วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อำเภอไทรงาม (Amphoe Sai Ngam)


จังหวัดกำแพงเพชร (Kamphaengphet)

อำเภอไทรงาม (Amphoe Sai Ngam)

 

ไทรงาม เมืองคนแกร่ง แหล่งธรรมรุ่ง ทุ่งรวงทอง

 

 

ประวัติความเป็นมาของอำเภอไทรงาม :

อำเภอไทรงาม แต่เดิมเป็นเขตป่าเตรียมสงวน ตั้งอยู่ในเขตตำบลหนองคล้า อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ในปี พ.ศ.2501 มีราษฏรกลุ่มหนึ่งจากบ้านทุ่งทราย และชาวนครสวรรค์ ประมาณ 12 ครอบครัว ซึ่งล้วนเป็นญาติโยมของหลวงปู่อินทร์ จันทูปโม ได้สำรวจสภาพพื้นที่พบว่าเป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีคลองธรรมชาติ เหมาะแก่การตั้งหลักแหล่งและประกอบอาชีพ จึงอพยพเข้ามาอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ม.5 ต.ไทรงาม  ในปัจจุบัน ในปีต่อมาเกิดน้ำท่วมจึงอพยพไปอยู่ที่หนองทราย หรือบ้านไทรงามใต้ ม.7 ต.ไทรงาม  ในปัจจุบัน มีเรื่องเล่ากันต่อมาว่าคืนหนึ่งมีปรากฏการณ์ที่มหัศจรรย์เกิดขึ้นในเวลาพลบค่ำ คือเกิดดวงประทีปดวงใหญ่ลอยลงมากลางหนองทราย ซึ่งมีต้นไทรใหญ่ขึ้นอยู่ตรงกลางเป็นภาพที่งดงามมากจึงได้เรียกชื่อหมู่บ้านนี้ใหม่ว่า "บ้านไทรงาม" โดยมีเหตุผลว่าหากใช้ชื่อหนองทรายตามที่เรียกกันมา ฟังดูเป็นที่ลุ่มไม่เป็นมงคลและยังคล้ายกับบ้านทุ่งทราย ซึ่งมีจำนวนครอบครัวส่วนหนึ่งอพยพมา นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันสร้างสำนักสงฆ์ให้หลวงปู่อินทร์ พระสงฆ์ผู้ซึ่งได้รับการเคารพนับถือว่าเป็นเหมือนร่มโพธิ์ ร่มไทรของชาวบ้าน เรียกว่า "วัดไทรงาม" ปัจจุบันคือวัดไทรงามใต้

         ต่อมามีจำนวนผู้อพยพครอบครัวมาอยู่อีก 23 ครอบครัวและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งชุมชนหนาแน่นขึ้น ในปี พ.ศ.2505 -2506 แกนนำที่เป็นผู้สำรวจพื้นที่ในคราวแรกได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนในพื้นที่บริเวณไทรงามเหนือ ซึ่งเป็นสถานที่ที่อพยพมาอยู่ในครั้งแรก และเป็นพื้นที่เขตเทศบาลในปัจจุบัน

        ปัจจุบัน อำเภอไทรงามตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกและห่างจากที่ตั้งศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชรประมาณ 45 กิโลเมตร โดยมีถนนทางหลวงแผ่นดินกำแพงเพชร - พิจิตร ตัดผ่าน ลักษณะทั่วไปของพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มดินเป็นดินปนทราย ไม่อุ้มน้ำ ไม่มีภูเขาไม่มีแม่น้ำไหลผ่าน แต่เดิมพื้นที่อาณาบริเวณนี้เป็นเขตป่าเตรียมการสงวนตามมติคณะรัฐมนตรี ได้มีการจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอไทรงาม เมื่อปี พ.ศ.2518 และได้รับยกฐานเป็นอำเภอไทรงาม เมื่อปี พ.ศ.2522 ต่อมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยกรมป่าไม้ได้ออกกฏกระทรวง กำหนดให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอไทรงามเป็นเขต "ป่าสงวนแห่งชาติหนองคล้า - ดงฉัตร" ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าในปีที่ประกาศนั้น สภาพความเป็นป่าไม่ได้หลงเหลืออยู่เลย ปัจจุบันกรมป่าไม้ได้มอบพื้นที่ป่าไม้ให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนำไปจัดสรรให้แก่เกษตรกร

