วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แนะนำตัวกันหน่อย


          สวัสดีครับชาว oknation ที่รักทุก ๆ ท่าน ลุงหนานปั๋น ได้อ่านหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ติดต่อกันทุกวัน มาเป็นระยะเวลา 3 ปีกว่าเข้ามานี่แล้ว มีความรู้สึกว่า นี่ ใช่เลย หนังสือพิมพ์ในอุดมคติ ก่อนหน้านั้น ก็ชื่นชมคุณสุทธิชัย หยุ่น อยู่เป็นทุนแล้ว ได้เข้ามาติดตามอ่านเนื้อหาภายในบล๊อคของ oknation  มาได้ปีกว่า วันนี้ จึงได้ตัดสินใจเข้ามาเป็นสมาชิก ก่อนอื่นขอร่ายประวัติให้กันก่อนนะจ๊ะ

         ลุงหนานปั๋น เป็นนามปากกาที่ใช้เขียนใน เว็ปของเรานี้ คำว่า "หนาน" ในภาษาล้านนา หมายความถึง ผู้ชาย ที่ผ่านการบวชเป็นพระภิกษุ มาแล้ว ส่วน คำว่า "น้อย" เช่น "น้อยใจยา" นั้น หมายความว่า เด็กผู้ชาย ที่ผ่านการบวชเรียนเป็นสามเณร แล้วสึกออกมา ไม่ผ่านการบวชเป็นภิกษุ คนล้านนาก็จึงเรียกกันว่า "น้อย" ในปัจจุบันนี้ ยังคงใช้เรียกขานกันอยู่ ตามชุมชน หมู่บ้านต่าง ๆ ทั่วล้านนาคงยังไม่สูญหายไปง่าย ๆ อย่างน้อยที่สุดก็ คงถึงร้อยปีอยู่มั้ง

        ลุงหนานปั๋น เป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด แต่มีเชื้อสายไทยล้านนา เพียง 25 เปอร์เซ็นต์จากคุณยาย ส่วนบรรพบุรุษ เป็นคนจีน โดย ปู่ เป็นคนบ้านเดียวกันกับ ตา-ยาย ของ อดีตพันตำรวจโทและอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นั้น ตา ของลุงหนาน มาจากบ้านเดียวกันกับ ปู่-ย่า ของเขาคนนั้นอีกเช่นกัน ลุงหนานยอมรับว่า บรรพบุรุษของเขาบางคน ก็ได้สร้างคุณงามความดีให้กับเชียงใหม่อยู่ไม่น้อย แต่พอมาถึงรุ่นของเขาคนนั้น เริ่มสืบทอดธุรกิจโรงหนังจากพ่อของเขา ก็ฉายแววแห่งการฉ้อฉล คือโรงภาพยนต์ศรีวิศาล คนรุ่นเก่า ๆ คงพอรู้จัก ซึ่งตั้งอยู่หัวถนนกำแพงดิน ด้านเหนือสุดติดถนนท่าแพ กำแพงดินมีชื่อเสียงอย่างไร คนรุ่นเก่าก็คงพอรู้ ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้เปลืองเนื้อที่เนาะ เขาคนนั้นก็เปลี่ยนแนว หนัง จากที่เคยฉายหนังจีนกำลังภายใน มาเป็น หนัง แนว อีโรติก เรด x เลยทีเดียว ก็ไม่รู้ว่าใช้กำลังภายในไปเท่าไหร่ถึงฉายได้กลางเมืองอย่างเย้ยฟ้าท้าดินมานานหลายปี ไม่พอ ทุกวันฉายกัน รอบละ 2 เรื่อง หนุ่ม ๆ กลัดมัน ที่เข้าไปดูจบออกมาแล้วจะไปทางไหนของกำแพงดินก็คงต้องละไว้ในฐานที่เข้าใจ...

