่อเสือในที่ดินแปลงหนึ่งที่รังสิต มีรายละเอียดอีกบางประการซึ่งผมจำไม่ได้เสียแล้ว

ล่วงมาราวปี ๒๕๒๐ บวกลบเล็กน้อยจำไม่ได้แล้ว มีนักกฎหมายเพื่อนกันที่ทำงานรับใช้เจ้านายมาหาผมเชิญให้ไปนั่งเป็นพยานเปิดพินัยกรรมของทายาทท่าน

ได้ความว่าที่มาหาก็เพราะทราบว่าผมเกิดตรงวันที่กำหนดให้นั่งเป็นพยานและมีวิชาพอสมควรซึ่งเพื่อนๆพอรู้จัก ก็รับงานเลย

จึงได้ทราบเรื่องราวจากผู้ดูแลที่ดินแปลงนี้และผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องในขณะนั้น หลังเปิดพินัยกรรมแล้วต่อมาก็มีการนำที่ดินนี้ออกประมูลหาผู้ลงทุน

ผลประมูลกลุ่มนายอุเทน เตชะไพบูลย์ชนะ ขณะนั้นตระกูลนี้เป็นมหาเศรษฐีเมืองไทย ก็ตั้งใจตามดูว่าคำสาบจะเป็นอย่างไร

ปี๒๕๓๒ เรียน วปอ.อยู่ก็ได้เตือนเพื่อน คนในตระกูลนั้นว่าให้แก้คำสาบ ไม่งั้นคงเสี่ยงในสิ่งที่มองไม่เห็นแน่ เขาไม่เชื่อบอกว่าพ่อเขามีซินแสดี

มีการแก้ในเชิงฮวงจุ้ยที่หัวมุมตามทหลักวิชาฮวงจุ้ย ทำเป็นเนินดินคล้ายฮวงซุ้ย และทำพิธีกรรมโดยผู้มีวิชาของปอเต๊กตึ้งอีกหลายอย่าง

แต่ก่อสร้างไม่ทันเสร็จทั้งโครงการ ตระกูลเตชะไพบูลย์ที่มหามั่งคั่งก็มีอันเป็นไป ทั้งครอบครัวและทรัพย์สิน ดังที่รู้กันอยู่

ตระกูลจิราธิวัฒน์ก็มารับช่วงที่ดินและโครงการนี้ต่อมา คราวนี่หาผู้มีวิชาทางพราหมณ์ แนะให้แก้โดยสร้างตรีมูรติ ซึ่งเป็นมหาเทพในฮินดู

ผลก็คือมีเทพต่างๆเต็มไปหมดทั้งพระอินทร์ พระพิฆเณศ หวังดูดซับพลังมาจากฝั่งท้าวมหาพรหมด้วย แต่วันนี้ก็คงเห็นกันแล้วว่าแก้คำสาบได้หรือไม่

ก็ต้องคอยดูอนาคตของตระกูลจิราธิวัฒน์กันต่อไป เพราะตอนนี้ก็ยังไงๆพิกลอยู่

อันคำสาบนั้นเป็นการกระทำอธิษฐานชนิดหนึ่งในจำพวกอธิษฐานฤทธิ์ แต่จัดเป็นฤทธ์จำพวกไสบเวย์ คือมเชิญเทพหรือภูตหรือวิญญาณกำกับให้เป็นตามคำสาป

หลังผู้สาบสิ้นแล้วก็จะต้องมารักษาคำสาบจนกว่าจะพ้นกรรมหรือมีผู้มารับหน้าที่แทน คราวนี้มี ๙ วิญญาณเข้ารับช่วงแล้ว และน่าจะยิ่งแรงกว่าเก่าก่อน

เจ้านายบางท่านไม่ต้องการเฝ้าคำสาบแต่ไม่ต้องการให้ที่มรดกตกแก่คนอื่นก็ใช้หนทางตามกฎหมาย คือทำเป็นพินัยกรรมและทูลเกล้าถวาย

เมื่อพระเจ้าแผ่นดินมีพระรบรมราชโองการว่าให้พินัยกรรมมีผลบังคับเป็นกฎหมาย พินัยกรรมนั้นก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้นอกจากออกฎหมาย

ศาลฎีการเคยตัดสินว่าพระบรมราชโองการนั้นใช้บังคับได้เหมือนกฎหมาย มีที่ดินมากแปลงที่เป็นแบบนี้เช่นที่ดินแถวบ้านหม้อ

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ที่เคยพบคนมีความคิดแบบนี้อยู่รายเดียว คือเจ้าของตลาดยิ่งเจริญอํนโด่งดัง แต่เอาไว้เล่าวันหลังเพราะเป็นมหากาพย์

ใครจะรวมเป็นเรื่องราวก็เชิญนะครับ ส่งเมล์มาให้ผมด้วย เพราะผมทำไม่เป็น เขียนทิ้งเขียนขว้างแบบน้แหละครับจะเอาอะไรกับคนแก่

โดย kittinunn

 

กลับไปที่ www.oknation.net