ที่ตั้งและอาณาเขต :

อำเภอไทรงาม อยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้

ทิศเหนือ                ติดต่อกับ อำเภอลานกระบือ

ทิศตะวันออก          ติดต่อกับ อำเภอวชิรบารมี และ อำเภอสามง่าม (จังหวัดพิจิตร)

ทิศใต้                    ติดต่อกับ อำเภอบึงสามัคคี และ อำเภอทรายทองวัฒนา

ทิศตะวันตก            ติดต่อกับ อำเภอเมืองกำแพงเพชร

พื้นที่ :  448.9 ตารางกิโลเมตร

ประชากร :  51,087 คน (พ.ศ.2557)

ความหนาแน่น :  113.80 คน / ตารางกิโลเมตร

การปกครองส่วนภูมิภาค : อำเภอไทรงาม แบ่งพื้นที่การปกครองตามพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ออกเป็น 7 ตำบล 72 หมู่บ้าน

ที่ตั้ง : ที่ว่าการอำเภอไทรงาม เลขที่ 400 หมู่ที่ 4 ตำบลไทรงาม อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร 62150  

โทรศัพท์ : 055-791126   โทรสาร : 055-791126  

ลักษณะอากาศ :

ภูมิอากาศโดยทั่วไป เป็นแบบมรสุม มี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ - กลางเดือนพฤษภาคม, ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - เดือนตุลาคม, ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน - เดือนกุมภาพันธ์

อื่นๆ :

สภาพเศรษฐกิจ

1.อาชีพหลัก ได้แก่ เกษตรกรรม ค้าขาย

2.อาชีพเสริม ได้แก่ รับจ้าง อุตสาหกรรมในครัวเรือน หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์

3.จำนวนธนาคาร มี 1 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โทร.055-791112

การเกษตรกรรม

1.ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง

2.ชื่อแหล่งน้ำที่สำคัญได้แก่ คลองส่งน้ำท่อทองแดง

 

สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอไทรงาม

วัดไทรงาม (วัดป่า)(Sai Ngam Temple)

  

ตั้งอยู่ที่ 393 หมู่ 4 ตำบลไทรงาม อำเภอไทรงาม หลวงปู่อินทร์ จนฺทูปโม พระสงฆ์ที่ชาวไทรงามและพุทธศาสนิกชนทั่วไปให้ความเคารพเป็นอย่างสูง เพราะท่านเป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง ได้เคยดำริว่าอยากจะสร้างวัดกรรมฐานสักวัดหนึ่งในอำเภอไทรงาม แต่ไม่ทันที่จะดำเนินการ เนื่องจากท่านมรณะภาพเสียก่อน

        พ.ศ. 2524 ผู้ใหญ่ม้วน เทียนสันต์ บริจาคที่ดินเพื่อสร้าง จำนวน 12 ไร่ เป็นการสนองเจตนาของหลวงปู่ และได้ชักชวนชาวบ้านช่วยกันตามกำลังความสามารถ สร้างกุฏิและศาลาชั่วคราว ให้พระสงฆ์ได้อยู่เจริญกรรมฐาน ภาวนา ขณะนั้น ท่านพระอาจารย์ละมาย ลาภสมฺปนฺโน ได้เดินธุดงค์มาจากภาคอีสาน ผู้ใหญ่ม้วนพร้อมด้วยอุบาสกอุบาสิกา ได้กราบอาราธนานิมนต์ให้อยู่โปรดศรัทธาญาติโยม นอกจากนี้ได้รับเมตตาจาก หลวงพ่อจันทร์ อินทวีโร วัดป่าบึงเขาหลวง จังหวัดอุบลราชธานี (สาขาที่ 2 ของวัดหนองป่าพง) ส่งพระเณรมาอยู่จำพรรษา และตั้งชื่อว่าสำนักสงฆ์ไทรงามอินทราม 