         ลุงหนานปั๋น จึงเป็นคนไทยล้านนาเชื้อสายจีน ที่เขาเรียกว่า จีนฮากกา หรือจีนแคะ เอาไว้วันหลังจะเล่าให้ฟังถึงความเป็นมา ของ ชาวจีนฮากกา อยากเรียนให้สมาชิกทุกท่านทราบว่า ลุงหนานปั๋น ไม่เคยยินดีและเลือกพรรค ของคน คน นั้น เลย แม้แต่ครั้งเดียว ถึงจะเป็นคนบ้านเดียวกันก็ตาม ด้วย ความหวาดระแวง และ เชื่อ ในสัมผัสที่ 6 ของตัวเอง ว่า คน ๆ นี้ คงจะไม่สร้างความดีแน่ จึงไม่ศรัทธา และมันก็เป็นจริง อย่างที่ลุงหนานปั๋นเชื่อ แถม จริงยิ่งกว่าที่คาดคิดไว้อีก ตั้งแต่เกิดมาจนวัยถึงป่านนี้ ยังไม่เคยพบเคยเห็น ประวัติศาสตร์ชาติไทยในช่วงไหน ในรอบ เกือบ 800 ปี ที่ผ่านมา มนุษย์ผู้นี้ ได้สร้างความระยำตำบอน สุดที่จะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้ คุณูปการขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นที่รักยิ่ง ของคนไทย ทุกหมู่เหล่า ทุกเชื้อสาย เผ่าพันธุ์ ที่ทรงตรากตรำพระวรกายเพื่อประชาชนชาวไทย มากว่า 65 ปี ได้ถูกอดีตคนไทยคนนี้ ที่ได้บริหารประเทศแค่ เกือบ 6 ปี แค่นั้นเอง ทำการล้างสมองคนไทยได้อย่างรุนแรง นึกเสียใจและน้อยใจว่า 65 ปี ของในหลวง ถูก 6 ปี ของ อมนุษย์ตนนั้น ทำลายเสียอย่างย่อยยับ

        เมื่อวันที่ได้ดู รายการแจกรางวัล นาฏราช ตอนคุณพงษ์พัฒน์ พูด ถึง "พ่อ" ลุงหนานปั๋นก็ได้นั่งดูอยู่หน้าจอ พอถึงช่วงที่พงษ์พัฒน์พูดในใจความสำคัญ น้ำตาของคน(เกือบ)แก่ อย่างลุงหนานปั๋นได้ไหลพรั่งพรูออกมาจากลูกกะตาทั้งสองข้าง ร้องไห้ ร้องไห้ และ ร้องไห้ ด้วยความสงสารพ่อของเราเสียเหลือเกิน....จากความเสียใจ ได้กลายมาเป็นความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งสยามประเทศ ท่านส่งพลังออกมาช่วยชาติไทยช้าเสียเหลือเกิน จึงคิดว่า ไม่อยากให้อภัยแก่ตัวเองที่บังเอิญมาอาศัยแผ่นดินไทยเกิด-เหมือนกับ อมนุษย์ตนนั้น คิดอยากแสดงความรับผิดชอบในฐานะที่เป็นคนเชียงใหม่ ที่มีคน(เคยเป็น)เชียงใหม่ ได้สร้างความวินาศย่อยยับและแตกสามัคคีของคนไทยได้อย่างรุนแรงถึงขนาดนี้  

        ตอนนี้ ลุงหนานปั๋น ได้รู้สึกตัวแล้วว่า ตัวเอง อยู่สีอะไร จากที่ไม่ได้อยู่สีเหลือง จากที่ไม่เอาสีแดง ตอนนี้ ลุงหนานปั๋น อยู่ สีเดียวกันกับคุณพงษ์พัฒน์ แล้ว คือ "ศรีษะนี้เพื่อพ่อหลวง" ครับ.

        หมายเหตุ-เนื่องจากต้องอยู่ท่ามกลางดงพงไพรของพื้นที่สีแดงแจ๋ จึงต้องใช้นามแฝงและรูปประกอบแฝง ด้วยบุคคลที่ลุงหนานปั๋นเห็นว่า เป็นมหาบุรุษคนหนึ่งของโลก จึงได้จุดธูปขอท่านเหมาจู่สีให้มาเป็นตัวแทนของลุงหนานปั๋นเรียบร้อยโรงเรียนจีน.

โดย ลุงหนานปั๋น

 

กลับไปที่ www.oknation.net