วันที่ อาทิตย์ พฤษภาคม 2553

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

น้ำผึ้งหยดเดียว ทำให้บ้านแตก


                             น้ำผึ้งหยดเดียว

      เพียงน้ำผึ้งหนึ่งหยดหมดทั้งเมือง

มีเนื้อเรื่องให้คิดพิศวง

ควรดับไฟก่อนจะไหม้พินาศลง

พิศวงนำมาคิดพินิจแล

       อวิชชา อุปาทาน การถือมั่น

เป็นสำค้ญจงพินิจดั่งมีแผล

ให้ลุกลามใหญ่โตต้องเล็งแล

เนื่องจากแผลต้องสูญหายไร้เยียวยา

       ดั่งน้ำผึ้งเพียงหยดหมดประเทศ

โปรดสังเกตุนิทานมีน่ากังขา

เพราะเหตุไรจึงไร้ทางเยียวยา

จึงต้องฆ่าห้ำหั่นให้บรรลัย

        นิทานมีในบ้านนานนมาแล้ว

เจ้าของบ้าน มีหมาแมวร่วมอาศัย

ครั้นวันหนึ่งคนในบ้านพลั้งเผลอไป

ทิ้งน้ำผึ้งเอาไว้ให้มีรอย

        เจ้าแมลงวันตัวน้อยอร่อยลิ้น

เฝ้าเลียกินน้ำผึ้งไม่ท้อถอย

เจ้าจิ้งจกบนเพดานเฝ้ารอคอย

จิ้งจกน้อยอร่อยลิ้นกินแมลง

        ฝ่ายแมวน้อยไล้ลาหาจิ้งจก

ของแตกตกเพราะไล่ล่าเหมือนกลั่นแกล้ง

ทำให้หมานึกรำคาญไล่กันแรง

เหมือนดังแกล้งให้โกรธาไล่ล่ากัน

          ต่างไล่ล่ากวดขันกันรอบบ้าน

เจ้าหมาน้อยอ้นธพาลไล่กวดขัน

เจ้าของแมวมองเขม่นหมาเช่นกัน

ไล่ตามทันตีหมาสาแก่ใจ

         เจ้าของหมาไม่พอใจให้นึกโกรธ

ต่างเพ่งโทษด่าทอให้เสียหาย

บ้านก็แตก โกรธาด่ากันไป

ถึงกับใคร่ลงมือกันให้สั่นคลอน

        ต่างรวบรวมพวกพ้องเฝ้าปองร้าย

จนกลับกลายเป็นสงครามยากถ่ายถอน

เป็นกองทัพต่างรบราฆ่าตัดตอน

จนเดือดร้อนพินาศสิ้นชาติลง

         เพียงน้ำผึ้งหยดเดียวเกลียวต้องแยก

บ้านเมืองแตกต้องพินาศเป็นผุยผง

ตัวยึดมั่น ถือมั่นไม่ยอมปลง

ถึงกับส่งให้ฆ่ากันทั้งพารา

        ดูเอาเถิดทั้งพาราบรรดาปราชญ์

จะสูญชาติอย่างไรไฉนหนา

จึงเกิดศึกต้องฆ่ากันเป็นผีกปลา

เพราะตัญหาอย่างไรไม่ปรองดอง

       เปรียบตัญหาคือน้ำผึ้งตัวต้นเรื่อง

เกิดกลียุกต์ทั้งเมืองแบ่งเป็นสอง

เป็นเหลืองบ้างแดงบ้างหวังเงินทอง

ความมัวหมองในประเทศเหตุเพราะโกง

          เจ้าแมลงโฉบบินกินน้ำผึ้ง

เจ้าจิ้งจกจึงถึงในห้องโถง

ทั้งแมวหมาโกลาหลเพราะกลโกง

ให้ห้องโถงต้องพินาศเหนือคาดการณ์

         ส่วนเจ้าของไร้ปัญญาหาคำตอบ

เพราะของชอบถูกทำลายไร้ประสาน

จึงเกิดศึกกันทั้งเมืองเพราะใจพาล

ต้องประหารถึงกาลมรณา

        จงพินิจพิเคราะห์เหมาะแล้วหรือ

ยอมไร้ชื่อแก้ไม่ได้ตัวปัญหา

ใช้กำลังเยี่ยงสัตว์ไม่นำพา

ช่างไร้ค่าไร้เหตุผลหนอคนเรา(ไทย)

โดย หม้อแกงลิง

 

กลับไปที่ www.oknation.net