        พ.ศ.2525 พระอาจารย์ละมาย เห็นว่าที่ตั้งวัดคับแคบและอยู่ใกล้หมู่บ้านเกินไป จึงย้ายมาปรับปรุงและขยายพื้นที่ ปลุกต้นไม้จัดเขตวัดให้เป็นส่วน เป็นเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ และพัฒนาบุคคลไปพร้อมกัน โดยการจัดอบรมปฏิบัติธรรม และจัดบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเป็นประจำทุกปี ทำให้มีธรรมทายาทสืบทอดกันอย่างต่อเนื่อง สามเณรที่บรรพชาภาคฤดูร้อนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในข้อวัตรข้อปฏิบัติ และตั้งใจว่าถ้าจะอุปสมบท ต้องมาบวชที่วัดป่าไทรงาม พระอาจารย์ได้นิมนต์ครูบาอาจารย์ฝ่ายกรรมฐาน ซึ่งเป็นศิษย์ของ หลวงปู่ชา สุภทฺโท แห่งวัดหนองป่าพง มาอบรมศรัทธาญาติโยมในทุก ๆปี และวัดป่าไทรงามได้รับการจัดตั้งเป็น สาขาที่ 68 ของวัดหนองป่าพง

        พ.ศ.2530 พระวิสุทธิญาณเถระ ( หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย) แห่งวัดเขาสุกิมได้นำคณะศิษย์จำนวนมากมาแวะเยี่ยมวัดไทรงาม ได้เห็นข้อวัตรข้อปฏิบัติที่เคร่งครัดของภิกษุสามเณรและญาติโยม จึงได้รับนิมนต์และรับอุปถัมภ์เป็นประธานทอดกฐินที่วัดป่าไทรงามทุกปี รวมทั้งรับรับเป็นสาขาอุปถัมภ์ของวัดเขาสุกิมอีกด้วย

         พ.ศ.2532 กรมการศาสนาได้ประกาศตั้งให้เป็นวัดที่ถูกต้อง โดยชื่อว่าวัดไทรงาม (วัดป่า) และเนื่องจากพระอาจารย์ละมาย มีภารกิจ ต้องสร้างวัดอีกแห่งหนึ่งจึงได้มอบหมายให้ พระอาจารย์สง่า อุฏฐาโน เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน เป็นผู้สานงานต่อจากท่าน พระอธิการสง่า อุฏฐาโน ได้ยึดหลักปฏิบัติทีได้รับการอบรมสั่งสอนจากครูบาอาจารย์สายวัดป่า ได้พัฒนาวัด และพัฒนาอย่างต่อเนื่องศรัทธาญาติโยมที่มีต่อวัดป่าไทรงามเพิ่มมากขึ้นทุกปี ด้วยพลังศรัทธา และพลังแห่งความสามัคคี ความร่วมมือ ร่วมใจจากทุกๆฝ่าย จึงทำให้วัดป่าไทรงาม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ที่ผู้ได้มาเยือนแล้ว จะเพิ่มความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

          พ.ศ.2541 สุวัฒน์ พิทักษ์วงศ์ นายอำเภอไทรงามในขณะนั้นเห็นว่าในภาวะที่ประเทศเกิดวิกฤติ สังคมสับสนวุ่นวาย เด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ไม่ได้รับการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมซึ่งเป็นพื้นฐานที่จะทำให้เป็นคนเก่งและคนดี ประกอบด้วยกับวัดป่าไทรงามมีความเหมาะสมที่จะใช้เป็นสถานที่ในการอบรมเพิ่มพูลคุณธรรมจริยธรรมให้แก่นักเรียน นักศึกษา เยาวชนจึงได้ทำโครงการขอจัดตั้งเป็นศูนย์เพิ่มพูนคุณธรรมและจริยธรรมของจังหวัดกำแพงเพชรขึ้นโดยได้รับอนุมัติจากจังหวัดให้จัดตั้งขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2541ได้จัดการอบรมเพิ่มพูนคุณธรรมจริยธรรมให้แก่บุคคลทุกกลุ่มตามหลักสูตรที่กำหนดไว้ ในวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ รวม 3วัน 2 มีผู้อบรมเพิ่มขึ้น ทำให้ศาลาแฝกหลังเดิมคับแคบและไม่สดวก พระอธิการสง่า อุฏฐาโน จึงได้นำญาติโยมสร้างศาลาเพิ่มพูนคุณธรรมจริยธรรมขึ้นอีกหลังหนึ่ง และในวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศให้วัดป่าไทรงามเป็นศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัดกำแพงเพชร

          ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2544 ทางศูนย์ปราบปรามและป้องกันยาเสพติดจังหวัดกำแพงเพชร ได้ขอจัดตั้งศูนย์อีกหนึ่งศูนย์คือ ศูนย์สังคมจิตเวชชากังราว 

         วันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2545 ได้มีประกาศจากมหาเถรสมาคม แต่งตั้งให้วัดไทรงาม เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งที่ 1 ของจังหวัดกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 เนื่องในสัปดาห์วันวิสาบุชาทางกรมศาสนาได้พิจารณา พระครูสังฆรักษ์ สง่า อุฏฐาโน เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาเพื่อรับเสมาธรรมจักรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา และด้วยความปลื้มปิติยินดีของศรัทธาและศิษยานุสิตจึงพร้อมใจกันจัดฉลองอย่างเรียบง่าย ในวันที่ 26 พฤษภาคมพ.ศ.2545 ซึ่งถือเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนา และของโลก  ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2545 ทางสำนักวานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ดำเนินการเสนอขอพระราชทานตั้งสมณศักดิ์ ให้พระครูสังฆรักษ์ สง่า อุฏฐาโน มีสมณศักดิ์ เป็น พระครูโสภณวชิรกิจ จร.ชท. โครงการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สายใยชุมชน ตำบลไทรงาม อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร

 

วัดเทพนิมิตรมงคล (Thep Nimit Mongkol Temple)

 

อยู่ที่หมู่ที่ 1 ต.ไทรงาม อำเภอไทรงาม วัดเทพนิมิตรมงคล หรือชาวบ้านพากันเรียกว่า วัดไทรงามเหนือ มีประวัติความเป็นมาคือ ในปี พ.ศ. 2518 วันหนึ่งหลวงปู่อินทร์ท่านได้นิมิตว่ามีเทวดา มาบอกว่าที่ตรงนี้ให้สร้างวัดเพราะในภายภาคหน้าจะเป็นที่พึ่งพาของประชาชน เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน และในขณะนั้นประชาชนได้เป็นไข้มาเลเรียกันมาก เทวดาจึงบอกยารักษาโรคแก่หลวงปู่ให้นำมารักษาชาวบ้าน เมื่อหลวงปู่ได้นิมิตแล้วจึงได้บอกเล่าให้ผู้ใหญ่ม้วน เทียนสันต์ ถึงเรื่องนิมิตดังกล่าว และได้ขายที่ดินที่ชาวบ้านถวายหลวงปู่ไว้เพื่อสร้างสาธารณประโยชน์ไว้ทั้งหมด นำปัจจัยดังกล่าวไปก่อสร้างกุฏิ ศาลา จนสำเร็จลุล่วงไปส่วนหนึ่ง และอาศัยที่เทวดาบอกยามาต้มกิน ชาวบ้านจึงหายจากโรคภัยเป็นปกติ อาศัยเหตุดังกล่าว หลวงปู่อินทร์และชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า “วัดเทพนิมิตรมงคล” หลวงปู่อินทร์ได้เป็นประธานก่อสร้างพระอุโบสถวัดเทพนิมิตรมงคล โดยนิมนต์พระมหาโชติ มาดำเนินการก่อสร้าง ทำการก่อสร้างอยู่ 2 ปี จึงแล้วเสร็จ และได้ทำการฝังลูกนิมิตในปี พ.ศ. 2520

 

วัดเนินสำราญ (Noen Samran Temple)

ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 ต.ไทรงาม อำเภอไทรงาม เป็นวัดที่ชาวไทรงามให้ความนับถือ

 

ฟาร์มเกษตรผสมผสาน (Mixed Farm)

 

 

ตั้งอยู่หมู่ 2 ตำบลหนองคล้า อำเภอไทรงาม เป็นฟาร์มเกษตรแบบผสมผสาน มีการวางแผนและจัดระบบฟาร์มที่ดี การผลิตและใช้สารสกัดชีวภาพเพื่อป้องกันและกำจัดศัตรูพืช นอกจากนั้นยังมีการขยายพันธุ์ไม้ผลและเป็ดเทศอีกด้วย ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการศึกษาดูงานคือ เดือนมกราคม-เมษายน และตุลาคม-ธันวาคม

 

เว็ปที่เกี่ยวข้อง

โดย ไกด์พงษ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net